
ทบ.ยันไม่มีบินสอดแนมตกฝั่งเขมร
โฆษกกองทัพบกยันไม่มีเครื่องบินสอดแนมตกในกัมพูชา มึนเอาข่าวมาจากไหน มทภ.2 เตรียมสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาให้ รมว.กลาโหม รับทราบ เผยประชุมอาร์บีซี 23-25 ส.ค.นี้ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา
16 ส.ค. 54 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่หนังสือพิมพ์กัมพูชาระบุว่ามีเครื่องบินสอดแนมไร้คนขับของไทยตกในเขตประเทศกัมพูชาและสามารถเก็บซากเครื่องบินดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานว่า ตนยังไม่รู้ว่าข่าวดังกล่าวนี้มาได้อย่างไร ซึ่งการรายงานข่าวเมื่อเช้าของวันนี้ (16 ส.ค.) ต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และนายทหารระดับสูง ก็ยังไม่มีข่าวนี้ปรากฏ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าทางกัมพูชาไปเอาข่าวมาจากไหน ก็ไม่รู้ว่าข้อมูลนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร
พ.อ.ประวิตร หูแก้ว โฆษกกองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า จากการตรวจสอบกับเข้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งไม่รู้ว่ามีข่าวมาได้อย่างไร ทางกองทัพภาคที่ 2 ไม่ได้ร้องขอเครื่องบินสอดแนมมาปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย -กัมพูชา เพราะไม่มีความจำเป็น ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี เจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองประเทศก็อยู่ในพื้นที่ของตนเอง ไม่มีการปฏิบัติการทางทหารแต่อย่างใดทั้งสิ้น ซึ่งการจะถอนทหารออกนอกพื้นที่ทางกองทัพภาคที่ 2 ต้องรอฟังผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้
พ.อ.ประวิตร บอกว่า ขณะนี้ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้เตรียมข้อมูลรายละเอียดเพื่อชี้แจงให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่จะเดินทางลงพื้นที่ในวันศุกร์ที่ 19 ส.ค.นี้ โดยเฉพาะสถานการณ์ในช่วงการปฏิบัติงานของกำลังพลในปัจจุบัน นอกจากนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ จะเดินทางขึ้นไปบริเวณหน่วยทหารผามออีแดง เพื่อรับทราบถึงการจัดวางกำลังทางทหารบริเวณตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนจะมีการเสนอปรับลดกำลังทหารเท่าใดนั้น ยังไม่ได้มีการประชุม หรือสรุปเป็นนโยบายอะไร ทั้งนี้ต้องรอการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (อาร์บีซี) ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 23-25 ส.ค.นี้ ที่ จ.นครราชสีมา
“การประชุมในครั้งนี้ไม่ได้หารือเฉพาะด้านการทหารเท่านั้น แต่จะมีการประชุมในเรื่องการท่องเที่ยว การค้าขายตามแนวชายแดน การหารือถึงการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงการหารือในขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมาตรการคุ้มครองของศาลโลก ทั้งนี้การประชุมจะไม่มีการลงนามในข้อตกลงแต่อย่างใด เพียงแต่ข้อสรุปที่จะได้นำเสนอให้กับผู้บัญชาการทหารบก และ รัฐบาลเพื่อพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม การประชุมจะประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัด คือ จ.อุบลราชธานี จ.นครราชสีมา จ.ศรีสะเกษ จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ มี พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานการประชุม ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามี พล.ท.เจียร มอญ ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 เป็นประธาน และมีผู้ว่าฯ จาก จ.พระวิหาร และ จ.อุดรมีชัย เข้าร่วมประชุม” พ.อ.ประวิตร ระบุ
เว็บเขมรอ้างบินสอดแนมไทยบึ้ม!
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็ปไซต์ "ฟิฟทีนมูฟ" http://www.15thmove.net ของกัมพูชา รายงานโดยอ้างว่า ในช่วงรุ่งเช้าของวันที่ 16 ส.ค.54 ได้เกิดเสียงระเบิดสนั่นในพื้นที่ จ.พระวิหาร จนคนในเขตฝั่งไทยได้ยิน ซึ่งสื่อ กัมพูชา รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เกิดเสียงระเบิด เหนือน่านฟ้า จ.พระวิหาร และมีเศษชิ้นส่วนโลหะ ตกลงใน 4 พื้นที่ ของ อ.กูเลน โดยเจ้าหน้าที่กัมพูชา ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เป็นเครื่องบินสอดแนม ชนิดไม่มีคนขับ พร้อมกับเปิดเผยว่า ได้เก็บวัตถุหลักฐานดังกล่าว ส่งให้เจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ต่อไป เพื่อจะเตรียมส่งเป็นหลักฐานไปศาลโลก
แหล่งข่าวในพื้นที่ ใกล้ปราสาทพระวิหาร ของเว็ปไซต์ ฟิฟทีนมูฟ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 6.10 น. วันที่ 16 ส.ค.54 ได้เกิดเสียงคล้ายเสียงระเบิดดังสนั่นถึง 3 ครั้ง ติดกัน และมีคลื่นเสียงกระแทกตามมา รับฟังได้ที่ บึงมะลู ห่างจากพระวิหาร ทางตรงประมาณ 15 - 20 ก.ม. เมื่อสอบถามข้อมูลไปยังผามออีแดง และภูมะเขือ ได้รับแจ้งว่าได้ยินเสียงดังกล่าวเช่นกัน แต่ไม่มีเหตุการณ์ยิง หรือปะทะแต่อย่างใด คาดการณ์ว่าเป็นเสียงที่มาจากฝั่งกัมพูชา แต่ไม่สามารถตรวจสอบ หรือสังเกตการณ์ได้ เนื่องจากหมอกลงจัดทำให้วิสัยทัศน์แย่มาก
แหล่งข่าวให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ไม่น่าจะใช่การทำลายระเบิดขององค์การซีมัค (CMAC) ของกัมพูชา ซึ่งมีสถานที่ทำลายระเบิดอยู่ไม่ห่างพื้นที่ของหมู่บ้านสมเด็จเดโชฯ อ.จวมกสาน มากนัก เนื่องจากทุกครั้งที่จะมีการทำลายระเบิดจะแจ้งให้ฝ่ายไทยรับทราบล่วงหน้าทุกครั้ง และครั้งนี้เป็นการระเบิดในช่วงเช้าตรู่ ซึ่งไม่ใช่เวลาทำการ
ด้านเว็ปไซด์สำนักข่าวซีอีเอ็น รายงานว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 16 ส.ค.54 เวลาประมาณ 6.00 น. มีเสียงระเบิดเหนืออากาศดังติดต่อกันเป็นเวลา 10 นาที เสียงดังสนั่นหวั่นไหวในท้องฟ้าเหนือที่ชุมชนใน อ.กูเลน จ.พระวิหาร ทำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และผู้ที่อยู่อาศัยใน จ.เสียมราฐ มีความตื่นตกใจกลัวเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ สื่อกัมพูชา รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ พ.อ.(พิเศษ) มึว เปา ผู้บัญชาการตำรวจ จ.พระวิหาร ระบุว่า การระเบิดเหนืออากาศดังติดต่อกันเป็นเวลา ๑๐ นาที ซึ่งตนสงสัยว่าเป็นยานวิทยาศาสตร์3 ชนิดหนึ่ง4 การระเบิดดังกล่าวมีเสียงดังมาก เทียบได้กับปืนใหญ่ขนาด ๑๒ นิ้ว หลังเสียงระเบิดมีเศษชิ้นส่วนตกลงมาในสองตำบล คือ ต.กูเลนเจิง5 และ ต.กูเลนตบูง6 อ.กูเลน (ลิ้นจี๋) เศษชิ้นส่วนโลหะที่ตกลงมาชาวบ้านสงสัยว่าเป็นชิ้นส่วนจากการระเบิดของยานวิทยาศาสตร์ ชิ้นใหญ่เป็นรูปร่างสี่เหลี่ยมขนาด ๑ เมตร มีเศษชิ้นขนาดเล็ก ๆ ยาวถึง ๖ เมตร อีกด้วย ตกกระจัดกระจายในพื้นที่ถึง ๑ ตารางกิโลเมตร
พ.อ. (พิเศษ) มึว เปา ระบุอีกว่า เสียงระเบิดดังกล่าวได้ยินไปไกลถึง ๖๐-๗๐ กิโลเมตร ซึ่งตนสันนิษฐานว่า เป็นการระเบิดของยานวิทยาศาสตร์หรือเครื่องบินสอดแนม และจะทำรายงานแจ้งกรณีการระเบิดนี้ไปยังระดับบนต่อไป
ด้าน นายโวน เกีย7 รองนายอำเภอซวายเลอ8 จ.เสียมราฐ ซึ่งอยู่ติดกับ จ. พระวิหาร ระบุว่า เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ ๖.๐๐ น. ตนได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้องมาถึง อ.ซวายเลอ ทำให้ประชาชนพากันตื่นกลัวเป็นอย่างมาก บางส่วนพากันไปเก็บเศษชิ้นส่วนที่ตกลงมาอีกด้วย
วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ รายงานว่า มีเสียงระเบิดดังกึกก้องในอากาศได้ยินไกลถึงตัวจังหวัดพระวิหาร ประชาชนพากันวิพากษ์วิจารณ์ และกลัวว่า ทหารไทยยิงระเบิดร้ายแรงเข้ามาในดินแดนกัมพูชา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่า เป็นเสียงระเบิดของอะไร
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารกัมพูชาประจำพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ได้โทรศัพท์สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่จังหวัด โดยได้รับการตอบรับว่า ได้ยินเสียงระเบิด และได้สอบถามกลับว่า มีเหตุที่ปราสาทฯ หรือไม่ เนื่องจากเกรงว่า ทหารไทยจะยิงระเบิดเข้ามายังเขตกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ได้ข้อสรุปในตอนท้ายว่า เสียงดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเหนือตัวเมือง จ.พระวิหาร
สื่อฉบับดังกล่าวรายงานด้วยว่า ได้มีการค้นหาเศษชิ้นส่วนจากการระเบิด ซึ่งตกในพื้นที่ ๔ จุด ของ ต.กูเลนเจิง และ ต.กูเลนตบูง แต่ละชิ้นเป็นโลหะสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ ๑ เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่า เป็นชิ้นส่วนของระเบิดชนิดใด หรืออาจเป็นชิ้นส่วนของเครื่องบินชนิดไม่มีมนุษย์ควบคุมของประเทศหนึ่งประเทศใด ถูกส่งเข้ามาบินสอดแนมเหนือน่านฟ้ากัมพูชา แล้วเกิดการระเบิดดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่มีรายงานว่า มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
รายงานเพิ่มเติมของศูนย์ข่าวต้นมะขาม (เดิมอัมปึล) เมื่อช่วงเที่ยง อ้างการเปิดเผยล่าสุดของ พ.อ. (พิเศษ) มึว เปา ที่ระบุว่า ได้ส่งเจ้าหน้าตำรวจ จ.พระวิหาร ที่ไปยังที่เกิดเหตุในสองตำบลเพื่อค้นหาข้อเท็จจริง โดยในเบื้องต้นตนสันนิษฐานว่า เป็นเครื่องบินสอดแนมชนิดไม่มีคนขับ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวมรวมเศษชิ้นส่วนอะลูมิเนียมหนา ๒-๓ หุน ยาวประมาณ ๒ เมตร กว่า ๑๐ ชิ้น
รายงานระบุด้วยว่า พบกล่องดำที่มีสายไฟขาดวิ่นพันรอบ กล่องแบตเตอรรี่ชนิดแห้ง กล่องที่ด้านหน้าเป็นรูปกรวย และท่อกรวยปลายแหลมยาว ๑ เมตร พ.อ. (พิเศษ) มึว เปา ระบุว่าตนจะส่งวัตถุทั้งหมดไปให้คณะทำงานพิเศษระดับชาติและผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบ และจะถูกใช้เป็นวัตถุพยานสำหรับศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรุงเฮก
ศูนย์ข่าวต้นมะขาม รายงานต่อว่า เครื่องบินสอดแนมชนิดไม่มีคนขับลักษณะนี้ ได้บินเข้าไปในดินแดนกัมพูชามาแล้ว ๓ ครั้ง รวมทั้งในจังหวัดกำโปต แต่เป็นครั้งแรกที่บินเข้าไปแล้วเกิดระเบิดตกลงในเขตกัมพูชา



