
ระเบิดใน18เมืองอิรักตาย74เจ็บ300
เกิดเหตุระเบิดใน 18 เมืองของอิรัก ตาย 74 บาดเจ็บกว่า 300
เกิดเหตุระเบิดโจมตีใน 18 เมืองของ 9 จังหวัดหรือครึ่งหนึ่งของ 18 จังหวัดทั่วประเทศอิรัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 74 คนและผู้บาดเจ็บกว่า 300 คน นับเป็นเหตุรุนแรงที่สูญเสียเลือดเนื้อมากที่สุดในหนึ่งวันในรอบกว่าหนึ่งปี เหตุระเบิดเกิดขึ้นครอบคลุมพื้นที่ทั้งชุมชนชาวสุหนี่ในภาคเหนือและชาวชีอะต์ในภาคใต้ และมีทั้งระเบิดพลีชีพ ระเบิดรถยนต์ ระเบิดที่ฝังไว้ตามสองข้างทาง หรือเสาไฟ
เหตุระเบิดครั้งรุนแรงที่สุดเป็นระเบิดที่ถูกฝังไว้ข้างทางในเมืองคุต ห่างจากกรุงแบกแดดไปทางใต้ 160 กม.เมื่อเวลา 8 โมงเช้าวันที่ 15 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น และอีกเพียงไม่กี่นาทีถัดมาก็เกิดระเบิดรถยนต์ในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 40 คน และผู้บาดเจ็บ 65 คน ซึ่งมีทั้งเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีเหตุระเบิดรถยนต์สองครั้งในเมืองนาจาฟ มีผู้เสียชีวิต 7 คนและผู้บาดเจ็บ 6 คน และยังมีระเบิด 5 ครั้งในกรุงแบกแดด และเมืองอื่นที่ถูกโจมตียังรวมถึงคาร์บาลา เคอร์คุก และโมซุล
การโจมตีในหลายเมืองครั้งนี้นับเป็นเหตุรุนแรงที่มีผู้เสียชีวิตในวันเดียวมากที่สุด นับตั้งแต่สมาชิกอัลไกด้าบุกโจมตีสำนักงานผู้ว่าการจังหวัดทิกริต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 58 คนเมื่อปลายเดือนมีนาคม ขณะนี้ยังไม่มีผู้กลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบ แต่ลักษณะการก่อเหตุในหลายแห่งไล่เลี่ยกัน พุ่งเป้าที่พลเรือนชาวชีอะต์ และกองกำลังฝ่ายความมั่นคง รวมถึงใช้มือระเบิดพลีชีพ สะท้อนว่าอาจเป็นฝีมือของสมาชิกอัลไกด้าในอิรัก
เหตุรุนแรงระลอกใหม่นี้สะท้อนว่าอัลไกด้ากลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังถูกปราบปรามอย่างหนักจนแกนนำระดับสูงในอิรักถูกสังหารไปสองคน เงินสนับสนุนหดหาย สมาชิกก็น้อยลงจนต้องระดมเรียกตัวอดีตสมาชิก นอกจากนี้ทำให้เกิดคำถามถึงศักยภาพของกองทัพอิรักในการรักษาความมั่นคงในประเทศด้วยตัวเอง หากสหรัฐถอนทหารออกไปหมดแล้ว
แต่นายกรัฐมนตรีนูรี อัล-มาลิกิของอิรัก ประกาศว่าจะไม่ยอมปล่อยให้ฆาตกรได้มีลมหายใจต่อไป ขณะเดียวกันโฆษกกองทัพสหรัฐยืนยันว่าจะยังเตรียมถอนทหารทั้งหมดออกจากอิรักตามที่กำหนดไว้ในสิ้นปีนี้



