ข่าว

งบ9แสนซ่อมเรือนจำนราธิวาส

งบ9แสนซ่อมเรือนจำนราธิวาส

15 ส.ค. 2554

เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส เปิดคุกวันแรก ญาติแห่เยี่ยมผู้ต้องขังแน่น หลังเหตุจลาจลสงบ ผู้ว่าให้งบ 9 แสนบาท จัดทำรั้วตาข่ายกั้นการโยนสิ่งของเข้าไปในเรือนจำ

          วันที่ 15 ส .ค.54  นายฐานิส ศรียะพันธ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์  นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เดินทางไป ตรวจความเรียบร้อยบริเวณเรือนจำ หลังจากได้เปิดให้ญาติผู้ต้องขังเข้าเยี่ยมได้ในวันนี้เป็นวันแรก นับจากเกิดเหตุจลาจลในเรือนจำ   ซึ่งเจ้าหน้าที่มีคำสั่งงดเยี่ยมรวม 4 วัน  โดยตั้งแต่ในช่วงเช้าได้มีประชาชนทยอยนำสิ่งของเข้ามาฝากให้ผู้ต้องขังจำนวนมาก ท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด
 
          โดยเจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจสิ่งของจำนวน 4 จุด โดยเฉพาะอาหารที่ประชาชนนำมา เจ้าหน้าที่ต้องตรวจอย่างละเอียดเกรงว่าญาติจะซุกซ่อนสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในเรือนจำ ส่วนการเข้าพบผู้ต้องหานั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดเป็นชุดๆ ละ 10 คน โดยให้เดินผ่านเครื่องตรวจอาวุธก่อนเข้าไปพบผู้ต้องขัง    ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่เรือนจำและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครอำเภอเมือง เข้ามาดูแลอำนวยความสะดวกให้กับญาติผู้ต้องขังด้วย
 
          ส่วนอาคารเรือนนอนที่ได้รับความเสียหายนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปสำรวจความเสียหาย และได้ตั้งงบประมาณเพื่อซ่อมแซมแล้ว พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยังได้อนุมัติงบประมาณ 9 แสนบาท เพื่อซื้อตาข่ายไปติดตั้งที่บริเวณกำแพงเรือนจำให้สูงขึ้นอีก เพื่อป้องกันการโยนสิ่งของให้กับนักโทษในเรือนจำ ซึ่งคาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์จะแล้วเสร็จ

 

ยธ.ตั้งกก.สอบจลาจลเรือนจำนราฯ

          พ.ต.อ.ทวี  สอดส่อง  รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาการก่อจลาจลในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสว่าได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว  โดยมอบหมายให้ นายธนน  เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้ตรวจสอบเหตุการณ์ทั้งหมด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อัยการ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนกรรมกลางอิสลามจังหวัดนราธิวาส และตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชนคือ น.ส.นารี เจริญผลพิริยะ  และนางอังคณา นีละไพจิตร เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย 

          จากการสอบถามเหตุก่อจลาจลพบว่า นักโทษที่ก่อนเหตุมีทั้งนักโทษคดียาเสพติดและคดีความมั่นคง โดยนักโทษต้องการเพียงน้ำ เป็นส่วนสำคัญในการละหมาด โดยตนมองว่าควรต้องแก้ปัญหาการเรื่องการบริหารจัดการให้ดีขึ้น นักโทษจะได้ไม่ใช้เป็นข้ออ้างในการก่อเหตุวุ่นวาย สำหรับในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสมีนักโทษทั้งชายและหญิง โดยมีนักโทษเด็ดขาดกว่า 300 คน ซึ่งยังไม่สามารถย้ายไปควบคุมที่อื่นได้  

          นายชาติชาย  สุทธิกลม  อธิบดีกรมราชทัณฑ์  กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ นายฐานิส  ศรียะพันธ์  รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินทางไปติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนนายสุพจน์  สุวรรณทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส  ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในเดือน ต.ค.นี้  ได้ทำหนังสือขอลาพักยาวจนหมดอายุราชการ

          ดังนั้น ระหว่างนี้ นายฐานิสและเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์จะเข้าไปทำหน้าที่ดูแลเรือนจำจังหวัดนราธิวาสแทนเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้เห็นว่าไม่เพียงเรือนจำจังหวัดนราธิวาสเท่านั้นที่ต้องปรับการบริหารจัดการใหม่  แต่ทุกเรือนจำต้องดูแลนักโทษอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะการดูแลเรื่องอาหารการกินของนักโทษ เนื่องจากขณะนี้ทั่วประเทศมีนักโทษกว่า  220,000 คน ขณะที่งบประมาณการดูแลในส่วนนี้เพียงพอสำหรับการดูแลนักโทษกว่า 80,000 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวเกิดจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นกรมราชทัณฑ์จึงต้องพยายามบริหารจัดการให้ดีที่สุด