
ชลบุรีแซงกิเลนกว่างโซ้งเจ๊าท่าเรือรอบ8ทีมบอลลีกคัพ
"ฉลามชล" ชลบุรี ไล่ตามหลัง "กิเลนผยอง" เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ตลอดเกม ก่อนพลิกแซงชนะ 3-2 ในฟุตบอลลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก ขณะที่ "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย บุกไปยันเสมอ "กว่างโซ้ง" เชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 ส่วนฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 3 อาร์มี่ ยูไนเ
การแข่งขันฟุตบอลลีก คัพ 2011 รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่ชลบุรี สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา “ฉลามชล” ชลบุรี เปิดบ้านรับการมาเยือน “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เกมนี้ทั้งสองทีมต่างส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแบบเต็มสูบ
เริ่มเกมได้ 8 นาที เจ้าบ้านเกือบได้เฮก่อนจากจังหวะที่ พิภพ อ่อนโม้ ได้บอลในแดนของเมืองทอง แทงบอลทะลุให้ เจษฎากร เหมแดง หลุดขึ้นไปทางขวาก่อนจะผ่านย้อนกลับมาให้ พิภพ ส่องเต็มข้อนอกกรอบแต่บอลไปเข้ามือ กวิน ธรรมสัจจานันท์ จากนั้นเกมเปิดหน้าเข้าแลกกันอย่างสนุก แต่ก่อนแข่งขันมีฝนตกลงมาทำให้สภาพสนามค่อนข้างลื่น ทำให้จังหวะยังขาดๆ เกินๆ
เกมมาถึงนาที 19 ทีมเยือนมาได้ประตูออกนำจากความผิดพลาดของ สุทธินันท์ พุกหอม จะผ่านบอลขวางสนามมาให้ ชลทิตย์ จันทคาม แต่เบาเกินไป ปิยพล บรรเทา ที่ดักรออยู่แล้วฉกบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ เป็นจังหวะที่ อดุล หละโสะ ตามมาสกัดคาบลูกคาบดอกทำให้ ปิยพล ล้มลง ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกที่จุดโทษทันที ก่อนที่ ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่สังหารเข้าไป ให้เมืองทองฯ นำ 1-0
เกมสู้กันอย่างสนุก นาที 35 เจ้าบ้านชวดได้ประตูตีเสมอเมื่อ อนุชา กิจพงษ์ศรี พาบอลเลาะขึ้นไปทางซ้ายก่อนผ่านเข้าในให้ เทิดศักดิ์ ใจมั่น แปเน้นๆ ระยะ 20 หลา บอลหลุดเสาไปนิดเดียว ช่วงท้ายเกม ชลบุรี โหมบุกอย่างหนัก ในช่วงทดเวลาครึ่งแรก แฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮลั่นสนามจากลูกฟรีคิกด้านซ้าย เทิดศักดิ์ ใจมั่น วางมาหน้าประตู กัสตัน ราอูล กอนซาเลส ได้โขกตุงตาข่ายให้ ชลบุรี ตามตีเสมอ 1-1 ในครึ่งแรก
ครึ่งหลัง เกมทั้งสองทีมพยายามเปิดเกมรุก แต่มาพลาดในแดนกลางสนาม จนมาถึงนาที 52 เจ้าบ้านเกือบบวกสกอร์เพิ่มจากลูกโต้กลับเร็ว เทิดศักดิ์ พาบอลขึ้นไปด้านขวาก่อนผ่านเข้าใน กัสตัน ราอูล กอนซาเลส โขกไม่ดีแต่บอลยังมาหลุดเข้าทาง พิภพ อ่อนโม้ เอี้ยวตัววอลเลย์แต่กดไม่ลงบอลเหินข้ามคาน
ถัดมา 4 นาที โอกาสเป็นของทีมเยือนบ้างจากความสามารถเฉพาะตัวของ จักรพันธ์ พรใส ลากเข้าไปหาจังหวะยิงจนได้ระยะร่วม 20 หลาแต่ยิงไม่ผ่านมือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ที่คว้าบอลไว้ได้ จากนั้นนาที 59 แฟนบอลได้ลุ้นตัวโก่งจากลูกยิงไกลของ อดุล หละโสะ แต่บอลถากเสาประตูออกไป
เกมเริ่มจะดุเดือดขึ้น นาที 61 เกิดเรื่องชุลมุน เมื่อ นฤพล อารมณ์สวะ ที่เปลี่ยนตัวลงมา แต่พันผ้าที่หัวเป็นสีเดียวกับเสื้อของทีมชลบุรี ผู้ตัดสินจึงให้ออกมาเปลี่ยนสีพันผ้าใหม่ แต่เนื่องจากผู้ตัดสินยังไม่อนุญาตให้ลงสนาม แต่ดันวิ่งลงไปก่อน ผู้ตัดสินจึงให้ใบเหลือง ทำให้กุนซือและสตาฟฟ์เมืองทองฯ ไม่พอใจจึงกรูเข้าไปจะเล่นงานผู้ตัดสินที่ 4 แต่ก็ห้ามกันได้ ก่อนเหตุจะบานปลาย
จนเกมมาถึงนาที 69 เป็นความผิดพลาดอีกครั้งของ สุทธินันท์ พุกหอม ที่รอเล่นหลายจังหวะ เปิดโอกาสให้ จักรพันธ์ พรใส ฉกเอาบอลเข้าไปยิงต่อหน้าต่อตาไม่เหลือ เมืองทองฯ หนี 2-1 จากนั้นนาที 76 เจ้าบ้านมาตามตีเสมอได้อีกครั้ง จากจังหวะที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น กระชากไปทางด้านขวาก่อนผ่านมาเสาสองให้ เนย์ ฟาเบียโน ขึ้นโขกโล่งๆ แม้ กวิน จะพุ่งตามคว้าบอลแต่ตัวก็เข้าประตูไปพร้อมลูกบอล สกอร์เสมอกัน 2-2
อีก 2 นาทีถัดมา เจ้าบ้าน น่าจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ เนย์ ฟาเบียโน ไหลบอลให้ เทิดศักดิ์ ได้ส่อเต็มข้อประมาณ 20 หลา บอลพุ่งชนคานชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย จากนั้นนาที 82 เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากลูกฟรีคิกระยะ 30 หลา อนุชา กิจพงษ์ศรี ปั่นชนคานกระเด้งลงพื้น กวิน คว้าบอลไม่อยู่ ชลทิตย์ จันทคาม ตามซ้ำโล่งๆ ไม่เหลือ ชลบุรีนำ 3-2 แต่จากจังหวะดังกล่าว กวิน มีอาการบาดเจ็บ ต้องรักษาหลายนาที ก่อนจะกลับมาเล่นกันต่อ ทำให้ต้องทดเวลาบาดเจ็บถึง 9 นาที จากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ ชลบุรี เป็นฝ่ายชนะ 3-2 นัดที่ 2 ต้องไปเล่นที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยมบ้าง
ขณะที่ผลคู่อื่น "กว่างโซ้ง" เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดสนามกีฬาสมโภช เชียงใหม่ 700 ปี พบกับ "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย ทีมร่วมไทยพรีเมียร์ลีก ก่อนทั้งคู่เสมอกันไป 1-1 ส่วนที่สนามกีฬาจังหวัดพัทลุง พัทลุง เอาชนะ ภูเก็ต 1-0
ส่วนการแข่งขันเอฟเอ คัพ รอบ 3 ที่สนามกีฬากองทัพบก อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมในไทยลีก พบกับ "นักรบลาวาเพลิง" บุรีรัมย์ จากลีก ดิวิชั่น 1 ก่อนที่ อาร์มี่ ยูไนเต็ด จะเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-1 โดยที่ เลอันโดร ดอส ซานโตส ยิงให้เจ้าถิ่นนำนาที 57 แต่ถัดมาแค่นาทีเดียว เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว มาตีเสมอให้ทีมเยือน จนกระทั่งมาถึงช่วงท้ายเกม อาร์มี่ มาได้ประตูชัยจาก สราวุธ ทองสวรรค์ นาที 86 ผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ



