ตม.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน
ตม.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน-ไต้หวัน 21 คน ย่านบางนา พร้อมยึดโน๊ตบุ๊ครวม 15 เครื่อง อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 5 ตัว โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และวิทยุสื่อสาร 2 ตัว
16 ส.ค.54 พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง รอง ผบก.สส.สตม. นำหมายศาล จ.พระโขนง เลขที่ 54/2554 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม. เข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 62/3 ซ.บางนาตราด 21 แยก 26 แขวงและเขต บางนา กทม. หลังสืบทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว ใช้เป็นสถานที่ทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน
ภายในบ้านพักหลังดังกล่าวมีลักษณะเป็นบ้านเช่า 2 ชั้น พบผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด รวม 21 คน เป็นชาวจีน 19 คน ชาวใต้หวัน 1 คน และชาวไทย 1 คน กำลังใช้ระบบอินเตอร์เน็ตโทรศัพท์ข้ามประเทศโดยใช้ภาษาจีนตามห้องต่างๆ ในบ้านหลังดังกล่าว โดยในกลุ่มนี้ มีนางหยางซี่หยู อายุ 28 ปี และ นายหยาง ยันสง อายุ 29 ปี รับเป็นหัวหน้าแก๊ง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดของกลาง เป็นโน๊ตบุ๊ครวม 15 เครื่อง อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 5 ตัว และโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และวิทยุสื่อสาร 2 ตัว โทรศัพท์บ้าน 15 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ หลายบัญชีและบทพูดภาษาจีนที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อจำนวนมาก
พล.ต.ต.มนู กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มนี้มาจากประเทศจีน และมีการไปฝึกงานเกี่ยวกับการหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชี ที่ประเทศใต้หวัน เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนจะเดินทางมาตั้งศูนย์ที่ประเทศไทย เพื่อโทรศัพท์กลับไปหลอกลวงชาวไต้หวัน และชาวจีน ว่า ผู้เสียหาย มีเงินในบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ผิดกฎหมาย พร้อมกับล่อลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้
จากการตรวจสอบ ยังพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มนี้ มีการแข่งขันกันทำยอดในการหลอกโอนเงินด้วย เพราะบริเวณ ฝาผนังห้องมีบอร์ด รายชื่อของแต่ละคนเป็นภาษาจีน ที่ระบุรายได้เฉลี่ยในแต่ละเดือนด้วย
พล.ต.ต.มนู กล่าวต่อว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า มาเช่าบ้านหลังนี้ ได้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง และจะมีการแบ่งหน้าที่กันทำ มีการแบ่งเป็นห้องต่างๆ อาทิ ห้องของพนักงานสอบสวน ห้องของพนักงานอัยการ พนักงานธนาคาร เพื่อโทรศัพท์กลับไปหลอกลวงผู้เสียหาย ให้โอนเงินเข้าบัญชี พร้อมกันนี้ ยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหา ยังว่าจ้างคนไทยให้เปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทย โดยจะให้ค่าจ้างคนละ 6,000 บาท ต่อบัญชี
ด้าน พ.ต.อ.ชาติชาย กล่าวว่า สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ ตำรวจไทยได้เข้าจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวัน ที่เข้ามาตั้งศูนย์ในประเทศไทย ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดมาได้พบว่าแก๊งก่อนหน้านี้มีรายได้เฉลี่ยสูงถึงสัปดาห์ละกว่า 26 ล้านบาท โดยทางทางตำรวจไต้หวันได้ประสานมายังตำรวจไทยว่าพบเบาะแส ว่ามีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อยู่ในประเทศไทยอีก แต่ เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนหาข้อมูล จนพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้มาใช้บ้านเช่าหลังนี้เป็นฐานปฏิบัติการ จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว ซึ่งคาดว่าแก๊งนี้ที่เพิ่งจับกุมได้ก็น่าจะมีรายได้สูงเช่นกันซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบข้อมูลการหมุนเวียนของเงินในคอมพิวเตอร์อย่างละเอียดอีกครั้ง



