ข่าว

ของแพงชาวสวิสส์หันไปซื้อสินค้าเขตยูโรโซน

ของแพงชาวสวิสส์หันไปซื้อสินค้าเขตยูโรโซน

18 ส.ค. 2554

ชาวสวิสส์หนีของแพงในประเทศ หอบเงินฟรังซ์ข้ามชายแดนไปซื้อในกลุ่มประเทศยูโร

          ชาวสวิสส์ พากันหอบเงินฟรังก์ข้ามชายแดนไปซื้อสินค้าในเขตยูโรโซนที่มีราคาถูกกว่าในสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากมูลค่าของเงินฟรังก์สวิสส์ ได้พุ่งสูงกว่าเงินยูโรถึง 18 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนพากันกว้านซื้อเงินฟรังส์มาไว้ในครอบครอง อันเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยกว่าการซื้อหุ้นและพันธบัตร ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงินในสหรัฐและยุโรป

          ราคาสินค้าในสวิตเซอร์แลนด์ ได้พลอยพุ่งขึ้นตามค่าเงิน เมื่อเทียบกับสินค้าในยูโรโซน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจที่กำลังเบ่งบาน แต่การที่ราคาสินค้ามีราคาแพงมากเกินไปได้ส่งผลกระทบในทางลบต่อการท่องเที่ยว และการส่งออก ทำให้ชาวสวิสส์หลายแสนคนต้องเผชิญกับราคาสินค้าที่แพงกว่าเพื่อนบ้าน เช่น เตาอบขนาดเล็กยี่ห้ออีเกีย ราคา 1,299ฟรังก์ หรือราว 48,300 บาท สูงกว่าราคาในเยอรมนีถึง 130 เปอร์เซ็นต์ , ยาระงับกลิ่นเหงื่อราคา 5.14 ยูโร หรือราว 222 บาท แต่ถ้าเป็นในสวิตเซอร์แลนด์จะแพงกว่านี้ 174 เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับรถนั่งสำหรับเด็ก ที่ราคา 208.5 ยูโร หรือราว 9 พันบาท แต่ในสวิตเซอร์แลนด์จะแพงกว่านี้อีก 121 เปอร์เซ็นต์ ผู้บริโภคคนหนึ่ง ให้ความเห็นว่า ไม่พอใจอย่างมาก เมื่อพบว่าผลิตภัณฑ์ของนีเวียและเครื่องสำอางอื่น ๆ รวมถึงเวชภัณฑ์ ล้วนมีราคาแพงกว่าที่อื่น

          ค่าเงินฟรังก์สวิสส์ ยังคงแข็งค่าขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่น หลังจากธนาคารกลางของสวิตเซอร์แลนด์ ไม่สามารถตรึงค่าเงินฟรังก์ให้มีมูลค่าพอ ๆ กับเงินยูโรได้ มีชาวสวิสส์มากถึงแสนคน จากจำนวนประชากรทั้งหมด 7.8 ล้านคน ที่มองว่า เป็นบทเรียนอันขมขื่นที่ต้องเข้าไปเกี่ยวดองกับเศรษฐกิจของยุโรป สำหรับชาติที่เคยภาคภูมิใจที่ปฏิเสธการเข้าร่วมเป็นภาคีของสหภาพยุโรป หรือ อียู

          การส่งออกที่เข้มแข็ง อัตราการว่างงานต่ำและการมีหนี้สาธารณะในระดับปานกลาง ทำให้เศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์ยังคงแข็งแกร่ง หลังจากดีดตัวจากภาวะถดถอย เมื่อปี 2552โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับบรรดาชาติเพื่อนบ้านในยุโรป ที่ต้องดิ้นรนแก้วิกฤติหนี้ ที่ทำลายความน่าเชื่อถือในตลาดหุ้น และศักยภาพในการชำระหนี้พันธบัตร

          แต่ปัจจุบัน ชาวสวิสส์ โดยเฉพาะพวกที่อยู่ห่างจากชายแดน ได้แสดงความไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ราคาสินค้าในประเทศยังคงพุ่งสูงขึ้น นายโยฮันน์ ชไนเดอร์-อัมมานน์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจ กล่าวว่า ทางการอาจต้องเข้าไปดูแลเรื่องนี้ ขณะที่คณะทำงานด้านการตรวจสอบราคา กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ผลิตและผู้ค้าส่ง พวกพ่อค้าและร้านค้าในท้องถิ่น ที่ไม่ได้ขายอาหาร ต่างได้รับผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดจากการแข็งค่าของเงินฟรังก์ แต่ร้านจำหน่ายของชำที่มีสาขาอยู่ทั่วไป กลับได้รับการคุ้มครองจากมาตรการจำกัดการนำเข้าสินค้าบางประเภท เช่น เนื้อและของสด

 

.