ข่าว

เหลียวญี่ปุ่นแลไทย

เหลียวญี่ปุ่นแลไทย

16 ส.ค. 2554

เหลียวญี่ปุ่นแลไทย : ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

           ผมมีโอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นมาไม่น้อยกว่าห้าสิบครั้ง แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ล่าสุด ที่ทำความเสียหายให้แก่ประเทศญี่ปุ่นอย่างใหญ่หลวง ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ก็ต่อเมื่อย่างเข้าต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง และได้พบเห็นว่าสิ่งที่เห็นจนชินตาในญี่ปุ่นหลายอย่างได้หายไป

            อย่างแรกคือจำนวนชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตก ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แถวของคนที่รอตามช่องตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน สั้นจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือประเทศญี่ปุ่น เพราะปรกติเป็นที่รู้กันดีว่าช่องสำหรับผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น จะยาวคดเคี้ยวสลับฟันปลาไปมาราวกับเขาวงกต

            ประการถัดมาที่ผมรู้สึกว่าขาดหายไปจากประเทศญี่ปุ่น คือแสงไฟจากป้ายโฆษณายามค่ำคืน เพราะตลอดเวลาที่ผมเคยไปประเทศแห่งนี้มา ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่ที่ไหนในประเทศนี้ เช่น โตเกียว, โอซากา, ซับโปโร ฯลฯ แสงสีจากไฟบนป้ายโฆษณาไม่เคยดับลง มีแต่เต้นระยิบระยับแข่งสีสันกันบาดตา แต่คราวนี้ยามค่ำคืนในโตเกียวนอกจากแสงของป้ายโฆษณาจะหดหายไปแล้ว แสงไฟตามทางเดินริมขอบถนนก็ดูจะสลัว และเปิดให้ความสว่างน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด

            เสื้อสูทหรือเสื้อนอกสีเข้มส่วนใหญ่เป็นสีดำ ที่คนญี่ปุ่นสวมใส่กันเดินขวักไขว่ไปมาบนท้องถนน คราวนี้เห็นบางตาลงไปจนน่าแปลกใจ ด้วยว่าปรกติขนาดนักเรียนมัธยมปลายของญี่ปุ่นยังใส่เสื้อสูทสีดำคอตั้งหิ้วกระเป๋ากันเป็นแถว แต่คราวนี้เห็นมีแต่คนใส่เสื้อเชิ้ตโทนๆ เดินกันเต็มเมือง อย่างเก่งถ้ามีสูทสวมทับอยู่ก็เป็นเพียงแค่สูทกับเสื้อเชิ้ต แต่เนกไทที่ผูกคออยู่แทบจะไม่มีให้เห็นเลย

            สอบถามได้ใจความว่าแม้ความเสียหายจากภัยพิบัติ กำลังได้รับการเยียวยาอย่างเร่งด่วน แต่พลังงานไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นขาดหายไปจำนวนมาก   ทำให้ทุกภาคส่วนต้องหามาตรการร่วมมือกันประหยัดไฟฟ้าทั้งประเทศ โดยไม่เกี่ยงงอนว่าต้องประหยัดเฉพาะพื้นที่ได้รับภัยพิบัติเท่านั้น คนญี่ปุ่นเขาถือกันว่าเป็นภาระร่วมกันที่คนทั้งชาติต้องร่วมใจกันฟันฝ่า

            ตึกรามอาคารสถานที่ทำงานสูงใหญ่ ร่วมมือร่วมใจกันปรับตั้งเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 28 องศาเซลเซียส ไม่เว้นแม้แต่ห้างสรรพสินค้าใหญ่โตที่มีชื่อเสียง ไม่มีใครแหกกฎข้อตกลงแอบเปิดเครื่องปรับอากาศให้เย็นกว่าที่อื่น เพื่อหวังให้ลูกค้าเข้ามาเดินพักผ่อนและจับจ่ายสินค้าในห้างของตนเอง ทุกห้างทุกแห่งมีระดับอุณหภูมิเดียวกัน

            คนญี่ปุ่นที่มีกำลังทรัพย์มีฐานะทางการเงินดี ต่างออกมาจับจ่ายใช้สอยและเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของตนเอง โดยเฉพาะคนวัยเกษียณที่มีเงินบำเหน็จบำนาญมาก ในอดีตเคยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นหมู่คณะ ก็หันมาเที่ยวตามหัวเมืองต่างๆ ในประเทศตนเองมากขึ้น ตามโรงแรมที่พักชั้นดีมีแต่ชาวญี่ปุ่นสูงวัยเข้าพักเป็นจำนวนมาก

            ผมมีโอกาสคุยกับชาวญี่ปุ่นว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติอย่างนี้ เขามีการระดมบริจาคสิ่งของและเงินทองเข้าไปช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบบ้างหรือไม่ เขาตอบว่ามีเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ในระยะแรกเท่านั้น แต่หลังจากนั้นการระดมของไปบริจาคทำนองเดียวกับบ้านเราจะไม่มี เขาต้องการเพียงขวัญและกำลังใจรวมทั้งโอกาสในการที่จะกอบกู้สิ่งที่เสียหายไปให้กลับคืนมาใหม่มากกว่า

            ได้พบได้เห็นสิ่งที่เล่าในระยะเวลาสั้นๆ แล้วหันกลับมาดูการช่วยเหลือที่เราทำกับคนในบ้านเราเอง หน้าหนาวแจกผ้าห่ม, น้ำท่วมแจกปลากระป๋อง, ฝนแล้งแจกข้าวถุง ฯลฯ เราแจกแต่สิ่งของกันทุกสถานการณ์ แต่ไม่เคยคิดจะแจกโอกาสในการทำกิน ให้คนที่ด้อยโอกาสหรือเสียโอกาสเหล่านั้น เพื่อให้เขาสามารถดำรงชีวิตที่มีความสุขได้อย่างยั่งยืนบนขาของตัวเองบ้างเลย หรือเราชอบที่จะต้องเห็นคนของเรา คอยเอ่ยปากขอหรือคอยแบมือรับแต่ของแจกกันเท่านั้น โดยไม่คิดจะต้องทำมาหากินด้วยลำแข้งของตนเองกันเลยหรือครับ