ข่าว

คลังเบรกขายหุ้นดอนเมืองโทลล์เวย์

คลังเบรกขายหุ้นดอนเมืองโทลล์เวย์

15 ส.ค. 2554

กระทรวงคลังชะลอขายหุ้นที่ถือในดอนเมืองโทลล์เวย์มากกว่า 25% ระบุขอให้บริษัทเคลียร์คดีฟ้องร้องรัฐบาลไทยจบก่อน หวั่นมีผลกระทบต่อรูปคดี พร้อมชง รมว.คลังคนใหม่ตัดสินใจขายทิ้งหมดหรือถือหุ้นไว้บางส่วน

          นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวทางการขายหุ้นที่กระทรวงการคลังถือในบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ว่า ขณะนี้ได้ชะลอการขายหุ้นออกไปก่อน เพื่อให้ทางดอนเมืองโทลล์เวย์ดำเนินการกรณีที่บริษัท วอลเตอร์ บาว เอจี ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลไทยเรียบร้อยก่อน จึงค่อยมาพิจารณาการขายหุ้นหรือจำเป็นต้องคงสัดส่วนการถือหุ้นของทางการไว้ต่อไปหรือไม่

           “กระทรวงการคลังมีนโยบายชัดเจนจะขายหุ้นในบริษัทเอกชนที่เห็นว่ามีความมั่นคงแข็งแรง หรือที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักที่รัฐบาลต้องดูแลออกไป ซึ่งดอนเมืองโทลล์เวย์ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่บังเอิญว่าช่วงที่ผ่านมามีปัญหากรณีบริษัทที่เคยถือหุ้นในดอนเมืองโทลล์เวย์ของเยอรมนีฟ้องร้องรัฐบาลไทยจึงอยากให้เคลียร์คดีดังกล่าวนี้เรียบร้อยก่อนจึงจะมาพิจารณาเรื่องการขายหุ้นออกไป” นายอารีพงศ์ กล่าว

           รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า ปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหุ้นในดอนเมืองโทลลเวย์มากกว่า 25% และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้พิจารณาเห็นว่ากระทรวงการคลังควรขายหุ้นในบริษัทดังกล่าวออกไปเพราะไม่ใช่ธุรกิจหลักหรือธุรกิจที่รัฐจำเป็นต้องเข้าไปอุ้มเหมือนในอดีต โดยได้หารือร่วมกับอัยการแล้วและสอบถามว่าการลดการถือหุ้นหรือขายหุ้นทั้งหมดที่คลังถือในดอนเมืองโทลล์เวย์จะมีผลกระทบต่อรูปคดีหรือไม่ ทางอัยการยังเห็นไม่ตรงกัน ส่วนที่หารือระบุว่าไม่มีผลกระทบ ขณะที่มีหนังสือชี้แจงมาว่าอาจมีผลกระทบต่อรูปคดี และเห็นว่ากระทรวงการคลังยังเป็นต้องถือหุ้นในดอนเมืองโทลล์เวย์เพื่อจะได้มีสิทธิมีเสียงในการเรียกตรวจสอบข้อมูลเอกสารต่างๆ

           อย่างไรก็ตามจากความไม่ชัดเจนดังกล่าวทำให้กระทรวงการคลังยังไม่กล้าตัดสินใจใดๆ รวมทั้งการขายหุ้นด้วย เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนรัฐบาล และยังมีปัญหาคาราคาซังของคดีความ จึงรอเสนอเรื่องดังกล่าวให้ รมว.คลังพิจารณาตัดสินใจต่อไป ซึ่งอาจมีผลให้การขายหุ้นเพิ่มทุนของดอนเมืองโทลล์เวย์ได้รับผลกระทบให้ล่าช้าออกไปด้วย

           ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีนโยบายจะลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทเอกชนและในรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีประมาณ 6-7 แห่ง ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่อย่างการบินไทย ปตท. อสมท เป็นต้น โดยเป็นการขายส่วนที่เกินจากมติครม.เท่านั้น ซึ่งจะเป็นการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยไม่ให้กระทบต่อราคาหุ้น โดย สคร.มองว่าไม่น่าจะกระทบต่อดัชนีตลาดหลักทรัพย์โดยรวมแต่อาจจะกระทบในแง่จิตวิทยาทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในองค์กรได้ จึงต้องระมัดระวังและหลังมีรมว.คลังคนใหม่อาจจะต้องนำมาทบทวนใหม่อีกครั้งหนึ่ง