
รอบรั้วเกษตร - รุดขึ้นทะเบียนเกษตรกร
สิงห์บุรี - นางภูริดา ไวโรจนกุล ประมงจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า เนื่องจากกระทรวงการคลังกำหนดระเบียบการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติว่าจะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ในแต่ละด้าน อาทิ เกษตร ปศุสัตว์ ประมง
ดังนั้นประมงจังหวัดจึงเร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีเกิดภัยพิบัติด้านประมง และเป็นฐานข้อมูลใช้บริหารงานด้านประมง ทั้งนี้ผู้ขอรับการขึ้นทะเบียนต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีสถานที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำอยู่ในเขต จ.สิงห์บุรี โดยยื่นคำขอได้ที่ประมงจังหวัด ประมงอำเภอ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 เม.ย.2552
ฟื้นฟูผลผลิต "ลองกอง"
นราธิวาส - นายสง่า เดชารัตน์ เกษตรจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ปี 2552 นี้ ผลผลิตลองกองของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลดลงอย่างมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และจากที่ฝนได้ตกลงมาเป็นช่วงๆ ทำให้ลองกองไม่สามารถแทงช่อดอกได้ตามปกติ จึงคาดว่าฤดูกาลนี้จะให้ผลผลิตออกสู่ท้องตลาดได้เพียง 3,600 ตัน ทั้งนี้การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นนั้น สนง.เกษตรอำเภอ และจังหวัดได้จัดทำแผนฟื้นฟู ตลอดจนหาแนวทางเพิ่มผลผลิต โดยสำนักงานได้เปิดให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาดังกล่าวเข้ารับคำปรึกษาเพื่อจะได้ร่วมกันหาทางแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป
เพลี้ยระบาดในนาข้าว
ร้อยเอ็ด - นายสัมฤทธิ์ แห่สถิตย์ อายุ 65 ปี เกษตรกรชาวบ้านหัน ต.นาเลิง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ข้าวนาปรังกำลังสุกเตรียมเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่เกิดโรคระบาดอย่างหนัก เนื่องจากมีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าวและขยายเป็นวงกว้าง โดยข้าวนาปรังในเขต อ.เสลภูมิ ประกอบด้วยพื้นที่ ต.นาเลิง ต.ขวาว ต.นางาม ต.เมืองไพร ต.หนองผักตบ ต.เหล่าน้อย ต.ศรีวิไล และ ต.เหล่าหลวง มีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 7 หมื่นไร่ แต่ข้าวเกิดโรคระบาดกว่า 1 หมื่นไร่ นอกจากนั้นยังมีระบาดใน อ.จังหาร อ.โพธิ์ชัย อ.ธวัชบุรี อ.ทุ่งเขาหลวง อ.อาจสามารถ และ อ.พนมไพร ด้วย ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือด่วน
ผุดโอท็อปช่วยชาวบ้าน
อ่างทอง - นายสาโรจน์ ลาภหงษ์ทอง นายกเทศมนตรีตำบลศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่มีการผลิตสินค้าและจัดสร้างกลุ่มผลิตผลิตภัณฑ์โอท็อปขึ้น แต่ด้วยไม่มีสถานที่จำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการ จึงทำให้สินค้าไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ดังนั้นเทศบาลจึงได้ประสานขอใช้อาคารของสำนักงานชมรมผลไม้จังหวัด จัดเป็นศูนย์กลางการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อปของชุมชน เพื่อที่ชาวบ้านจะได้นำผลิตภัณฑ์ของจังหวัดวางจำหน่าย โดยผู้สนใจสามารถนำสินค้าไปวางจำหน่ายได้ โดยเทศบาลไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น



