ข่าว

รัฐมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

รัฐมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

17 ส.ค. 2554

"ยิ่งลักษณ์" เผยนโยบายเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ลดพึ่งส่งออก "กิตติรัตน์" รับอยากเห็นนโยบายดอกเบี้ยต่ำ ช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจ ที่ต้องแบกค่าแรงเพิ่ม มองหลังลดราคาขายปลีกน้ำมันช่วยคุมเงินเฟ้อได้อีกทาง ลั่นมุ่งกระจายรายได้สู่คนมีรายได้น้อย

           น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยพึ่งการส่งออกมาก ขณะที่เศรษฐกิจในต่างประเทศมีความผันผวน ดังนั้น ต้องหันมาเน้นเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น โดยเพิ่มรายได้ของประชาชนและลดค่าใช้จ่าย ส่วนการดูแลเงินเฟ้อนั้นมีหลายตัวเลือก แต่ไม่อยากมองปัญหาเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว ที่สำคัญต้องมองเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม

            นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ถือเป็นการเพิ่มต้นทุนให้ภาคธุรกิจอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากต้นทุนน้ำมันและภาษี ดังนั้น ทุกฝ่ายควรทบทวนดูว่าจะสามารถทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยถูกลงได้หรือไม่ เนื่องจากภาคธุรกิจมีต้นทุนค่าแรงสูงขึ้น เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีรายได้สูงขึ้น มีกำลังซื้อมากขึ้น ซึ่งจะเปลี่ยนแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก มาเป็นการบริโภคในประเทศแทน

            "รัฐบาลอยากให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลง เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะทำให้ราคาน้ำมันถูกลงจากนโยบายลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ซึ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับลดลงด้วย" นายกิตติรัตน์กล่าวและว่า รัฐบาลต้องการแก้ปัญหาให้ตรงจุด โดยมองว่าการกระจายรายได้อาจสำคัญกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยทั้งที่อยู่ในภาคเกษตร และนอกภาคเกษตร เพื่อทำให้เติบโตเศรษฐกิจต่อเนื่อง เช่น ทำให้เติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1% จากอัตราการเติบโตในแต่ละปี

            นอกจากนี้ รัฐบาลจะยังไม่มีการยกเลิกมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนในการให้บริการไม่จัดเก็บค่าน้ำ ค่าไฟ รถเมล์ฟรี จนกว่าผู้มีรายได้น้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความสามารถในการดูแลตนเอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาจากการสังเกตการดำเนินมาตรการดังกล่าวพบว่า มีประชาชนบางส่วนใช้น้ำและไฟอย่างไม่คำนึงถึงความประหยัด ดังนั้น อาจมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบางส่วนให้มีความเหมาะสม

            นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้จัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2555 ซึ่งจะมีการทบทวนโครงการที่ไม่เร่งด่วน หรือไม่ตรงกับนโยบายของรัฐบาล เพื่อไม่เป็นภาระงบประมาณเกินไป โดยการจัดทำงบประมาณจะดำเนินทันที ที่รัฐบาลแถลงนโยบายแล้ว คาดว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 จะเสนอครม.ในเดือนกันยายน 2554 ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ และคาดว่างบประมาณปี 2555 จะมีผลบังคับใช้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555 และยอมรับว่าต้องใช้งบประมาณเพิ่มในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล แต่เมื่อตัดนโยบายที่ไม่เร่งด่วนแล้วก็คงเพิ่มขึ้นไม่มาก

            นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การปรับกรอบเงินเฟ้อนั้น ตามกฎหมาย ธปท.ฉบับใหม่ ระบุไว้ชัดเจนว่าถ้าเกิดกรณีปัญหาใดๆ ก็ให้ปรึกษาหารือกัน และการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังกับธปท.ก็เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว