
อนารยะขัดขืนในอังกฤษ (1)
อนารยะขัดขืนในอังกฤษ (1) : นอกบ้านผ่านเมือง โดย บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ชาวเมืองผู้ดีอังกฤษซึ่งยังไม่หายช็อกกับกลียุคที่เกิดขึ้นเมื่อจู่ๆ วัยรุ่นนับพันๆ คนเกิดบ้าคลั่งจนรั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ รวมตัวกันก่อจลาจลทั้งปล้นสะดม วางเพลิง เผาบ้านเผาเมือง จนทำให้กรุงลอนดอนและเมืองใหญ่น้อยอีกหลายเมือง อาทิ เบอร์มิงแฮม แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล และนอตติงแฮม อยู่ในสภาพไร้ขื่อไร้แปถึง 4 คืนก็เริ่มตั้งคำถามและค้นหาสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นแสดงออกถึงอนารยะขัดขืนเช่นนี้
นักประวัติศาสตร์และนักวิพากษ์สังคมในไทยแลนด์แดนแค่นยิ้มหลายคนให้ความเห็นสั้นๆ ว่าเป็นเรื่องของ "เวรกรรมตามทัน" หรือ "กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมได้รับการตอบสนอง"
"กรรมแรก" เป็นผลพวงที่อดีตเจ้าอาณานิคมของดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดินก่อไว้ในยุคล่าเมืองขึ้น เมื่อจำต้องให้สิทธิความเป็นพลเมืองอังกฤษแก่ประชาชนของอดีตประเทศอาณานิคมที่อพยพโยกย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่เมืองแม่ ทำให้ประชากรรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นพวกผิวสีซึ่งยากจน ไร้การศึกษาและตกงาน แถมยังมีความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลว่าไม่เหลียวแลพวกตนให้ดีพอ ถูกกดเหมือนกับพลเมืองชั้นสาม จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งความรู้สึกเก็บกดนี้ก็ระเบิดออกมา
กรรมที่ 2 ก็คือกรรมที่สนับสนุนให้กลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลที่ประเทศตะวันตกหมายหัวเพราะแข็งข้อไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติ อย่างซีเรีย และลิเบีย ใช้สื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้งอินเทอร์เน็ต ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือปล่อยข่าวลือหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือโหมโฆษณาชวนเชื่อหมายล้มล้างรัฐบาลเหล่านั้น เลยเป็นแบบอย่างให้พลเมืองชั้นสามของอังกฤษเอาอย่างโดยใช้เครือข่ายสังคมเหล่านี้เป็นเครื่องมือชักชวนให้วัยรุ่นใจร้อนหันมาร่วมกันก่อจลาจลเพื่อแก้แค้นสังคมที่ไม่ให้ความเป็นธรรมต่อพวกตน
อย่างไรก็ตาม หญิงชาวโปแลนด์คนหนึ่งซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่ที่แดนผู้ดีอังกฤษเมื่อ 5 เดือนที่แล้วนี่เอง ก่อนที่บ้านของเธอที่อยู่ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอนจะถูกเผาวอด โดยเธอต้องกระโดดหนีตายอย่างทุลักทุเลให้ข้อสรุปที่สั้นแต่กินความทั้งหมดว่า "สังคมอังกฤษกำลังป่วย"
"ฉันเคยคิดว่าลอนดอนเป็นสังคมศิวิไลซ์ มากไปด้วยสุภาพบุรุษสุภาพสตรี แต่ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นไปตามที่ฝัน อังกฤษได้กลายเป็นสังคมที่ป่วยไข้แล้ว ฉันต้องกระโดดหนีจากตึกที่ไฟลุกท่วมเพื่อเอาตัวรอดจากการถูกพวกหัวขโมยทำร้ายและเผาบ้านฉันโดยไม่ยั้งคิดแม้เพียงนิดเดียวว่าใครจะได้รับอันตรายหรือไม่ พวกนั้นคงมีความสุขมากถ้าเห็นฉันตายไปต่อหน้า จริงๆ แล้วพวกเขาเหมือนกับพวกสัตว์มากกว่า เต็มไปด้วยความโลภ เห็นแก่ตัว เป็นพวกสัตว์ที่คิดถึงแต่ตัวเองเท่านั้น"



