ข่าว

สุนัขข้ามโขงเริ่มฟื่นหลังได้รับการดูแล

สุนัขข้ามโขงเริ่มฟื่นหลังได้รับการดูแล

16 ส.ค. 2554

สุนัขข้ามโขง 900 ตัว เริ่มฟื้น หลังได้รับการดูแลอย่างดี ด้านลูกสุนัขที่แพทย์ผ่าคลอดต้องนำเข้าตู้อบเพราะสภาพร่างกายอ่อนแอ

          กรณีการตรวจยึดสุนัขกว่า 2,000 ตัว ที่ลำเลียงส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านทางพื้นที่ อ.นาทม  และ อ.ศรีสงคราม  เตรียมลงเรือในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม   ข้ามไปขายต่อที่เวียดนาม  พร้อมมีการตรวจยึดคนรับจ้างขับรถและแรงงานขนย้าย รวม 3  ราย   นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2499      ที่มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ เข้าเขตสงสัยโรคระบาด  โดยไม่ได้รับอนุญาต รอการพิจารณาคดีจากศาลนั้น
 
          ทางด้านสถานกักกันสัตว์นครพนม เจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์จากสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทยได้แบ่งหน้าที่กันเข้าช่วยเหลือสุนัขที่บาดเจ็บ ร่างกายอ่อนแอ บางส่วนทำหน้าที่คัดแยกสุนัขเป็นหมวดหมู่เพื่อทำประวัติถ่ายรูป   โดยสุนัขที่เหลือเริ่มตายน้อยลง จนเหลือเพียงประมาณ 900 ตัวเท่านั้น   นอกจากนี้ในส่วนของลูกสุนัขที่แพทย์ผ่าตัดทำคลอดให้แม่สุนัขที่ร่างกายอ่อนแอไม่สามารถคลอดเองได้  เหลือเพียง 5 ตัว ที่แพทย์ต้องนำตัวเข้าตู้อบเพื่อช่วยชีวิต
 
          นอกจากนี้บริเวณด่านกักกัน ยังมีผู้ใจบุญนำอาหารสุนัขมาบริจาคอย่างต่อเนื่อง และมีเจ้าของสุนัขต่างมาตามหา   โดย นางเดือน  นิลงาม  อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่  35/6 ถ. 5 ธันวา อ.เมือง  จ.ยโสธร  เดินทางมาพร้อมครอบครัว เพื่อตามหาสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์ ชื่อถุงเงิน ซึ่งเห็นจากภาพข่าวทางทีวี และเมื่อมาถึงก็ได้พบเจ้าถุงเงินจริงๆ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับกลับ แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต โดยแจ้งว่า สุนัขเป็นของกลางในคดี ต้องรอให้คดีสิ้นสุดก่อน จึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น
 
          สำหรับกลุ่มล่าหมาที่เกิดขึ้นจนเป็นอาชีพกระจายอยู่หลายพื้นที่ในภาคอีสานนั้น แหล่งข่าวรายหนึ่งใน จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ธุรกิจการค้าสุนัขสามารถทำเงินจำนวนมหาศาลให้กับเจ้าของคอกใหญ่ที่ ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร  ซึ่งปัจจุบันมีเหลืออยู่ 3 รายใหญ่ ส่วนอีกแห่งที่เพิ่งมีนายทุนชาวเวียดนามเข้ามาทำอยู่ที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม  ทั้งสองแห่งต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในท้องที่ที่คอกตั้งอยู่ ทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์  และฝ่ายปกครอง เดือนละไม่ต่ำกว่า  50,000  บาท
 
          นอกจากนี้ตามเส้นทางการขนย้ายที่รถบรรทุกแล่นผ่านทุกจุด ทุกจังหวัด เจ้าของคอกต้องจ่ายตามรายทาง  ตั้งแต่เขตเมืองกาฬสินธ์ อ.สมเด็จ อ.สร้างค้อ  อ.ภูพาน อ.เมือง อ.ท่าแร่ จ.สกลนคร   และที่อ.บ้านแพง จ.นครพนม   จุดท่าเรือที่บ้านลาด จ.นครพนม  ท่าเรือคิดเงินกับเจ้าของคอกตัวละ 10 บาท  รวมค่าขนส่งและค่าแรง  ยังมีเจ้าหน้าที่รัฐที่เห็นช่องทางทำเงิน ก็จะหักระหว่างนำส่งข้ามฟากอีกตัวละ 5-7 บาท   ทุกจุดที่รถบรรทุกหมาวิ่งผ่านจะต้องจ่าย ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ต่างพบเห็นรถขนสุนัข แต่ไม่กล้าแจ้งเจ้าหน้าที่เพราะทราบดีว่ามีการจ่ายส่วย เกรงว่าจะเกิดอันตรายได้

 

ผู้ว่าฯ มหาสารคามสั่งตรวจคอกสุนัขในพท.

           16 ส.ค.54 ภายหลังจากมีกระแสข่าวว่า  อ.โกสุมพิสัย และ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เป็นแหล่งพักรถสุนัขที่นำไปขายประเทศเพื่อนบ้านอีกแหล่งหนึ่ง นอกหนือจากบ้านท่าแร่นั้น

           นายทองทวี พิมเสน ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวจึงได้สั่งตรวจสอบทันที ทราบว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เคยมีพฤติกรรมดังกล่าวจริงโดยเป็นคนจากที่อื่นแล้วมามีครอบครัวที่ จ.มหาสารคาม และเคยมีอาชีพดังกล่าว แต่ชาวบ้านแถวนั้นไม่เห็นด้วย ทำให้เกิดกระแสสังคมไม่ยอมรับจึงเลิกประกอบอาชีพนี้ไปนานแล้ว อยากจะฝากประชาชนหรือสังคมต้องช่วยกันดูแลถ้าเพื่อนบ้านไม่ยอมรับก็ไปประกอบอาชีพอื่น เชื่อว่าข้อมูลที่สื่อได้มานั้นเป็นข้อมูลเก่า

           นายวิรัตน์  ดอนนอก  รักษาการนายอำเภอโกสุมพิสัย กล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบพื้นบ้านดอนสันติ-ห้วยม่วง ต.แห่ใต้ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม พบเพียงกรงว่างเปล่า ไม่มีสุนัขถูกกักขัง นอกจากนี้ยังมีสุนัขเพดินเพ่นพ่านอยู่ในหมู่บ้านตามปกติ