ข่าว

"โมรียา"ผงาดชิงกอล์ฟยูเอส"ประหยัด"โดนแซง

"โมรียา"ผงาดชิงกอล์ฟยูเอส"ประหยัด"โดนแซง

15 ส.ค. 2554

โมรียา จุฑานุกาล สาวน้อยวัย 17 ปีสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็นนักกอล์ฟที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เข้าไปชิงชนะเลิศ หลังจากที่คว่ำ ออสติน แอร์นสท์ เอิร์น 1 อัพ ในรอบรองชนะเลิศยูเอส วีเมนส์ อเมเจอร์ 2011 ไปเจอกับ แดเนียลเล คัง แชมป์เก่า ขณะที่ "โปรหมาย"

          การแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นยูเอส วีเมนส์ อเมเจอร์ 2011 ที่สนามโรดไอส์แลนด์ คันทรี คลับ พาร์ 71 เมืองบาร์ริงตัน ประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม เป็นการเล่นในรอบรองชนะเลิศ "น้องโม" โมรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสาวจากประเทศไทยวัย 17 ปี พบ ออสติน แอร์นสท์ เอิร์น เปิดฉากขึ้นมา โมรียา ร้อนแรงทันทีด้วยการนำถึง 3 อัพ หลังจากผ่าน 3 หลุม ด้วยการทำ 2 เบอร์ดี้กับ 1 พาร์ จากนั้นทั้งคู่ผลัดกันทำเบอร์ดี้ก่อนที่ "น้องโม" จะนำ 2 อัพหลังจากจบหลุม 12

           จากนั้น โมรียา ตีตกน้ำที่หลุม 13 เสียโบกี้ และเสียโบกี้อีกหนที่หลุม 15 ทำให้กลับมาออลสแควร์กันอีกหน ในหลุม 17 แอร์นทส์ มีลุ้นขึ้นนำแต่พัตต์เบอร์ดี้ระยะ 12 ฟุตไม่ลง จนถึงหลุมสุดท้ายนักกอล์ฟอเมริกันตีทีช็อตไปตกรัฟ ทำให้ต้องเลย์อัพ และตีช็อต 3 ห่างหลุม 6 ฟุต ขณะที่ โมรียา ตีช็อตแอพโพรชขึ้นไปห่างหลุม 20 ฟุต ก่อนยิงเบอร์ดี้เพื่อชนะแต่สั้นเหลือระยะ 3 ฟุต ส่วน แอร์นสท์ พัตต์พาร์เพื่อยันแต่พลาด ก่อนที่ โมรียา จะมาเซฟพาร์ลงไปคว้าชัยชนะ 1 อัพ

           จากชัยชนะครั้งนี้ทำให้ โมรียา กลายเป็นนักกอล์ฟที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์รายการนี้ที่ได้เข้าชิงชนะเลิศ โดยจะพบ แดเนียเล คัง แชมป์เก่าจากแคลิฟอร์เนีย ที่ชนะ บรูค แพนเคก 1 อัพ ด้วยการเล่น 36 หลุม และหาก โมรียา คว้าชัยชนะได้อีก จะเป็นนักกอล์ฟที่เกิดในประเทศไทยคนที่ 4 ที่มาได้แชมป์ในรายการของยูเอสจีเอ หลังจาก อารียา จุฑานุกาล น้องสาว เพิ่งได้แชมป์ยูเอส เกิร์ลส์ จูเนียร์ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว และต่อจาก วิรดา นิราพาธพงศ์พร กับ อารี ซง (วงศ์ลือเกียรติ) รวมทั้งเป็นพี่น้องคู่ที่ 3 ต่อจาก แฮร์รอต-มาร์กาเร็ต เคอร์ติส และฮอลลิส สเตซี กับ มาร์ธา ลีช ที่ได้แชมป์สมัครเล่นของยูเอสจีเอ

           โมรียา ต้องฉีดยาระงับปวดที่ข้อมือก่อนลงแข่ง กล่าวหลังการแข่งขันว่า รู้สึกประหลาดใจกับตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้น ธรรมดาแล้วการตีไดรเวอร์มักจะตรง คิดว่าต้องพยายามตรงจุดนี้ สำหรับในหลุมสุดท้ายต้องการ 2 พัตต์ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่สนว่าจะต้องไปเล่นหลุม 19 หรือไม่ มันเป็นช่วงที่ตื่นเต้น ส่วน แดเนียเล คัง เป็นคนเก่งมาก สิ่งที่ต้องทำในรอบชิงชนะเลิศคือต้องตีให้ตรงไว้ก่อน ด้าน เอรียา น้องสาวที่ทำหน้าที่แคดดี้ กล่าวถึงหลุมสุดท้ายว่า หลุมสุดท้าย พัตต์สุดท้าย พี่สาวไม่ตื่นเต้นเลย แต่ตนเองกลับตื่นเต้นมาก

 

ประหยัดรองแชมป์สวิงไทยแลนด์

           ศึกกอล์ฟ วัน เอเชีย ทัวร์ "ไทยแลนด์ โอเพ่น 2011" ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 30 ล้านบาท) ที่สนามสุวรรณกอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ จ.นครปฐม พาร์ 72 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม เป็นรอบสุดท้าย "โปรหมาย" ประหยัด มากแสง มือสวิงหนุ่มเมืองหัวหินวัย 45 ปี ที่เป็นผู้นำเดี่ยวในรอบที่แล้วด้วยสกอร์รวม 16 อันเดอร์พาร์ มาเล่นเป็นกลุ่มสุดท้าย ร่วมกับ ชอย จิน โฮ จากเกาหลีใต้ ที่ไล่หลังอยู่ 2 สโตรค และอังเดร สโตลซ์ ชาวออสซี่ที่ตามอยู่ 3 สโตรค

           ช่วง 9 หลุมแรก ประหยัด ทำได้ 3 เบอร์ดี้ แต่ สโตลซ์ โปรวัย 41 ปี พัตต์ได้เฉียบคมกว่า สอยไปถึง 6 เบอร์ดี้ ไล่ขึ้นมาเป็นผู้นำร่วมที่สกอร์ 19 อันเดอร์พาร์ กระทั่งเข้าสู่ช่วง 9 หลุมหลังเกมยิ่งทวีความเข้มข้น โปรแดนจิงโจ้ เก็บเบอร์ดี้ที่หลุม 10 ขยับแซงหน้าไป 1 สโตรค และเมื่อทั้งคู่ต่างได้เบอร์ดี้ที่หลุม 11 ประหยัด ก็มาพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 8 ฟุตที่หลุม 13 กลับขึ้นมานำร่วมได้อีกครั้งที่สกอร์ 21 อันเดอร์พาร์

           จากนั้นในหลุม 15 สโตลซ์ พัตต์เบอร์ดี้ไกลระยะ 16 ฟุตลงไปอย่างเหลือเชื่อ กลายเป็นผู้นำเดี่ยวอีกหน กระทั่งหลุมที่ 17 ประหยัด เหมือนโชคไม่เข้าข้าง เมื่อมีโอกาสพัตต์เบอร์ดี้ระยะแค่ครึ่งคันธงเพื่อขึ้นนำร่วม แต่ลูกกลับเฉี่ยวปากหลุมไปอย่างน่าเสียดาย และเมื่อถึงหลุม 18 สโตลซ์ ตีช็อต 3 ขึ้นกรีนห่างหลุมแค่ 4 ฟุต ขณะที่ประหยัด ถูกบีบตีไปตกน้ำทางด้านขวาและต้องจบด้วยโบกี้ ทำให้ สโตลซ์ ซึ่งแม้ทำ 2 พัตต์จบด้วยพาร์ ก็เพียงพอที่จะคว้าชัยชนะ โดยรอบนี้ สโตลซ์ ทำได้ 9 อันเดอร์พาร์ 63 สกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 ได้ครองถ้วยพระราชทานและเงินรางวัล 180,000 ดอลลาร์ (ราว 5.4 ล้านบาท)

           ขณะที่ประหยัด วันนี้ตีได้ 4 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวมตามหลังแชมป์อยู่ 2 สโตรค ได้แค่รองแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 2004 ได้รับเงินปลอบใจจำนวน 102,000 ดอลลาร์ (ราว 3 ล้านบาท) ส่วนอันดับ 3 ร่วมเป็นของ ชอย จิน โฮ ชาวเกาหลีใต้ ที่ตี 3 อันเดอร์พาร์ 69 และเบรนท์ แม็คคัลลัฟ จากออสเตรเลีย ตี 6 อันเดอร์พาร์ 66 สกอร์รวมคนละ 17 อันเดอร์พาร์ 271

           ด้านผลงานของนักกอล์ฟไทยที่น่าสนใจ "โลมายักษ์" พรหม มีสวัสดิ์ (68), "โปรอาร์ม" กิรเดช อภิบาลรัตน์ (69), "โปรพาย" ปริยะ ชุณหสวัสดิกุล (70), มีสกอร์รวมคนละ 13 อันเดอร์พาร์ 275 อยู่อันดับ 10 ร่วม, "โปรหนึ่ง" ชินรัตน์ ผดุงศิลป์ (63), "โปรดอน" อุดร ดวงเดชา (68), มีสกอร์รวมคนละ 12 อันเดอร์พาร์ 276 อันดับ 15 ร่วม, "โปรเล็ก" ถาวร วิรัตน์จันทร์ (67), "โปรมะพร้าว" ภาณุพล พิทยารัฐ (70) มีสกอร์รวมคนละ 11 อันเดอร์พาร์ 277 อันดับ 18 ร่วม, "โปรโม" ธันยากร คลองผา (69), "โปรช้าง" เชาวลิต ผลาผล (70), "โปรแม็กซ์" ขวัญชัย แท่นนิล (70) มีสกอร์รวมคนละ 9 อันเดอร์พาร์ 279 อันดับ 24 ร่วม, "โปรเก่ง" ธนัทชาญ เผือกเทศ (73) สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 280 อันดับ 32 ร่วม, "โปรช้าง" ธงชัย ใจดี (73) สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 281 อันดับ 36 ร่วม ส่วน สมปราชญ์ รัตนสุวรรณ มือสมัครเล่น (73) สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 286 อันดับ 57 ร่วม

           ภายหลังคว้าแชมป์พร้อมขึ้นเป็นมือ 1 ในออเดอร์ ออฟ เมอริท ของวัน เอเชีย ทัวร์ อังเดร สโตลซ์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ครองถ้วยพระราชทาน การเล่นในวันนี้มีบางหลุมที่ตนเองโชคดี เพราะตีพลาดแต่ยังรักษาสกอร์เอาไว้ได้ ในภาพรวมแล้วรู้สึกเหมือนเป็นการแข่งขันระหว่างตนกับ ประหยัด มากแสง เพราะได้เล่นในกลุ่มเดียวกันมาตั้งแต่ 2 วันแรก พอรู้ตัวว่าตามหลังประหยัดอยู่ 3 แต้มในรอบนี้จึงพยายามทำเบอร์ดี้ให้ได้มากๆ ในช่วง 9 หลุมแรก ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ ชัยชนะครั้งนี้ทำให้มั่นใจมากขึ้นในการไล่ล่าแชมป์ในสัปดาห์ต่อๆ ไปและเพื่อรักษาอันดับ 1 ของวัน เอเชีย ทัวร์เอาไว้ให้ได้

           ด้านประหยัด กล่าวว่า ในวันนี้ตนเองเล่นได้ดี เพียงแต่ สโตลซ์ ที่ช่วงสองวันแรกพัตต์ไม่ดี กลับมาพัตต์ได้ดีกว่าจึงสมควรเป็นผู้ชนะ จุดเปลี่ยนของเกมอยู่ที่หลุม 7 ซึ่งตนมีโอกาสพัตต์เบอร์ดี้แต่ไม่ลงก่อนมาถูกแซงที่หลุม 10 อย่างไรก็ตาม ไม่รู้สึกเสียใจที่ทำได้เพียงรองแชมป์เป็นหนที่สอง และยืนยันว่าถ้ามีโอกาสมาแข่งขันอีกก็จะพยายามพิชิตแชมป์มาครองให้ได้