ข่าว

ชาวนาอ่วม-น้ำท่วมนาข้าวเสียหายหนัก

ชาวนาอ่วม-น้ำท่วมนาข้าวเสียหายหนัก

15 ส.ค. 2554

ชาวนาพิชัย โอดน้ำท่วมนาข้าวสูญแล้วกว่า 130 ล้านบาท ไม่มีทุนทำนา ขณะระดับน้ำยังท่วมสูงหลังน้ำยมทะลักเข้ารอบใหม่ น้ำท่วมพิจิตรยังหนัก

          15 ส.ค.54 นายขาว เผือกเหลือง กำนันตำบลท่ามะเฟือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมตัวแทนชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน นั่งรถไถลุยเข้าไปยังที่นาของชาวบ้านหมู่ 4 บ้านป่ากะพี้ และหมู่ 9 บ้านหนองปากดง หมู่ 10 ทุ่งสนวน ต.ท่ามะเฟือง ตลอดระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร สองข้างถนนสายป่ากะพี้-ทุ่งสนวน ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำที่ท่วมนาข้าวในระดับสูงจนมองไม่เห็นต้นข้าว กลายเป็นทะเลน้ำจืดที่ส่งกลิ่นเหม็น ต้นข้าวเน่า ปลายลอยตายเกลื่อนที่นา

          นายขาว กล่าวว่า น้ำที่มองเห็นเป็นสภาพน้ำท่วมนาข้าว ที่ออกร่วงถึงเวลาเก็บเกี่ยว ต.ท่ามะเฟือง กว่า 20,000 ไร่ที่เสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ ชาวนาตำบลท่ามะเฟืองมีอาชีพเดียวคือทำนาชาวนาเฉลี่ยครอบครัวละ 40 ไร่ กู้เงินทั้งในและบอกระบบมาลงทุน น้ำท่วมนาน 2 สัปดาห์ไม่มีทีท่าจะลด

          ขณะเดียวกันฝนที่ตก จ.แพร่ และ จ.สุโขทัย เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทำให้น้ำระลอกใหม่จากน้ำยมผันลงแม่น้ำน่าน ทะลักเข้าท่วมที่นาเพิ่มสูงขึ้นอีก ความเสียหายเฉพาะนาข้าวประเมินค่าแล้วกว่า 130 ล้านบาท กว่าระดับน้ำจะลดและชาวนาสามารถเริ่มทำนารอบใหม่ต้องรออีก 2 เดือน ไม่มีรายได้ เกิดความเครียด ไม่มีเงินลงทุนไม่มีเงินใช้หนี้ อยู่ในอาการซึมเศร้า บางรายออกไปดูที่นาถึงกับร้องไห้เฝ้าที่นาของตน เกรงจะมีลูกบ้านคิดสั้น ได้แต่ปลอบใจซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกันน้ำท่วมยังส่งกลิ่นเหม็น กลายเป็นมลภาวะต่อระบบทางเดินหายใจ กุ้ง หอย ปู่ ปลา ตายเพราะน้ำสกปรก

          “ตอนนี้ถุงยังชีพ ไม่สามารถช่วยเหลือชีวิตชาวนาได้ น้ำท่วมนาน และไม่เลยเกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลท่ามะเฟืองมาก่อน อยากให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือในระยะสั้น โดยเฉพาะเงินชดเชยไร่ละ 600 บาทคงไม่เพียงพอกับการสูญเสียมากถึงไร่ละ 6,500 บาท แหล่งเงินทุนในการทำนารอบใหม่ คงต้องไม่มีดอกเบี้ยดีที่สุด”นายขาว กล่าว

 

น้ำท่วมพิจิตรยังหนัก ชาวบ้านลอยคอรับข้าว

          สถานการณ์น้ำท่วม ในลุ่มน้ำยมที่ไหลผ่าน ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร สถานการณ์น้ำท่วม ยังคงเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำจากจังหวัดสุโขทัย ยังคงไหลมาเพิ่มเติมสมทบ จนทำให้แม่น้ำยมเพิ่มสูง อีกวันละ เกือบ 10 เซนติเมตร ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะการเดินทาง เข้าหมู่บ้าน หมู่ที่ 7 บ้านเนิยยุ้ง ตำบลรังนก น้ำได้ท่วมทางเข้าหมู่บ้าน รถทุกชนิด ไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ ชาวบ้าน ต้องใช้เรือเป็นพาหนะ โดยมีชาวบ้านจำนวนมาก ที่ไม่มีเรือ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือร้อนอย่างหนัก

          ล่าสุด อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง ลงพื้นที่ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน โดยแจกจ่ายอาหารปรุงสำเร็จจำนวน 12,000 กล่อง ให้กับประชาชนในพื้นที่ 5 หมู่บ้านที่ประสบอุทกภัย ซึ่งการแจกจ่ายอาหารเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากต้องใช้เรือในการแจกจ่ายอาหารเนื่องจากถนนถูกตัดขาด

          ด้านเรืออากาศเอกบรรเจิด เปรมจิตต์ หัวหน้าอาสาสมัครปอเต๊กตึ้ง จุดโยธิน จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เราที่ต้องนำอาหารลงเรือท้องแบนเพื่อนำเข้าไปแจกจ่ายให้กับประชาชนโดยเฉพาะที่บ้านเนินยุ้ง ซึ่งถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด ต้องใช้เรือเท่านั้น บางจุดต้องใช้เรือพายแจกจ่ายอาหารปรุงสำเร็จให้กับประชาชน เช่นในพื้นที่หมู่ 11 บ้านปากคลอง ที่ถูกน้ำท่วมนานกว่า 4 เดือน ประชาชนบางรายลุยน้ำที่สูงเคียงคอเพื่อรับอาหาร

          สำหรับการลงพื้นที่ของมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ในครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ตำบลรังนกเป็นเวลา 4 วัน แจกจ่ายอาหารปรุงสำเร็จทั้ง 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น วันล่ะ 3,000 ชุด รวม 12,000 ชุด

 

สั่งปิด 5 โรงเรียนเขตบางระกำ หลังน้ำยมทะลักท่วมสูง

          สถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มีน้ำจากทางสุโขทัยไหลเข้าท่วมในเขตพื้นที่อำเภอบางระกำ จนทำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 สั่งปิด 5 โรงเรียนในสังกัด

          ทั้งนี้ ระดับน้ำจากแม่น้ำยมที่ไหลมาจากจังหวัดสุโขทัย ได้เพิ่มระดับขึ้น ทำให้น้ำในคลองวังแร่ไหลล้นตลิ่งและไหลเข้ามาในบริเวณโรงเรียน ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ได้สั่งการให้โรงเรียนในเขตพื้นที่อำเภอบางระกำ จำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดวังแร่ โรงเรียนบ้านกรุงกรัก โรงเรียนวัดพรหมเกษร โรงเรียนวัดวังอิทก และโรงเรียนบ้านท่านางงาม ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวจะถูกน้ำท่วมไหลท่วมอยู่เป็นประจำ จึงได้เตรียมความพร้อม โดยขนอุปกรณ์การเรียนการสอนออกจากอาคารที่ถูกน้ำท่วม พร้อมยกของใช้อุปกรณ์การเรียนขึ้นที่สูง

          พร้อมนี้ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ได้เตรียมความพร้อมในการความช่วยเหลือโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วม โดยจะระดมเพื่อนครูและผู้บริหารในเขตพื้นที่ เข้าช่วยเหลือด้านอุปกรณ์การเรียนการสอน ด้านอาคารสถานที่ แก่โรงเรียนที่ถูกอุทกภัยในครั้งนี้ด้วย

 

 ระดับน้ำสูงขึ้นปริ่มตลิ่ง  ศิลปากรเสริมแนวป้องกันวัดไชยวัฒนาราม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ที่จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 08.00 น. เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20-30 ซ.ม. น้ำเป็นสีแดงขุ่น มีความแรง ทำให้บริเวณพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยา มีน้ำปริ่มตลิ่ง

          ที่บริเวณหน้าวัดไชยวัฒนาราม ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 90-95 ซ.ม. ซึ่งทางสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ก็ไม่ได้วางใจ ได้ตั้งแนวบังเกอร์คอนกรีตที่มีความสูง 2.30 เมตรเอาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีการเสริมเหล็กค้ำยัน คลุมด้วยผ้าใบ และมีกระสอบทรายป้องกันด้านนอก พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำอัตโนมัต หากมีน้ำซึมเข้าไปในจุดพักน้ำด้านล่างใต้พื้นแนวป้องกัน เครื่องสูบน้ำก็จะทำการสูบน้ำออกทันที

          ทั้งนี้ สำนักศิลปากรมั่นใจว่าสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ เช่นเดียวกับที่พระตำหนักสิริยาลัย ซึ่งอยู่ตรงข้ามมีการสร้างบังเกอร์คอนกรีตสูงกว่า 3 เมตร โดยระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1 เมตร
 เช่นเดียวกับที่วัดธรรมาราม ซึ่งระดับน้ำยังต่ำกว่าประมาณ 95 ซ.ม. ถึง 1 เมตร ยังไม่มีการวางแนวบังเกอร์ป้องกัน เนื่องจากมั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วม

          อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่สูงขึ้นในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่อยู่ระดับแนวตลิ่ง มีเพียงบางจุดที่ล้นตลิ่งเข้าไปประมาณ 4-5 ซ.ม. เช่นที่ ต.บางชะนี บางหลวงโดด บ้านกุ่ม ไทรน้อย อ.บางบาล ติดกับ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ระดับน้ำสูงขึ้นประมาณ  30 ซ.ม. ชาวบ้านได้เก็บข้าวของขึ้นที่สูงอีกครั้งแล้ว

          สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแจ้งว่ายังไม่รับ รายงานความเสียหายจากพื้นที่ใด และเชื่อว่าหากระดับน้ำสูงขึ้นในช่วงนี้ ก็ยังคงเป็นปริมาณมาณน้ำล้นตลิ่งเท่านั้น