ข่าว

สภาฯชี้เปิดประชุมพุธบ่าย

สภาฯชี้เปิดประชุมพุธบ่าย

17 ส.ค. 2554

สภาฯเห็นชอบเปิดประชุมวันพุธ 13.30 - 21 .00 น. สมัยประชุมนิติบัญญัติเริ่ม 21 ธ.ค.-18 เม.ย.ด้านรมว.กต.แหยงนักข่าวตั้งคำถามต้อนขับรถหนีแต่ไม่พ้น

            17 ส.ค.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  โดยมีนายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์  ประธานสภาผู้แทนราษฎร  ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม  โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณากำหนดวันและเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎร   ซึ่งมีตัวแทนจากพรรคการเมืองเสนอ 3 ญัตติให้ที่ประชุมลงมติโหวตเลือกว่าจะให้ที่ประชุมสภาฯเริ่มและปิดในเวลาใด 

            โดยนายชลน่าน  ศรีแก้ว  ส.ส.น่าน  ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย  เสนอญัตติวันพุธให้เปิดประชุมสภาฯเวลา  13.00 - 21.00 น. และวันพฤหัสบดี เวลา  10.00 - 18.00 น.   ส่วนนพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม  ส.ส.พิษณุโลก  ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์  เสนอญัตติวันพุธให้เปิดประชุมสภาฯเวลา  09.00 -17.00 น. และวันพฤหัสบดี เวลา  09.00-17.00 น.    ขณะที่นายบุญจง  วงศ์ไตรรัตน์  ส.ส.นครราชศรีมา  ตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย  เสนอญัตติวันพุธให้เปิดประชุมสภาฯเวลา  09.00 -19.00 น.และวันพฤหัสบดีเวลา  09.00 -17.00น.

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตัวแทนที่เสนอญัตติต่างก็อภิปรายถึงข้อดีข้อเสียของการการเปิดปิดสภาฯในช่วงที่ตัวเองเสนอ  ซึ่งบางช่วงได้มีการตอบโต้ เพราะต่างฝ่ายก็ต่างยืนยันว่าเวลาที่ตัวเองเสนอนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง   อย่างไรก็ตามซึ่งหลังจากถกเถียงกันนานกว่า  1 ชั่วโมง  นายชูวิทย์  กมลวิศิษฎ์   ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทยได้ขอเสนอปิดอภิปราย จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยกับญัตติของนายชลน่าน คือ วันพุธให้เปิดประชุมสภาฯเวลา  13.00 - 21.00 น. และวันพฤหัสบดี เวลา  10.00 - 18.00 น.  ด้วยคะแนน  273   ต่อ  155   งดออกเสียง  26  ขณะที่สมัยประชุมสภาฯนั้นที่ประชุมเห็นชอบให้สมัยสามัญนิติบัญญัติเริ่มต้นวันที่  21 ธ.ค.- 18  เม.ย. ส่วนสมัยสามัญทั่วไปเริ่มต้นวันที่   1 ส.ค.-  28 พ.ย.

 

 ปธ..วิปฝ่ายค้านเหน็บพท.กลัวซักฟอกเสนอประชุมสภาบ่าย

            นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์  ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการกำหนดวันเวลาการประชุมสภาว่า ยืนยันที่จะให้มีการประชุมตั้งแต่เช้า เหมือนที่เคยปฏิบัติมา ส่วนจะตกลงกันได้หรือไม่ก็อยู่ที่ที่ประชุมว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้แม้ฝ่ายค้านจะเสียเปรียบเพราะรัฐบาลมีเสียงข้างมาก แต่รัฐบาลก็ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมว่าอะไรเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์สูงสุด เพราะถ้าประชุมเหมือนที่เคยปฎิบัติมา ก็จะช่วยให้งานในสภาเดินหน้าไปได้ เพราะเชื่อว่าจะมีกฎหมายหลายฉบับที่จะเข้าสู่สภา และสภาก็จะทำเรื่องที่มีประโยชน์ต่อประชาชน นอกจากนี้ตนยังเป็นห่วงเรื่องอยู่ในห้องประชุมแล้วไม่ยอมกดบัตรเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต

            เมื่อถามถึงท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่พยายามบีบให้การประชุมมีเวลาน้อยลง นายจุรินทร์ กล่าวว่า สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลกลัวการประชุมสภา ทั้งที่เมื่อสภาเป็นเวทีควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว หากรัฐบาลถ้าไม่คิดที่จะไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ไม่จำเป็นต้องไปกลัว ส่วนเรื่องการแถลงนโยบายนั้น ตอนแรกเข้าใจว่าจะเป็นวันที่ 24 ส.ค.นี้ และจะเปิดโอกาสให้มีการพูดกัน แต่ไป ๆ มา ๆ กลับบีบเหลือ 2 วัน และพยายามที่จะให้อภิปรายวันจันทร์ให้ได้ ตนคิดว่าไม่มีความจำเป็น เพราะเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ภายใน 15 วันนั้นก็ยังมีเวลาอยู่  ดังนั้นไม่จำเป็นฯต้องไปประชุมตั้งแต่วันจันทร์ และหากมีการประชุมจริงก็จะเป็นปัญหา เพราะรัฐบาลพูดทำนองว่าจะส่งเอกสารให้ตั้งแต่วันศุกร์ จะทำให้ฝ่ายค้านหรือสภาฯไม่มีเวลาพอที่จะดูเอกสารและเตรียมข้อมูลสำหรับการพูดได้ ทำให้การทำงานในการควบคุมการทำงานและตรวจสอบรัฐบาลทำงานได้ยากขึ้น ทั้งนี้ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่านโยบายถูกต้องเป็นประโยชน์ ก็ไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่จะต้องมากังวลว่าจะมีการอภิปรายตรวจสอบนโยบาย

            ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะตรวจสอบ รมว.ต่างประเทศ กรณีประสานงานประเทศญี่ปุ่นเพื่อขอวีซ่าให้กับพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่ตนเคยตั้งข้อสังเกตไว้ หลังทราบชื่อ ครม.และเป็นเรื่องที่ติดตามต่อไปสำหรับการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ว่ามีวาระพิเศษอะไรหรือไม่จึงตั้งนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล มาเป็นรมว.โดยกรณีดังกล่าวได้ส่อให้เห็นแล้วว่ารัฐบาลที่พยายามบอกว่าจะไม่ทำอะให้เพื่อประโยชน์ของคน ๆ เดียว เป็นการพูดอย่างทำอย่าง ทั้งนี้ในส่วนของวิปฝ่ายค้านก็จะมีคณะทำงานเพื่อติดตามตรวจสอบการทำงานตรงนี้ของพรรคเพื่อไทยด้วย เพราะถือเป็นหน้าที่

 

2สาวส.ส.ฝ่ายค้าน-รบ.โต้หนัก

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  โดยมีนายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์  ประธานสภาผู้แทนราษฎร  ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม  โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอหารือปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือในขณะนี้ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย จนถึงนครสวรรค์ และมีความกังวลในเรื่องการประกันรายได้ ตอนนี้ชาวนากังวลไม่มีข้าว จึงขอให้นำเงินประกันราคาไปให้ และนำเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครอบครัวได้รับความเดือดร้อน เหมือนสมัยที่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจึงขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน

            ขณะที่ นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้ลุกหารือว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มี ส.ส.ออกมาพูดว่า ส.ส. ขี้เกียจไปเซ็นรับเงินเบี้ยประชุมห้อง กมธ.แล้วไม่เข้าประชุมสภา เมื่อลงพื้นที่มีชาวบ้านมาสอบถาม ทำไม ส.ส.ขี้เกียจ ไม่ทำงาน ทำให้เกิความเสียหายเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ทำไม ไม่ทำเรื่อสอบสวน บางคนอยากให้ประชุมทุกวัน ก็อยากให้เข้าใจว่าวันจันทร์(15 ส.ค.)ประชุมวิปแล้ว วันอังคาร(16 ส.ค.)ประชุมพรรค ซึ่งการที่นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ได้เสนอให้ประชุมบ่ายเพราะอยากให้ความสำคัญกับการประชุม การชี้แจงของ กมธ.ซึ่งขอชี้แจงว่า ส.ส.ไม่เป็นอย่างนั้น

            อย่างไรก็ตาม ทำให้ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าใครไม่เดือดร้อนก็ไม่ควรโต้ออกมาแย้ง อย่างเพราะท่านประธานฯให้หารือ ไม่ใช่มาหาเรื่องอย่างนี้ ผู้ที่หารือเมื่อสมัยที่แล้วไม่ได้อยู่ในสภา ไม่ว่าไม่ว่าพรรคไหนเป็นรัฐบาลก็ให้ประชุมสภา 5 วัน เพราะสมัยที่ผ่านมาบางคนมีประชุมหลายคณะไปเซ็นรับเงินห้องนั้นแล้วไปเซ็นรับเงินห้องนี้แล้วก็ไม่เข้าประชุม

            ขณะที่ นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้ลุกประท้วงว่า สิ่งที่น.ส.รังสิมาพูดเป็นการเสียดสี ขอให้ประธานควบคุมการประชุมให้อยู่ในความเรียบร้อย ต่อมานางกุสุมาลวตี ได้ลุกขึ้นอีกครั้งโดยยืนยันว่าการพูดดังกล่าวทำให้เสียหายต่อสภาแห่งนี้ แม้สมัยที่ผ่านมาจะไม่ได้เป็น แต่ก็เคยเป็น ส.ส.มาหลายสมัยไม่เคยทำอะไรเสื่อมเสีย การพูดว่าส.ส.ไปเซ็นรับซอง ระหว่างนั้นประธานสภาฯได้ตัดบทควรจะทำเรื่องความเดือดร้อนมาหารือและได้วินิจฉัยเป็นที่สุดแล้ว นางกุสุมาลวตี ยังยืนและพยายามชี้แจง จนประธานได้เตือนขอให้นั่งหลายครั้งและได้ยอมนั่งลง และในที่สุด นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้เสนอว่าถ้าสิ่งที่น.ส.รังสิมากล่าว สภาก็ต้องมีการสอบสวนเพื่อทำให้ข้อเท็จจริงได้ปรากฎจะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ประธานได้ตัดบทเข้าสู่การหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป

 

สภาคึกคัก!ส.ส.รอประชุม

           17 ส.ค.54 บรรยากาศที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ยังไม่เริ่มการประชุม โดยเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ซึ่งจะเดินทางมาถึงที่ทำการรัฐสภา และมาลงชื่อร่วมการประชุมแล้วเป็นจำนวนมาก

           ขณะที่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ยืนยันว่า การให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ลาออกจากการเป็น ส.ส. เพื่อเลื่อนลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยลงไปอีกนั้น ไม่ได้เป็นมติของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเห็นว่าเรื่องดังกล่าวนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะได้หารือกับคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรค โดยดูจากความสำคัญในหน้าที่การงาน และดูความสมัครใจของรัฐมนตรีแต่ละคนด้วย

           ส่วนการทำงานในคณะกรรมการการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล พ.อ.อภิวันท์ ยืนยันชัดเจนว่า จะไม่ขอรับตำแหน่งประธานวิปรัฐบาล เพราะเห็นว่าการทำงานให้กับพรรค ไม่จำเป็นที่จะต้องมีตำแหน่งใดก็ได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ ยังไม่มีการประชุมเพื่อเลือกประธานวิปรัฐบาลแต่อย่างใด

 

รมว.กต.แหยงนักข่าวตั้งคำถามต้อนขับรถหนีแต่ไม่พ้น
             
                17 ส.คง54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนถึงเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประมาณ 09.00 น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางมาที่รัฐสภา เพื่อเข้าร่วมประชุมสภา โดยได้นั่งรถส่วนตัวมาพร้อมกับ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งพนักงานขับรถได้ขับรถขึ้นมาจอดบริเวณชั้น 2 (ชั้นลอย) ของอาคารรัฐสภา1 ซึ่งเป็นทางเข้าที่ฝ่ายบริหารส่วนใหญ่จะใช้เดินทางเข้าห้องประชุม

           ผู้สื่อข่าวรายงานด้วย ว่ารถที่นายสุรพงษ์โดยสารนั้นได้จอดอยู่บริเวณทางเข้าอยู่นาน หลังจากที่เห็นกลุ่มสื่อมวลชนจากหลายสำนักรอทำข่าว และนายสุรพงษ์ไม่ยอมลงมาจากรถ จากนั้นพบว่ารถคันดังกล่าวได้ขับวนออกไป และพานายสุรพงษ์ และนายสุนัย ไปส่งที่บริเวณทางเข้าชั้น 1 (บ่อปลา)แทน ทั้งนี้ที่บริเวณทางเข้าชั้น 1 มีกลุ่มผู้สื่อข่าวรอดักทำข่าว ส.ส.และ รัฐมนตรีกันเป็นจำนวนมากเช่นกัน