
การประท้วงที่ชิลี
การประท้วงที่ชิลี : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
คาเซอโลโซ หรือการชุมนุมประท้วงและก่อความไม่สงบ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งของชาวชิลี มาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีซัลวาดอร์ อัลเจนเด เมื่อเกิดภาวะขาดแคลนอาหารในประเทศ และในสมัยของอดีตประธานาธิบดีออกุสโต ปิโนเชต์ ในปี 1982 เพื่อประท้วงนโยบายเศรษฐกิจที่ทำให้ชิลีต้องเป็นหนี้ต่างประเทศ รวมทั้งในปี 1988 เมื่อปิโนเชต์ดำเนินการยืดเวลาการอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีของตน และคาเซอโลโซกลับมาปรากฏอีกครั้งในเดือนนี้ เมื่อนักศึกษาชิลีจำนวนมากชุมนุมกันในกรุงซานติอาโก เมืองหลวงของชิลี เพื่อประท้วงการปฏิรูปการศึกษา
การปฏิรูปการศึกษาในชิลีเริ่มมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 พร้อมกับการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย ทำให้ผู้อยู่ในวัยเรียนได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น และสถาบันการศึกษาของเอกชนเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อย่างไรก็ตามคุณภาพของการเรียนการสอนโดยเฉพาะโรงเรียนรัฐบาลยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้ดีเพียงพอ ทั้งนี้ นักศึกษายังต้องกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในการศึกษา ซึ่งทำให้ต้องแบกรับภาวะหนี้สิน รวมทั้งระบบและกลไกทางการศึกษาก็ยังขาดความคล่องตัว
การชุมนุมประท้วงครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 6 หมื่นคน ซึ่งนอกจากนักศึกษา ครู และผู้ปกครองแล้ว ก็ยังมีคนงานและนักเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ ให้การสนับสนุน โดยกล่าวว่ารัฐบาลเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของนักศึกษา ที่ต้องการให้มีการพัฒนาโรงเรียนและสถาบันการศึกษาของรัฐซึ่งมีอยู่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ให้มีคุณภาพทัดเทียมกับโรงเรียนและสถาบันการศึกษาของเอกชน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล แต่เก็บค่าเล่าเรียนในอัตราที่สูง โดยผู้ชุมนุมต้องการให้รัฐบาลยุติเงินอุดหนุนที่ให้แก่เอกชน แล้วนำเงินมาช่วยเหลือโรงเรียนและสถาบันการศึกษาของรัฐ ทั้งนี้เพราะที่เป็นอยู่นักเรียนที่ผู้ปกครองมีฐานะดี จะเข้าศึกษาในโรงเรียนเอกชน ทำให้มีโอกาสในการเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยสูงกว่านักเรียนที่เรียนในโรงเรียนรัฐบาล นอกจากนี้ผู้ชุมนุมยังเรียกร้องให้ลดค่าเล่าเรียน และค่าโดยสารระบบขนส่งมวลชนแก่นักเรียนนักศึกษา
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปิเนรา ได้แถลงผลการดำเนินงานประจำปี 2010 ของรัฐบาลต่อรัฐสภา ในเรื่องการศึกษาว่าได้มีการออกกฎหมายปฏิรูปการศึกษา จัดตั้งหน่วยงานที่ดูแลด้านการศึกษาโดยเฉพาะ อนุมัติทุนการศึกษาแก่อาชีพครูเพิ่มขึ้น ปรับปรุงการสอบประเมินผล และเพิ่มโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาของรัฐที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ กับมีแผนที่จะทำให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงและติดต่อกับหน่วยงานด้านการศึกษาของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มทุนการศึกษา และปรับปรุงการสอนคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษแก่โรงเรียน 1,000 แห่ง นอกเหนือจากการอนุมัติงบประมาณด้านการศึกษาไปแล้วกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์
ปิเนราเป็นประธานาธิบดีคนแรกของชิลีที่มาจากฝ่ายอนุรักษนิยม ภายในช่วงเวลา 17 ปี และได้รับคะแนนนิยมอย่างมากในระยะเวลาก่อนหน้านี้ จากการที่ทีมฟุตบอลชิลีเข้ารอบในการแข่งขันฟุตบอลโลก และการช่วยเหลือคนงานเหมืองแร่ที่ติดอยู่ใต้ดิน
อย่างไรก็ตาม แม้ชิลีจะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดในอเมริกาใต้ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังมีฐานะยากจน และมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมในระดับที่สูง ดังนั้น ปัญหาการปฏิรูปการศึกษา จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถประธานาธิบดีปิเนรา ทั้งในเรื่องการหาทางออกที่เหมาะสม และการรักษาความนิยมและตำแหน่งไว้ให้ได้นานที่สุด



