
'เจริญ'ปัด'พท.'ให้ฝ่ายค้านเลือกปธ.กมธ.ก่อน
'เจริญ'ปัด'เพื่อไทย' แสดงสปีริตให้ฝ่ายค้านเลือกโควต้าปธ.กมธ.ก่อน ระบุขึ้นอยู่กับที่ประชุม ย้ำการตรวจสอบรัฐบาลทำได้ไม่ยาก หาก กมธ.มีความเข้มแข็ง
16 ส.ค.54 นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวถึงการประชุมแกนนำของพรรคการเมืองถึงการจัดสรรโควต้ากรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร 35 คณะในวันที่(17ส.ค.)ว่า จะพยายามหาข้อยุติในเรื่องของสัดส่วนประธานคณะกรรมาธิการฯ ต่อพรรคการเมือง รวมถึงตกลงวิธีการเลือกประธานกรรมาธิการฯ ของแต่ละพรรคด้วย
ซึ่งตนไม่ได้กำหนดวิธีการเลือกประธานกรรมาธิการฯ ไว้ เพราะต้องการฟังเสียงจากแกนนำของพรรคการเมือง ที่เข้าร่วมประชุม เบื้องต้นนั้น ตนกำหนดให้เป็นหัวหน้าของพรรคการเมืองมาร่วมประชุม เพราะประเด็นกรรมาธิการฯ นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า การกำหนดวิธีเลือกประธานกรรมาธิการฯ จะให้พรรคใหญ่เสียสละให้กับพรรคฝ่ายค้านได้เลือกก่อนหรือไม่ เพื่อแสดงสปีริตและเปิดโอกาสให้ตรวจสอบ นายเจริญ กล่าวว่า ต้องหารือกันในที่ประชุม เพื่อให้ตัวแทนได้ทำความตกลงกัน อย่างไรก็ตามเรื่องของการตรวจสอบนั้น ตนเชื่อว่าหากประธานกรรมาธิการ และคณะ มีความเข้มแข็งก็จะสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ โดยไม่จำเป็นต้องล็อคโควต้าประธานกรรมาธิการฯ
ซึ่งสอดคล้องกับกระทรวงที่รัฐบาลบริหาร อีกทั้งขณะนี้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 มีผลบังคับใช้แล้ว และให้คณะกรรมาธิการฯ มีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน สามารถออกหนังสือเชิญบุคคลมาตรวจสอบได้ หากบุคคลที่ถูกเชิญไม่มาชี้แจง ก็ได้รับโทษสูงสุด คือ ติดคุก
นายเจริญ กล่าวต่อว่าหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วเสร็จ ตนเตรียมเชิญส.ส.ของทุกพรรคการเมือง มาอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจในพ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ รวมถึงหลักเกณฑ์การปฏิบัติใช้กฎหมายฉบับดังกล่าว รวมถึงจะหารือในรูปแบบของหนังสือเรียก ที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ จะเป็นผู้กำหนดรูปแบบให้เป็นฟอร์มเดียวกัน
เมื่อถามว่าหากกรรมาธิการฯ ใดต้องการสอบข้อเท็จจริง ต้องผ่านการลงนามของประธานสภาฯ ด้วยหรือไม่ นายเจริญ กล่าวว่า ต้องเป็นมติจากที่ประชุมกรรมาธิการฯ ก่อนที่จะเสนอเป็นหนังสือเพื่อให้ประธานสภาฯ ลงนามส่งหนังสือเชิญมาชี้แจง



