ข่าว

'ประสงค์'ชี้'พท.'แก้รธน.หวังล้างผิด'แม้ว'

'ประสงค์'ชี้'พท.'แก้รธน.หวังล้างผิด'แม้ว'

17 ส.ค. 2554

อดีต สสร. เดินหน้าต้านแก้รัฐธรรมนูญ "ประสงค์" ชี้ พท.หวังล้างผิด "ทักษิณ" ด้าน "อังคณา" บ่นเสียดาย "สิทธิ" ที่รองรับโดย รธน. 50 "มานิจ" เผยเปิดทางนักการเมืองแทรกแซงสื่อ

          17 ส.ค.54  น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะเดินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550  ว่า เจตนาที่แท้จริงของการแก้รัฐธรรมนูญคือ พวกเขาต้องการยกเลิกมาตรา 309 เพื่อปลดเปลื้องมลทินให้ผู้ที่ถูก คตส. ตรวจสอบ และในคดีที่มีการตัดสินไปแล้วว่ามีความผิด รวมถึงกรณีที่ คตส.มีมติให้อายัดทรัพย์ ให้เสมือนว่า พวกเขาไม่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดใดๆ 

           น.ต.ประสงค์ ยังกล่าวอีกว่า  ขอฝากถึงนักการเมืองที่คิดแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ส่วนตนว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ได้เปิดช่องให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมไว้ในมาตรา 291 ที่ว่าการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ต้องทำให้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนด กล่าวคือ ต้องเสนอเป็นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม โดย คณะรัฐมนตรี, ส.ส., ไม่น้อยกว่า 1ใน5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภา หรือ จาก ส.ส. และ ส.ว. ไม่น้อยกว่า 1ใน5 ของสมาชิกที่มีอยู่ของ2สภา หรือ จากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวไม่น้อยกว่า 5หมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อ ทั้งนี้ญัตติขอแก้ไขฯ ต้องไม่มีผลต่อการแก้ไขรูปแบบการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือ เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ และต้องมีการรับฟังความเห็นจากประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง นอกจากนั้นยังมีสาระสำคัญคือ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม เป็นประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือคนบางพวก

           “รัฐธรรมนูญ 2550 ผ่านกาทำประชามติจากประชาชน และมีคนเห็นด้วย 15-16ล้านคน ดังนั้นก่อนที่นักการเมืองจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถามหน่อยว่า พวกเขาได้ถามความเห็นของประชาชนก่อนหรือไม่ ดังนั้นเงื่อนแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของตนเอง และคนบางกลุ่ม อาจกลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ของรัฐบาล ผมเชื่อว่าประเด็นแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์คนบางกลุ่ม ประชาชนไม่ยอมเด็ดขาด และอาจมีคนหลากหลายกลุ่ม ไม่เฉพาะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะออกมาชุมนุม และการเผชิญหน้าก็อาจเกิดขึ้นได้” 
 
           นางอังคณา นีละไพจิตร  อดีตกรรมาธิการยกร่างฯ ด้านสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย กล่าวว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วไม่นำบทบัญญัติ ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพต่างๆมาบัญญัติไว้เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เรียกได้ว่าเพิ่มสิทธิ์การดูแล และคุ้มครองประชาชนทุกกลุ่มอย่างเต็มที่

           "รัฐธรรมนูญ 2550 เรียกได้ว่าเป็นกฎหมายที่มีความก้าวหน้าในเรื่องของการให้สิทธิ เสรีภาพกับประชาชน โดยเฉพาะให้กับเด็ก,สตรี,ผู้พิการ และคนชรา หากถูกตัดออกไป สิทธิที่พึงได้ของผู้ด้อยโอกาสจะไม่ถูกรับรองไว้ แม้ว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ได้เปิดช่องให้มีการแก้ไขได้ อยากให้คำนึงถึงคนทั่วประเทศ ที่เขาต้องการกฎหมายคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพการดำรงอยู่ นอกจากนั้นแล้วควรนึกถึงหลักนิติธรรมด้วย”นางอังคณากล่าว 
 
           ขณะที่ นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมาธิการยกร่างด้านสื่อมวลชน กล่าวว่า หากไม่มีกติกาห้ามนักการเมืองเป็นเจ้าของสื่อฯ ก็เท่ากับว่า องค์กรสื่อนั้นต้องถูกการเมืองแทรกแซงได้ แล้วประชาชนที่มีความเดือดร้อนจะหันหน้าไปพึ่งใคร ยกตัวอย่างเช่น ในเทศบาลหนึ่งระบบบำบัดน้ำเสียไม่ดี ไม่มีการจัดการปัญหาน้ำท่วม เมื่อประชาชนไปร้องเรียนสื่อ แต่พบว่านายกเทศมนตรีเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นอยู่ สื่อก็นำข้อมูลไปลงไม่ได้ ทีนี้ประชาชนเขาจะไปพึ่งใครได้ ดังนั้นหากสื่อไม่มีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารแล้ว ประชาชนก็จะได้อ่านข่าวของรัฐบาลเพียงด้านเดียว