ข่าว

ยันตร.สากลไม่เคยขึ้นบัญชี'แม้ว'

ยันตร.สากลไม่เคยขึ้นบัญชี'แม้ว'

15 ส.ค. 2554

โฆษกตำรวจเผยอินเตอร์โพลไม่เคยขึ้นหมายแดง "ทักษิณ" กต.ชี้ที่ผ่านมาเข้าใจคลาดเคลื่อน “มาร์ค" ” งงกับคำอ้างของ “ปู” "แก้วสรร" ขอให้ตรวจสอบที่มา “อดีตคตส.” ไม่สน

          15 ส.ค. พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวอินเตอร์โพลถอนหมายแดง (Red notice) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า กองการต่างประเทศเคยร้องขอไปยังอินเตอร์โพลสำนักงานใหญ่ที่ประเทศฝรั่งเศสให้พิจารณาขึ้นหมายแดง พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อ 2 ปีก่อน แต่ทางอินเตอร์โพลไม่ได้ขึ้นหมายแดงให้ และมีหนังสือตอบกลับมาว่ากรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เข้าเงื่อนไขการประกาศหมายแดงของทางอินเตอร์โพล

          หลังจากนั้นทางกองการต่างประเทศไม่ได้ร้องขอไปอีก จึงยืนยันได้ว่า ไม่มีการร้องถอนหมายแดงแต่อย่างใดเพราะอินเตอร์โพลไม่เคยขึ้นหมายแดง พ.ต.ท.ทักษิณ มาก่อน

 

กต.ชี้ที่ผ่านมาเข้าใจคลาดเคลื่อน

          นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น เพราะที่ผ่านมา ตำรวจสากลไม่เคยออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ และไม่เคยเอาชื่อขึ้นในบัญชีรายชื่อผู้ที่ถูกจับแต่อย่างใด ซึ่งในรายละเอียดต้องสอบถามไปยังกองต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะถือเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ประสานงานกับตำรวจสากลโดยตรง

 

 ปชป.รับแล้วเรื่องจริงยังเหลือคดีก่อการร้าย

           นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และอดีตเลขานุการรมว.ต่างประเทศว่า หมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ ฉบับแรกเป็นเรื่องของคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินริมถนนรัชดาภิเษก ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้จำคุก 2 ปี แต่ทางอินเตอร์โพลเห็นว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกับศาลทั่วโลก จึงมองว่าไม่เข้าข่ายในการที่เขาจะออกหมายจับหรือหมายแดง(Red Notice)

           นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า แต่จากนั้นทางการไทยได้มีการออกหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ อีกเป็นฉบับที่ 2 ในคดีการก่อการร้าย เมื่อปี 2552 ซึ่งน่าจะเข้าข่ายการออกหมายแดงของอินเตอร์โพล โดยเรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการดำเนินการของอัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งอัยการมีหน้าที่แปลเอกสารหมายจับ แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้ส่งเรื่องผ่านทางอินเตอร์โพลของไทย ไปยังสำนักงานใหญ่ของอินเตอร์โพล ดังนั้น รัฐบาลชุดใหม่ไม่ควรเข้าไปแทรกแซงใดๆ แต่ควรปล่อยให้เป็นไปการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการจะต้องตอบคำถามในเรื่องดังกล่าว

           เมื่อถามว่าเกรงว่าจะมีคำสั่งจากฝ่ายการเมืองเข้าไปเปลี่ยนการดำเนินการในเรื่องนี้ นายชวนนท์ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลไม่ได้กระทำสิ่งใดที่เป็นการแทรกแซง จะทำให้ประชาชนที่จับตาเรื่องนี้อยู่ มีความสบายใจ รัฐบาลจึงไม่ควรไปสร้างเรื่องใดที่ทำให้เกิดความคลางแคลงใจว่ายังไม่ทันที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาทำประโยชน์ให้กับประชาชนเกิดขึ้นตามนโยบายที่ประกาศไว้ แต่กลับมีเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ เกิดขึ้นมามากมาย

           นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงข่าวที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมคืนหนังสือเดินทางไทยให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า กระทรวงการต่างประเทศมีระเบียบการปฏิบัติในเรื่องของหนังสือเดินทางอยู่แล้ว แต่การคืนหนังสือเดินทางนั้นไม่ได้เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น แต่จะทำได้ต่อเมื่อต้องมีการยกเลิกหมายในบัญชีดำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เป็นต้น แล้วจึงส่งเรื่องมายังกระทรวงการต่างประเทศ

 

 อ.อัยการต่างประเทศยังรอกต.ตามตัวมารับโทษ

          นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ ประเทศญี่ปุ่นอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าประเทศได้ ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นตามที่ได้รับเชิญจากสถาบันการศึกษาของประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่งให้ไปเป็นวิทยากรและเยี่ยมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ ว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นแล้ว การติดตามตัวเพื่อส่งผู้ร้ายข้ามแดนอัยการต้องรอให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งที่อยู่ที่ชัดเจนขณะ พ.ต.ท.ทักษิณ พักอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นมาให้อัยการก่อน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนปฏิบัติทุกกรณีอยู่แล้ว เพราะหากยังไม่ทราบที่อยู่ชัดเจนอัยการก็ไม่สามารถที่จะระบุรายละเอียดเพื่อทำหนังสือเพื่อประสานขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ โดยอัยการไม่สามารถที่จะใช้ข้อมูลทั่วไปที่ปรากฏแค่ในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่าง ๆ ได้

          เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำรัฐบาล แล้วการติดตามตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีปัญหาหรือไม่ นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า การติดตามจำเลยหรือนักโทษคดีต่าง ๆ อัยการก็ยึดหลักปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้ที่ต้องให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งรายละเอียดที่อยู่ที่ชัดเจนมาให้ โดยปกติหากจะมีการติดตามตัวกระทรวงการต่างประเทศจะประสานหารือกับอัยการแต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานใด ๆ ซึ่งข้าราชการประจำก็ต้องทำหน้าที่ของตนตามหลักการที่มีอยู่แล้ว ส่วนรัฐบาลจะมีนโยบายอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

          เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มารับโทษที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดีซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก เป็นเวลา 2 ปี ได้ทันภายในอายุความ 10 ปีนับจากที่ศาลตัดสินเมื่อปี 2551 นายศิริศักดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งอัยการก็ทำตามหน้าที่เท่าที่กฎหมายให้อำนาจ ไม่ใช่ว่าจะนิ่งเฉย แต่ต้องรอให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งข้อมูลมาให้ด้วย   

          ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพลล์ จะยกเลิกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น นายศิริศักดิ์ กล่าวปฏิเสธว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ แต่โดยหลักเจ้าหน้าที่ตำรวจสากล ไม่ได้มีอำนาจที่จะออกหรือเพิกถอนหมายจับ ซึ่งหมายจับจะเป็นของประเทศสมาชิกนั้นที่ออกมาแล้วประสานกับตำรวจสากล ให้ช่วยในการติดตามตัว โดยเรื่องนี้น่าจะต้องติดตามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอีกครั้งว่ามีประสานเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสากล อย่างไรหรือไม่ เพราะหากจะมีการยกเลิก ตนเข้าใจว่าอาจเป็นหนังสือแจ้งประสานความร่วมมือ ไม่ใช่หมายจับ

          ขณะที่ นายศิริศักดิ์  อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่จะมีการพิจารณาคืนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า การพิจารณาจะคืนเล่มพาสปอร์ตได้หรือไม่กระทรวงการต่างประเทศ คงต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ อัยการไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้โดยตรง ถ้าจะมีการหารือกับอัยการก็คงเป็นเรื่องข้อกฎหมายมากกว่า และการประสานข้อมูลที่อัยการรับผิดชอบคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลฎีกา ฯ ตัดสิน

 

กต.ชี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล

 นายธานี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในหลักการ หากทราบข้อมูลถิ่นพำนักที่ชัดเจน ก็จะแจ้งไปยังอัยการสำนักงานต่างประเทศได้ออกหมายจับ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องดูนโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก และดูแนวนโยบายของนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ มีกำหนดการเข้าทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศในวันแรก วันที่ 17 ส.ค.นี้ และจะพบปะกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อมอบนโยบายการทำงาน ซึ่งคงจะทราบความชัดเจนมากขึ้น

 

“มาร์ค"งง“ปู”อ้างตร.สากลไม่เคยออกหมายจับ“ทักษิณ”

          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่เคยขอความร่วมมือกับตำรวจสากลในการออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เบื้องต้นกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ เพราะมีหลายกรณีที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีแค่คดีเดียว และที่ผ่านมาอัยการเป็นผู้ดำเนินการ ขณะนี้ได้ให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม ตรวจสอบข้อเท็จจริง

          ผู้สื่อข่าวถามว่า มองได้หรือไม่ว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในสมัยรัฐบาลชุดก่อน เพราะสิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุกับรัฐบาลชุดก่อนให้ข้อมูลไม่ตรงกัน  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้กล่าวเช่นนั้น เพราะเขาใช้คำว่าเพิกถอน ต้องดูด้วยว่าเป็นคดีไหนอย่างไร


'แก้วสรร'ขอให้สื่อตรวจสอบที่มาของข้อมูล

          นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวว่า ตนไม่ทราบถึงเหตุที่อินเตอร์โพลล์ถอนหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ  ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินริมถนนรัชดาภิเษก ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้จำคุก 2 ปี  ขอให้สื่อมวลชนช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ว่าเป็นเพราะฝ่ายบริหารของไทยไปร้องขอหรืองอินเตอร์โพลล์เป็นผู้ที่ดำเนินการถอนหมายจับเอง

          ผู้สื่อข่าวถามว่าจากกรณีที่เกิดขึ้นมองว่าการทำงานในฐานะคตส.สูญเปล่าหรือไม่ นายแก้วสรร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร ที่ว่าจะยอมทำตามคำพิพากษาของศาลหรือไม่ ส่วนอำนาจของ คตส.นั้นได้หมดลงไปแล้ว หากเรื่องดังกล่าวจะเป็นไปในทิศทางไหน ตนมองว่าควรพิจารณากันในสภาต่อไป

          เมื่อถามว่าประเด็นอินเตอร์โพลล์ถอนหมาย เพราะมองว่าเป็นเรื่องทางการเมือง นายแก้วสรร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ

 

“อดีตคตส.”ไม่สนตร.สากลถอนหมายจับทักษิณ

          นายสัก กอแสงเรือง ส.ว.สรรหา อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นภายหลังที่มีข่าวว่าอินเตอร์โพลล์ได้ถอนหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินริมถนนรัชดาภิเษก ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้จำคุก 2 ปี  ระบุเพียงว่า ตนในฐานะสมาชิกวุฒิสภา สามารถให้ความเห็นได้ต่อเมื่อวุฒิสภาได้หยิบยกมาพิจารณาหรือตรวจสอบเนื่องจากตนเกรงว่าจะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ฐานะเป็นอดีค คตส.มองว่าการถอนหมายจับครั้งนี้ เป็นการทำงานที่สูญเปล่าหรือไม่ นายสัก กล่าวว่า “ช่างมัน เราได้ทำหน้าที่ของเราแล้ว เมื่อพ้นจากตำแหน่ง คตส. ก็ถือว่าหมดหน้าที่แล้ว”

          ถามต่อว่ากังวลเรื่องการถูกเช็คบิลหรือไม่หลังที่เพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล ส.ว.สรรหา ตอบสวนทันทีว่า “ไม่กลัว”