ข่าว

ผุด'องครักษ์พิทักษ์ปู'รับศึกนโยบายรัฐ

ผุด'องครักษ์พิทักษ์ปู'รับศึกนโยบายรัฐ

18 ส.ค. 2554

พท. ลงทะเบียน "องครักษ์พิทักษ์ปู" จัดทีมรับศึกแถลงนโยบายรัฐบาล ยืนยัน 2 วัน เหมาะสมแล้ว

          แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 23-24 ส.ค. นอกจากพรรคเพื่อไทยเตรียมแจกแจงนโยบาย ที่เตรียมทำในอนาคตในหลายโครงการแล้ว ยังมีความกังวลต่อเกมการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เตรียมตรวจสอบและอภิปรายอย่างแข็งขันด้วย

          ดังนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จึงเสนอระหว่างการประชุมส.ส.เพื่อไทย เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่่่ผ่านมา ให้ ส.ส.ที่ต้องการเป็นองครักษ์รัฐมนตรี ไปลงชื่อ เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการเป็นตัวแทนตอบโต้ประเด็นการเมืองบางเรื่อง แทนรัฐมนตรีหลายคน

          ทั้งนี้ ล่าสุด มีส.ส.พรรคเพื่อไทยกว่า 20 คน ที่มีความใกล้ชิดกับร.ต.อ.เฉลิม อาทิ นายอนันต์ ศรีพันธ์ ส.ส.อุดรธานี นายเวียง วรเชษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เป็นต้น ได้ไปลงรายชื่อเรียบร้อยแล้ว

          สำหรับบทบาทหน้าที่นั้น ยังไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการว่า ต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง แต่ในเร็ววันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะหัวหน้าทีม จะมีการเรียกประชุมอีกครั้ง

 

พท. อ้าง แถลงนโยบาย 2 วันเหมาะสม

          นายพีระพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลชั่วคราว ของพรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมสรุปว่า จะให้มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาทั้งหมด 2 วันคือ วันที่ 23-24 ส.ค.นี้ ซึ่งถือว่า เหมาะสม และไม่มากอย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน

          ทั้งนี้ ในสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ครั้ง หรือในสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี และสมัยพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลก็แถลงนโยบาย 2 วัน มีเพียงในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่มีการแถลงนโยบาย 3 วัน

 

ส.ส.อีสาน เล็ง เสนอ มท. ยกเลิกอาสาสมัครปกป้องสถาบัน

          ด้านนายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า เขาจะเสนอแนวนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ที่จะยกเลิกแนวทางการทำงานเดิมของพรรคภูมิใจไทย โดยจะยกเลิกอาสาสมัครปกป้องสถาบัน แล้วทำให้เป็นลักษณะของการเทิดทูลสถาบันเหนือเกล้าชาวไทยแทน

          "เพราะคนไทยจะไม่แบ่งสี ทุกคนจงรักภักดีต่อสถานบันเหมือนกันหมด ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยดำเนินนโยบายที่แยกมวลชนออกไป ดังนั้น เราจะเอามวลชนกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง ต้องไม่มีเหลือง ไม่มีแดง และไม่มีน้ำเงิน มีแต่คนไทยที่เทิดทูนสถาบัน"

 

ส.ส.เหนือแนะคนเคยเป็นปธ.-รองปธ.กมธ.ไม่ควรเป็นซ้ำอีก

          นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสภาฯชุดต่างๆ ในโควตาของพรรคเพื่อไทยว่า คงจะต้องมีการหารือกันว่า จากจำนวน 19 คณะที่เป็นโควตาของพรรคเพื่อไทยนั้น ภาคเหนือจะได้ทั้งหมดกี่คณะ หรือภาคอีสานจะได้กี่คณะ ซึ่งคงต้องดูตามสัดส่วนส.ส.

          อย่างไรก็ตาม มองว่า ส.ส.ที่เคยเป็นประธานหรือรองประธานกรรมาธิการฯ มาแล้ว ควรจะเปิดโอกาสให้ส.ส.ที่ยังไม่เคยได้รับโอกาส ได้เข้ามาทำหน้าที่นี้บ้าง

          สำหรับการคัดเลือกตัวแทนส.ส.ของภาคเหนือ เข้าไปเป็นแคนดิเดตประธานวิปรัฐบาลนั้น ในการประชุมส.ส.ภาคเหนือในวันจันทร์ที่ 22 ส.ค.นั้น เขาอยากเสนอชื่อนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทน เพราะนายสุนัย เป็นคนที่ทันเกมการเมือง จะไม่ทำให้รัฐบาลเสียเปรียบ

          ส่วนกรณีที่มีชื่อของนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เป็นตัวเต็งนั้น นายสุรสิทธิ์ กล่าวว่า นายไพจิต ก็ถือว่า มีความเหมาะสมเช่นกัน เพราะมีประสบการณ์ในฐานะวิปฝ่ายค้านมาก่อน และยังเป็นส.ส.มาหลายสมัยด้วย

 

เผย ผู้บริหารพรรค ล็อกตัว "เลขาฯ- ผู้ช่วยรัฐมนตรี" เจ้าตัวไม่มีโอกาสเลือก 

          แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย เปิดเผยความคืบหน้า ในการจัดสรรตำแหน่งเลขาฯและที่ปรึกษารัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเตรียมมอบหมายให้ส.ส.ที่พลาดหวังจากการเลือกตั้ง เข้าไปช่วยงานรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่แล้วเสร็จ และเป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่า รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงของพรรคเพื่อไทย ไม่มีโอกาสแม้แต่จะคัดสรรบุคคลที่ต้องการมาช่วยงาน

          ทั้งนี้ กระบวนการทั้งหมดจะมีแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคน ที่มีความใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้คัดเลือกบุคคลในขุมข่ายสายตรง ให้เข้าไปช่วยงานทั้งหมด

          นอกจากนี้ รัฐมนตรีป้ายแดง หรือ รัฐมนตรีหน้าใหม่ นอกจากจะมีเลขานุการ และที่ปรึกษาฯเข้าไปช่วยงานแล้ว ทางแกนนำพรรคยังมีความคิดจะแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งตัวแทนสายตรงต่างแดน ให้เข้าไปช่วยงานด้วย เนื่องจากรัฐมนตรีป้ายแดง ไม่มีประสบการณ์ด้านบริหารงานมาก่อนดังนั้น จึงต้องให้คนที่เคยมีประสบการณ์ให้เข้าไปช่วยเหลืองานสำคัญ ๆ ของรัฐบาล

          ทั้งนี้ ในบางกระทรวงที่สำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง อาทิ กลาโหม มหาดไทย ต่างประเทศ คลัง มีอดีตส.ส.บางคน พยายามวิ่งเต้นล็อบบี้อย่างหนัก เพื่อให้ได้ไปนั่งในกระทรวงตามที่ต้องการอีกด้วย

 

“ชัจจ์” ทาบ “นิสิต” นั่งที่ปรึกษา

          แหล่งข่าว ระบุด้วยว่า  แม้ขณะนี้ จะยังไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วยงานการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่ในส่วนของแกนนำคนเสื้อแดงบางคน กลับได้รับการทาบทามให้เข้ามาช่วยงานแล้ว โดยช่วงเช้าวันที่17ส.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้โทรศัพท์ไปเชิญชวน นายนิสิต สินธุไพร แกนนำคนเสื้อแดง ที่เพิ่งได้รับการประกันตัว ให้เข้าไปช่วยงานเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว เรียบร้อยแล้ว

          ด้านนายนิสิต กล่าวยอมรับว่า พล.ต.ท.ชัจจ์ ได้โทรศัพท์มาชักชวนไปร่วมงานจริง และเห็นว่าตำแหน่งนี้ เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว ไม่ใช่ตำแหน่งทางการเมือง ไม่ขัดต่อกฎหมาย ที่ถูกตัดสิทธิ์การเมืองจากสมัยพรรคพลังประชาชน

          ส่วนการทำงาน ยังไม่มีการพูดคุยว่า ต้องไปทำอะไรบ้าง แต่คาดว่า น่าจะให้คำปรึกษาเพียงบางเรื่องเท่านั้น

          "ตำแหน่งนี้ไม่มีตำแหน่งทางการ ไม่มีห้องทำงาน ส่วนแนวร่วมคนเสื้อแดงคนอื่น ได้ถูกทาบทามไปช่วยในกระทรวงอื่นบ้างหรือไม่ ยังไม่ทราบ" นายนิสิต กล่าว