ข่าว

ยุ่นแจงให้วีซ่า'แม้ว'ตามรบ.ไทยขอ

ยุ่นแจงให้วีซ่า'แม้ว'ตามรบ.ไทยขอ

15 ส.ค. 2554

รัฐบาลญี่ปุ่นแจงให้วีซ่า "ทักษิณ" ตามคำขอรัฐบาลไทย ด้วยเหตุผลช่วยเหลือผู้ประสบภัย ระบุไทยไม่ห้าม "ทักษิณ" กลับประเทศ "นพดล" เผยได้รับเชิญตั้งแต่ มิ.ย. บอก "ยิ่งลักษณ์ - สุรพงษ์" ไม่ต้องเร่งคืนพาสปอร์ตแดงเพราะวันนี้ใช้พาสปอร์ตมอนเตเนโกรอยู่แล้ว

          สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ในวันที่ 15 ก.ค. นายยูคิโอะ เอดาโนะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น แถลงว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติวีซ่าแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามคำร้องขอของรัฐบาลไทย ที่ขอให้ญี่ปุ่นอนุญาตให้อดีตนายกฯเข้าประเทศเป็นกรณีพิเศษ

           นายเอดาโน ระบุว่า ญี่ปุ่นได้ออกวีซ่าแก่พ.ต.ท.ทักษิณผ่านสถานกงสุลญี่ปุ่น ณ นครดูไบ หลังจากที่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ตามวัตถุประสงค์การเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยฝ่ายไทยชี้แจงเหตุผลว่า การไปเยือนของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ และช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีของ 2 ประเทศ พร้อมระบุ รัฐบาลไม่ห้ามทักษิณเข้าประเทศไทย

 

 "นพดล"เผยได้รับเชิญตั้งแต่มิ.ย.

           นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นโดยได้รับเชิญจาก Japan-China-Asean Institute of economy ซึ่งขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นได้อนุมัติการขอวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้เข้าประเทศได้แล้ว

           ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปถึงในวันที่ 22 ส.ค. จากนั้นวันที่ 23 ส.ค.เวลา 12.00 น.จะให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติรวมทั้งจะไปบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ประชาธิปไตยในไทย” ที่ชมรมผู้สื่อข่าวต่างประเทศด้วย จากนั้นเวลา 18.00-20.00 น.จะไปบรรยายในหัวข้อ “บทบาททางธุรกิจในเศรษฐกิจโลก” ที่ Japan-China-Asean Institute of economy ส่วนวันที่ 24 ส.ค. จะบรรยายพิเศษเกี่ยวกับแผ่นดินไหวและสึนามิที่มหาวิทยาลัยทามา และวันที่ 25-26 ส.ค.จะไปเยี่ยมเยียนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ

           นายนพดล กล่าวต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับเชิญมาตั้งแต่เดือนมิ.ย. ไม่ใช่เพิ่งจะได้รับเชิญในช่วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ เรื่องการเดินทางนั้นไม่มีปัญหา เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้พาสปอร์ตมอนเตเนโกรในการเดินทางได้อยู่แล้ว

           ส่วนการเพิกถอนพาสปอร์ตนั้นเกิดในช่วงปัญหาการเมืองในประเทศ แต่ปัญหาคือในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลนั้น เคยเพิกถอนพาสปอร์ตของ นายปิ่น จักกะพาก นายสมชาย คุณปลื้ม และนายวัฒนา อัศวเหม หรือบางคนที่นามสกุลชิดชอบด้วยหรือไม่ วันนี้เมื่อการเมืองเปลี่ยน หลายประเทศเพิกถอนการยกเลิกเดินทางเข้าประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ เรียบร้อยแล้ว เช่น เยอรมัน เพราะเขารู้ว่าคนสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ คือ คนที่หนุนพรรคเพื่อไทยให้ได้เป็นรัฐบาล จึงเห็นว่าประชาธิปไตยไทยกำลังเบ่งบาน และรู้ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน

           นายนพดล กล่าวต่ออีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังฝากบอกด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ นั้นไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางของท่าน ขอให้ทุ่มเทเวลาแก้ปัญหาระหว่างประเทศและปัญหาให้กับประชาชนจะดีกว่า การจะได้พาสปอร์ตแดงหรือน้ำตาลคืนหรือไม่นั้น ควรเป็นหน้าที่ของราชการที่จะพิจารณา ฝ่ายการเมืองต้องไม่แทรกแซง การจะได้พาสปอร์ตคืนนั้นก็ขอให้ได้เหมือนกับคนไทยคนอื่นโดยไม่ต้องใช้สิทธิพิเศษ วันนี้ท่านไม่เดือดร้อนหากจะได้พาสปอร์ตแดงหรือน้ำตาลคืนมา เพราะสามารถใช้พาสปอร์ตมอนเตเนโกรเดินทางได้อยู่แล้ว แต่ถ้าท่านจะได้คืนในฐานะคนไทยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งนี้คนที่ถือพาสปอร์ตแดงได้ตลอดชีวิตคือ อดีตนายกรัฐมนตตรีและอดีตรมว.ต่างประเทศเท่านั้น

 

ยัน"สุรพงษ์"มีความสามารถดูและงานด้านกต.ได้

           ส่วนกรณีที่ตำรวจสากลยกเลิกการจับกุมตัวพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายนพดลกล่าวว่า ตำรวจสากลไม่เคยขึ้นบัญชี พ.ต.ท.ทักษิณ มาก่อน จึงไม่มีหมายจับอยู่แล้ว สมัยพรรคประชาธิปัตย์เคยส่งข้อมูลไป แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลก็มองว่าเป็นคดีการเมืองจึงไม่เคยออกหมายจับมาตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม เวลานี้รมว.ต่างประเทศถูกรับน้องจนน่าสงสาร รับน้องกันค่อนข้างแรง ที่ผ่านมาเพื่อนที่เป็นรมว.ต่างประเทศของสิงค์โปรเคยบอกว่า เป็นรัฐมนตรีมา 6 ปี เจอรมว.ต่างประเทศไทยมาถึง 15 คน ทำให้งานของกระทรวงต่างประเทศไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นเชื่อว่านายสุรพงษ์นั้นเป็นคนที่มีความสามารถ สามารถทำงานได้ดี

 

"ทักษิณ"ยันไม่ก้าวก่ายการทำงานของ รบ.

           นายนพดลยังกล่าวถึงกรณีแนวคิดทูตซีอีโอของรัฐบาลด้วยว่า ทูตถือเป็นหัวหน้าส่วนราชการในต่างประเทศอยู่แล้ว ดังนั้นอยากให้เน้นในเรื่องของการขาย ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการมอบหมายให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นทูตการค้านั้น ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่รับตำแหน่งใดๆ ไม่อยากเป็นภาระให้รัฐบาลต้องชี้แจง และไม่อยากก้าวก่ายการทำงานของรัฐบาล ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่วนการช่วยเหลือนั้นจะทำในฐานะคนไทย ทั้งในเรื่องของการลงทุน ที่จะแนะนำนักธุรกิจซึ่งจะทำในฐานะส่วนตัว ทำเพื่อประเทศไทย

 

"สุรพงษ์"เผยไม่มีแผนคืนพาสสปอร์ตให้นายใหญ่

นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าประเทศได้ ว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าการอนุญาตดังกล่าวในเรื่องของรัฐบาลญี่ปุ่นนั้นเป็นลักษณะใด

           เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากกรณีที่นายสุรพงษ์ได้พบกับทูตญี่ปุ่นใช่หรือไม่ นายสุพงษ์ กล่าวว่า ใช่ ผมได้พูดคุยหารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ซึ่งท่านได้สอบถามถึงนโยบายเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ของรัฐบาลชุดใหม่กับรัฐบาลชุดเก่าที่ได้ห้าม พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปประเทศต่างๆ เรื่องนี้ตนได้ขอความอนุเคาระห์ไปยังรัฐบาลญี่ปุ่นให้พิจารณาออกวีซ่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเข้าประเทศได้

           เมื่อถามว่าการหารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น คือขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนขอให้ท่านเอกอัครราชทูตได้มีการพิจารณา ซึ่งท่านเอกอัครทูตญี่ปุ่นได้สอบถามายังตนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศต่างๆ ด้วยสัญชาติใด ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ตอบไปว่าตนไม่ทราบ ดังนั้นตนจึงพูดไปว่าขอความอนุเคราะห์ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องการออกวีซ่าหรือไม่ถือเป็นอำนาจรัฐบาลญี่ปุ่น

           เมื่อถามว่า แล้วทำไมรัฐมนตรีถึงหยิบยกเรื่องขึ้นมาให้ประเทศญี่ปุ่นพิจารณาอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางญี่ปุ่นเขามาสอบถามตนก่อน เพราะตนกับทางเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้มีโอกาสพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการก่อนที่พรรค ซึ่งในการพบปะได้มีการพูด ซึ่งการพูดคุยทางญี่ปุ่นก็ได้สอบถามเรื่องนโยบายเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตนได้ยื่นยันว่า รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายแตกต่างกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา

           รวมทั้งได้แจ้งว่าตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการชี้ให้เยี่ยมเยือนพื้นที่ประสบภัยคลื่นสึนามิ และเดินทางไปเป็นวิทยากรในการบรรยายพิเศษ  ดังนั้นตนจึงได้ขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยดูแล ส่วนจะอนุญาตหรือไม่ตนไม่สามารถไปบังคับอะไรได้ เพราะอำนาจทั้งหมดเขึ้นอยู่นโยบายของแต่ละประเทศ

           เมื่อถามว่า จะสรุปได้หรือไมว่า ตรงนี้จะเป็นนโยบาของรัฐบาลที่ต่อไปหลังจากนี้ จะขอความร่วมมือไปยังทุกประเทศ เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนคิดว่าคงไม่ต้องขอไปในทุกประเทศ เพราะก่อนที่จะมีการออกวีซ่าของรัฐบาลญี่ปุ่นมานั้น ก่อนหน้านั้นทางการเยอรมันก็ได้ออกวีซ่าให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ มาแล้ว

           เมื่อถามว่า ทำไมทางญี่ปุ่นถึงมาเชิญให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปบรรยาย นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด เท่าที่ทราบ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ จะนำเงินไปบริจาคให้กับผู้ที่ประสบภัยสึนามิ

           เมื่อถามว่า หลังจากหน้าที่ต่อไป คือ การเดินหน้าคืนพาสสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช่หรือไม่  นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบเรื่องเลย  เพราะตอนนี้ตนยังไม่ได้เข้าไปทำงานที่กระทรวงต่างประเทศ จะเข้าไปทำงานจริงๆเป็นวันพุธที่จะถึงนี้ แต่ที่ผ่านมาได้มีข่าวออกมาโดยตลอดว่ามีการเตรียมการเรื่องนี้ให้ตนไว้แล้ว แต่ล่าสุดทางอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศได้ออกมาปฎิเสธข่าวในเรื่องนี้แล้ว เรื่องนี้ไม่มีเขียนไว้ในนโยบายของรัฐบาล หรือนโยบายของพรรคเพื่อไทยเลย

           เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงต่างประเทศมีนโยบายในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้ามีการเสนอเรื่องนี้เข้าคงจะต้องนำมาพิจารณาดูกันไป แต่สิ่งที่ตนยึดหลักในการทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ คือ ผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และจะไม่เอาการทำงานของกระทรวงต่างประเทศให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะถึงเวลาแล้วที่เราควรสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และนโยบายของระฐบาลชุดนี้ คือ การเน้นเรื่องการค้า และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมิตรประเทศ และตนจะทำให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับ เป็นสยามเมืองยิ้มตามที่คนต่างชาติรู้จักให้กลับคืนมา

           เมื่อถามว่า ข่าวที่ออกมาระบุว่าทางอินเตอร์โพลล์ได้ถอนหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ ตนตื่นเช้าก็ทราบข่าวเรื่องนี้ ตนไม่รู้รายละเอียด

           เมื่อถามว่าส่วนคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ศาลฎีกาฯได้ตัดสินคดีเป็นที่สิ้นสุดไปแล้ว แต่เมื่อรัฐมนตรีสุรพงษ์เข้ามา ดูเหมือนว่าจะพยายามเข้ามาดูแลช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในมุมมองของตนแล้ว ถือว่าเป็นประเด็นทางการเมืองเกือบทั้งหมด โดยกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ตนมีความคารพ แต่ขั้นตอนต่าง ๆ ควรจะต้องให้ความเป็นธรรมด้วย ส่วนตัวแล้วตนไม่อยากให้เอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวกับเรื่องการต่างประเทศ

           เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าการทำงานเพื่อประเทศยังไม่ได้เริ่ม แต่ได้ไปช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว นายสุรพงษ์ กล่าวว่า  ตนทำงานยึดถือเรื่องผลประโยน์ประเทศชาติเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาตนยังไม่ได้เริ่มทำงานเลยก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์แล้ว อีกทั้งมีคะแนนสำรวจที่แย่ที่สุด เรื่องการทำงานตนมีความตั้งใจเต็มที่ ส่วนเรื่องข้อติติงต่างๆ ตนพร้อมรับ โดยตนเป็นคนที่ยึดมั่นในเรื่องความเป็นเหตุเป็นผล ตนขอโอกาสได้ทำงานก่อน เพราะในรายละเอียดในบางเรื่อง ตนก็ยังไม่ได้มีการศึกษา

 

ปัดชงเก้าอี้ทูตการค้าให้ "แม้ว"

           เมื่อถามว่า ตอนนี้มีข่าวออกมาระบุถึงเรื่องการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นทูตทางการค้า นายสุรพงษ์ กล่าวว่า  เรื่องนี้ไม่มีเลย เราไม่มีนโยบายอย่างนั้น ส่วนเรื่องการพิเศษ หรือทูตซีอีโอ. ที่เคยทำสมัยในพรรคไทยรักไทย ตนได้เขียนไว้ในนโยบายของพรรคไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ซึ่งตนจะเดินทางไปขอคำแนะนำไปยังนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรมว.ต่างประเทศ ในเรื่องดังกล่าว 

           เมื่อถามถึงเรื่องนโยบายต่างประเทศกับประเทศกัมพูชา นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในเบื้่องต้น รมต.ประเทศกัมพูชา ได้โทรศัพท์แสดงความยินดีมายังตนแล้ว ซึ่งหลังจากที่ตนเข้าทำงานที่กระทรวงแล้ว จะมาพิจารณาเรียงลำดับความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อจัดเลียงลำดับ ในการเดินทางเยือนประเทศต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งหากเป็นไปได้ก็จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับกัมพูชาขึ้นใหม่   

 

 กต.ยัน“สุรพงษ์”ยังไม่สั่งการคืนพาสปอร์ต“ทักษิณ”

            นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องการคืนหนังสือเดินทางให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ยังไม่ได้รับการสั่งการจาก นายสุรพงษ์ แต่ทั้งนี้การดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับหนังสือเดินทาง กระทรวงการต่างประเทศก็มีระเบียบว่าด้วย การออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ส่วนการพิจารณาว่าจะคืนหรือไม่ และเชื่อว่าจะต้องพิจารณาตามระเบียบดังกล่าว ขณะนี้อย่าเพิ่งคาดเดาหรือด่วนสรุปว่าจะเป็นอย่างไร เพราะในชั้นนี้ยังไม่มีการสั่งการใดๆ  

 

 “อภิสิทธิ์”จับตากต.เดินเกมส์ช่วยทักษิณเข้าญี่ปุ่น

           นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีทางการญี่ปุ่นอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศว่า การอนุญาตเป็นเรื่องของญี่ปุ่นแต่ต้องไปดู้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ของไทยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนที่ยังหลบหนีคดี และมีคดีที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่ หากมีเจ้าที่คนใดไปอำนวยความสะดวกก็ต้องมีการตรวจสอบ

           ส่วนกรณีที่ประเทศญี่ปุ่น อ้างว่าในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งอาจทำให้มีปัญหาในมาตรฐานกฎหมายนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง แต่เป็นสิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น แต่ที่เราต้องติดตาม ก็คือในส่วนเจ้าหน้าที่ของไทยว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ถือว่าเป็นผู้หนีการตัดสินของศาล และยังเป็นผู้ที่หลบหนีจากคดีก่อการร้าย

           ต่อข้อถามที่ว่า เหตุใดทางการญี่ปุ่นไม่ให้ตำรวจสากลส่งตัวกลับตามมาตรฐานสากล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยู่ที่ข้อหาที่แจ้งไป กรณีดังกล่าวต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรมว.ต่างประเทศจะไปดำเนินการในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามขั้นตอนตามกรอบกฎหมาย

           ดังนั้น ต้องมีการตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่คนไหนเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง และหากไม่มีการดำเนินการก็จะมีความผิดฐานละเว้น ส่วนคนช่วยเหลือก็จะมีความผิดในการหลบหนีก็มีความผิด โดยเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลมีการประสานไปยังประเทศต่างๆในการยกเลิกหนังสือเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ

           เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนยังไม่ได้ประโยชน์จากรัฐบาลแต่มีคนได้ประโยชน์ผู้เดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะต้องนำไปพูดในวันที่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพราะสิ่งนี้กลายเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยรมว.คนใหม่ให้ความสำคัญและดูจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหลัก ทั้งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะไม่ทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง

 

"สนธิ"เผยไม่แปลกใจญี่ปุ่นไฟเขียวให้เข้าปท.

           นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ฯ ได้กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ตำรวจสากลเตรียมยกเลิกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตนเองยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว แต่ถ้าอินเตอร์โพลล์จะเพิกถอนหมายจับจะต้องชี้แจงเหตุผลให้ได้ว่าจะถอนหมายจับด้วยสาเหตุใด ขณะที่รัฐบาลเองก็ต้องคำตอบเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวให้ได้เช่นกันว่าถอนเพื่ออะไร ซึ่งส่วนตัวคิดว่าการถอนหมายจับไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่เกินความคาดหมาย เช่นเดียวกับกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ

           เมื่อถามถึง การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)ของรัฐบาลใหม่ นายสนธิ กล่าวว่า มองว่าเป็น ครม.ที่ทำงานเร็ว เพราะโดยพื้นฐานของพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่กล้าได้ กล้าเสีย ไม่รีรอที่จะเดินหน้าทำงาน แตกต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล้าได้ แต่ไม่กล้าเสีย

           อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าการเมืองในภายใต้การเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยที่สุดแล้วจะย้อยกลับไปสู่จุดเดิมที่เป็นการเมืองน้ำเน่า

           นายสนธิ ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยว่า หากรัฐบาลเตรียมแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้มาตรา 291 ที่บัญญัติเกี่ยวกับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่ากลุ่มพันธมิตร ฯ ยอมรับไม่ได้ โดยพร้อมออกมาเคลื่อนไหวหากรัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญ ให้ พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิด รวมถึงการจาบจวงสถาบัน 

 

 "อจ.นิติ มธ." ชี้ตั้ง “แม้ว” นั่งทูตการค้าไม่เหมาะสม

          นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมแต่งตั้ง ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งทูตการค้า ว่า ต้องตรวจสอบดูว่าการแต่งตั้งตำแหน่งดังกล่าวนั้นมีลักษณะการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือเป็นเพียงตำแหน่งลอยๆ  เพราะหากมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จะต้องได้รับเงินเดือน หรือมีลักษณะคล้ายกับทูตพาณิชย์ จำเป็นต้องพิจารณาคุณสมบัติ อาทิ มีสัญชาติไทย, ไม่ต้องโทษจนพิพากษาจำคุก มีความเชี่ยวชาญงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น แต่หากเป็นการแต่งตั้งเป็นตำแหน่งลอยๆ เรื่องของคุณสมบัติไม่ต้องนำมาพิจารณาร่วม สามารถแต่งตั้งได้ตามความรู้สึก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่เหมาะสม

          “ เรื่องนี้ผมมองว่าการแต่งตั้งทูตการค้า เพื่อเปิดช่องคืนหนังสือเดินทางทางการทูต หรือพาสปอร์ตแดง ให้กับอดีตนายกฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปเจรจาเรื่องการค้าตามประเทศต่างๆ และเมื่อ อดีตนายกฯ ได้รับตำแหน่งแล้ว มีความเป็นไปได้ที่จะเดินทางไปเจรจาการค้าในธุรกิจของครอบครัว หรือตนเองที่ได้ดำเนินการ ” นายทวีเกียรติ กล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งผู้แทนการค้าไทย หรือ ทูตการค้านั้น เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย พ.ศ.2552  ซึ่งในระเบียบดังกล่าวไม่ได้มีการระบุไว้ซึ่งคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง มีเพียงบทบาทและอำนาจหน้าที่ เช่น เป็นผู้แทนพิเศษของนายกฯ ในการเจรจากับต่องประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศในด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ , ให้คำปรึกษาด้านนโยบายการค้าการลงทุน รวมถึงการทำงบประมาณรายจ่าย ด้านการค้าการลงทุน เป็นต้น โดยบุคคลที่มีอำนาจลงนามแต่งตั้ง คือ นายกรัฐมนตรี