ข่าว

พสง.รวมสำนวนฟัน22รีสอร์ทรุกป่า

พสง.รวมสำนวนฟัน22รีสอร์ทรุกป่า

17 ส.ค. 2554

พนักงานสอบสวน เรียกขอหลักฐานเพิ่มเติมจากป่าไม้ เพื่อรวมประกอบสำนวนดำเนินคดีกับ 22 รีสอร์ทรุกป่าสงวนแห่งชาติ เขาภูหลวงวังน้ำเขียว ระบุข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ชัดเจนเอาผิด

          17 ส.ค. 54 นายชัยยงค์ ฮมภิรมย์ นายอำเภอวังน้ำเขียว ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีรีสอร์ตบ้านพัก 22 แห่ง บุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว  จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า   หลังจากที่ นายไพโรจน์ ชุ่มเพ็งพันธุ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ 4 นครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว ถึงความผิดที่เกิดขึ้น  ขณะนี้การดำเนินการสืบสวนอยู่ในระหว่างขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆของผู้ร้องคือนายไพโรจน์ ชุ่มเพ็งพันธุ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ 4 นครราชสีมา ในการเข้าให้รายละเอียดข้อมูลต่างๆเพื่อประกอบสำนวนคดี

          ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนจำเป็นที่จะต้องรับทราบข้อมูลทุกอย่างโดยละเอียด ทั้งในส่วนของจุดพิกัดที่ ตั้งรายละเอียดพื้นที่ที่มีการบุกรุก และค่าประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบุกรุกในครั้งนี้ ของรีสอร์ตบ้านพัก ทั้ง 22 แห่ง ที่นายไพโรจน์  กล่าวหาว่า บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้รับข้อมูลเพียงแค่สถานที่ตั้งของรีสอร์ตบ้านพักทั้ง 22 แห่งเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่นยังไม่ได้รับข้อมูล ทำให้ในขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนทำได้เพียงเชิญให้ทางนายไพโรจน์  ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาลงพื้นที่พร้อมกับพนักงานสอบสวนชี้จุดที่ตั้งรีสอร์ตบ้านพักทั้ง 22 แห่ง เพื่อที่จะให้รู้จุดพื้นที่ ที่จะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนที่แน่ชัดเท่านั้น

          ส่วนรายละเอียดต่างๆที่จะนำมาประกอบสำนวนคดียังคงต้องรอข้อมูลจากทางหัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ 4 นครราชสีมา ที่จะต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนต่อไป ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเขียว ได้ทำหนังสือไปถึงหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ 4 นครราชสีมา เพื่อให้เร่งนำข้อมูลหลักฐานทั้งรายละเอียดพื้นที่ที่กล่าวหาว่ามีการบุกรุก รวมถึงขอให้ทางหน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ที่ 4 นครราชสีมา ประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวบรวมส่งพนักงานสอบสวนเพื่อนำไปประกอบสำนวนจัดเตรียมไว้ในกรณีที่จะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งควบคู่ไปด้วย

          พ.ต.ท.โชติ ตระกูล รองผู้กำกับการ สภ.วังน้ำเขียว ผู้ได้รับมอบหมายจากนายชัยยงค์ ฮมภิรมย์ นายอำเภอวังน้ำเขียว ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง ต.วังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ในส่วนของกระบวนการดำเนินคดีนั้นถึงแม้ว่าทางสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว จะรับแจ้งความดำเนินคดีกับรีสอร์ตทั้ง 22 แห่ง ที่เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ 4 นครราชสีมา กล่าวหาว่าบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนขณะนี้ยังเป็นไปค่อนข้างลำบาก

          เนื่องจาก ข้อมูลที่ทางพนักงานสอบสวนได้รับมาจากทางผู้กล่าวหานั้น ยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีเพียงพิกัดที่ตั้งของรีสอร์ตทั้ง 22 แห่ง ที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทั้งผู้ครอบครองพื้นที่ รายละเอียดพื้นที่ที่ทางหน่วยป้องกันและรักษาป่าไม้ที่ 4 นครราชสีมา ระบุว่าถูกบุกรุก และมูลค่าความเสียหายนั้นยังไม่มีการแจ้งข้อมูลเข้ามา ซึ่งในส่วนนี้ตนเองได้ทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ 4 นครราชสีมา ให้นำข้อมูลเหล่านี้มาแสดงต่อพนักงานสอบสวนอย่างเร่งด่วนแล้ว สำหรับในส่วนของการสืบสวนหาตัวผู้เข้าครอบครองพื้นที่หรือเจ้าของรีสอร์ตบ้านพักทั้ง 22 แห่งที่ถูกกล่าวหา 

          ขณะนี้ ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการดำเนินการสืบสวนสอบสวนฝ่ายปกครองในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ที่น่าจะมีส่วนรับรู้และอนุญาตให้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งทางผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อติดตามตัวเจ้าของรีสอร์ตบ้านพักทั้ง 22 แห่ง มารับทราบข้อกล่าวหา และเชิญมาให้ปากคำ พร้อมกับให้โอกาสนำหลักฐานในการถือครองพื้นที่มาแสดงกับทางพนักงานสอบสวนอีกทางหนึ่งด้วย

          อีกทั้ง กระบวนการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีจะเสร็จสิ้นหรือสรุปผลออกมาได้ในเวลาใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐานที่ทางพนักงานสอบสวน ต้องการประกอบสำนวนคดีจากทางผู้กล่าวหา และการติดตามหาตัวเจ้าของรีสอร์ตบ้านพักมาให้ปากคำ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าของรีสอร์ตบ้านพักใน 22 แห่งที่ถูกกล่าวหามาแสดงตัวกับทางพนักงานสอบสวนแม้แต่รายเดียว 

          ด้านนายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา กล่าวว่า การเตรียมข้อมูลหลักฐานเพื่อส่งให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเขียว ดำเนินคดี

          ขณะนี้ในส่วนของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา และทางกรมป่าไม้ อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการโดยใช้อำนาจ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2524 มาตรา 25 ในการตรวจสอบรีสอร์ตบ้านพักทั้ง 22 แห่งดังกล่าว  เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองพื้นที่และเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง นำหลักฐานเอกสารการถือครองพื้นที่มาแสดงกับทางเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วัน ซึ่งกระบวนการนี้ได้ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.  ที่ผ่านมา และหากครบระยะเวลา 15 วัน ยังไม่มีผู้ใดนำหลักฐานมาแสดงกับทางเจ้าหน้าที่ ทางกรมป่าไม้ก็จะติดประกาศสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 45 วัน และหากไม่ปฏิบัติตามทางกรมป่าไม้ก็จะดำเนินการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเองทั้งหมด ซึ่งในส่วนนี้เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของกรมป่าไม้ที่มีอยู่

          สำหรับการดำเนินคดีทางกฏหมายในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ นั้น ทางกรมป่าไม้มีนายไพโรจน์ ชุ่มเพ็งพันธุ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าไม้ที่ 4 นครราชสีมา เป็นผู้ดำเนินการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งหากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการข้อมูลหลักฐานต่างๆ ดังที่ระบุมานั้น นายไพโรจน์ ก็จะแจ้งไปยังกรมป่าไม้ เพื่อขอข้อมูลในเรื่องนี้ ซึ่งข้อมูลในเรื่องของพื้นที่ที่ถูกบุกรุก รวมถึงรายละเอียดมูลค่าความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น  โดยอยู่ในห้วง 15 วัน ของการให้โอกาสผู้ครอบครองพื้นที่ มาแสดงหลักฐานเอกสารสิทธิกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อดูว่ามีหลักฐานอะไร ที่ระบุความเป็นเจ้าของ แต่หากไม่มีใครมาแสดงก็จะติดป้ายสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 45 วัน หากไม่รื้อทางกรมป่าไม้ก็จะเข้าไปรื้อสิ่งปลูกสร้างเองทั้งหมด ซึ่งหากต้องการข้อมูลที่ชัดเจนก็ต้องอยู่หลังจากช่วงกระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว เนื่องจากทางกรมป่าไม้จะสามารถดำเนินการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้โดยละเอียด แต่อย่างไรก็ตามหากขั้นนี้ไม่มีผู้ใดออกมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของพื้นที่ทางกรมป่าไม้ ก็จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้สำรองออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกจากพื้นที่

          "ที่เหลือก็รอผลการสอบสวนหาตัวผู้เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างและครอบครองพื้นที่รีสอร์ทบ้านพักทั้ง 22 แห่ง ของพนักงานสอบสวนในส่วนของการดำเนินคดีตามประมวลกฏหมายอาญา ฐานบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ว่าจะสามารถสืบสวนรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งหากสามารถระบุตัวผู้กระทำความผิดได้ชัดเจน ทางกรมป่าไม้ก็เตรียมที่จะฟ้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงเรียกค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ทางกรมป่าไม้สำรองค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนไปก่อนด้วยเช่นเดียวกัน" นายสุเทพ กล่าว

 

 

'ปปช.'ลุยสางคดีวังน้ำเขียวถ้าข้อมูลครบ

          นายวิชัย  วิวิตเสวี  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเปิดตัวสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดเขตพื้นที่ 3 (นครราชสีมา) เพื่อให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งภาคประชาชน ได้ร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่น

          อีกทั้ง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับการทำงานของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้จัดตั้งสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเขตพื้นที่ต่างๆ ในระยะที่ 1 รวม 9 เขตพื้นที่ ในจังหวัดต่างๆประกอบด้วย อยุธยา , ชลบุรี , นครราชสีมา , ขอนแก่น , เชียงใหม่ , พิษณุโลก , นครปฐม , สุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา  เพื่อดำเนินการในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่รับผิดชอบครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ  โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก  

          นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า สำหรับในการเปิดตัวสำนักงาน ป.ป.ช. ในพื้นที่เขต 3 (นครราชสีมา) นี้เปิดขึ้นเพื่อต้องการให้ความรู้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริตในเรื่องต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางสำนักงาน ป.ป.ช. เขต3 นครราชสีมา ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนถึงการทุจริตในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด แต่อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าเมื่อมีการทำความเข้าใจและเผยแพร่ความรู้ให้กับภาครัฐและเอกชนปัญหาการทุจริตก็ในแต่ละพื้นที่ก็จะลดน้อยลงเช่นกัน สำหรับคดีความที่ยังอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. มีอยู่กว่า 8 พันคดี แต่หากจะถามว่าเป็นคดีใหญ่กี่คดีนั้นตนคิดว่าใหญ่ทุกคดี

           ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาถึงเรื่อง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่มีการบุกรุกพื้นที่กรมป่าไม้ และอุทยานแห่งชาติ ที่มีนักการเมืองระดับชาติเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ได้รับเรื่องนี้แต่อย่างไร เนื่องจากมีผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว คือ อาจารย์วิชา มหาคุณ ที่กำลังรวบรวมเอกสารส่งมายังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบ แต่อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าหากเอกสารส่งมาถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็พร้อมที่จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบ นายวิชัยฯกล่าว

          สำหรับสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดเขตพื้นที่ 3 (นครราชสีมา)  มีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 376/3 ถ.ยมราช ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา  ซึ่งมีเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบครอบคลุม 8 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา , ชัยภูมิ ,บุรีรัมย์ ,  สุรินทร์ , ศรีสะเกษ , ยโสธร , อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ