
"จูลี่"ชนะใจตัวเองบนเวที"มิสไทยแลนด์เวิลด์"
"จูลี่"ชนะใจตัวเองบนเวที"มิสไทยแลนด์เวิลด์" : โซไซตี้ โดยมาดามลิลลี่
เรียกว่าชนะใจกรรมการตั้งแต่ตอบคำถามวัดกึ๋นในรอบแรกก็ว่าได้ เมื่อกองประกวด "มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011" ยิงคำถามที่ว่า "เพราะเหตุใดคุณถึงตัดสินใจมาประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ในปีนี้" สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ "จูลี่" พัชริดา รอดคงคา เจ้าของมงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 2011 พร้อมด้วยรางวัลมิสบีอิ้ง เบเบ้ ก็ตอบอย่างฉะฉานว่า "การประกวดนี้เป็นความฝันตั้งแต่อยู่ประเทศอังกฤษ และได้ดูการประกวดทางอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ปี 2007 ตั้งใจมาประกวดเวทีนี้มาก เลยย้ายมาอยู่เมืองไทยเพื่อจะได้ประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ และทำความฝันให้เป็นจริง"
ก่อนที่คณะกรรมการจะลงมติเทคะแนนเป็นเอกฉันท์ให้เธออีกครั้งในรอบสุดท้ายกับคำถามที่ว่า "คุณมีนิยามหรือคติพจน์อะไรในการใช้ชีวิตให้มีความสุข และให้สังคมมีความสุขอยู่เช่นกัน"... "จูลี่" คว้าไมค์มาตอบทันที "ถือนิยามว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เพราะวันแรกที่มาสมัครไม่มีใครสนใจเลย น้ำหนักมากถึง 66 กิโลกรัม แต่ใช้ความตั้งใจพยายามลดลงมา 10 กิโลกรัมภายใน 1 เดือน จึงเชื่อว่าจะใช้ความพยายามนี้ไปคว้ามงกุฎมิสเวิลด์มาให้ได้"
สาวรักแฟชั่น "จูลี่" พัชริดา วัย 20 ปี ลูกสาวสุดหวงของ คุณพ่อปีเตอร์ แบลทช์ฟอร์ด และ คุณแม่จันทนา รอดคงคา กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะแฟชั่นดีไซน์ สถาบันออกแบบนานาชาติราฟเฟิลส์ เธอสูญเสียคุณพ่อไปด้วยโรคหัวใจวายเมื่อปีก่อนแม้จะยังทำใจไม่ได้ แต่การคว้ามงกุฎอันทรงเกียรติบนเวทีแห่งนี้ กลับเป็นการทำความฝันของคุณพ่อและคุณแม่ให้เป็นจริง และแม้เธอจะเกิดที่เมืองผู้ดีและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมาโดยตลอด แต่คุณแม่ก็สอนให้พูดภาษาไทย รู้จักประเพณี และวัฒนธรรมไทยมาโดยตลอด พร้อมกับย้ำเสมอว่าถึงอย่างไรมีเลือดไทยอยู่ครึ่งหนึ่ง นี่เองทำให้วินาทีแรกที่เจอหน้าคุณแม่ เธอถึงกับก้มลงกราบแทบเท้าด้วยน้ำตาคลอเบ้า เพื่อขอบพระคุณ ตามวิถีชีวิตชาวไทย
นี่คงจะเป็นเพียงความฝันแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จากนี้ไปเธอจะกลายเป็นตัวแทนของสาวไทย ที่พกพาความมุ่งมั่นไปคว้ามงกุฎเวที "มิสเวิลด์ 2011" ที่ประเทศอังกฤษ ในเดือนพฤศจิกายนนี้มาให้ได้อย่างแน่นอน



