ข่าว

รัฐบาลยิ่งลักษณ์“เดินหน้าอย่าลืมมองหลัง”

รัฐบาลยิ่งลักษณ์“เดินหน้าอย่าลืมมองหลัง”

15 ส.ค. 2554

รัฐบาลยิ่งลักษณ์“เดินหน้าอย่าลืมมองหลัง” : ชาวบ้านร้านตลาด โดย ภาณุมาศ ทักษณา

           หลังจากนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรับพระราชทานพระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2554 แล้ว รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ถือได้ว่าเป็นรัฐบาลชุดที่เกือบสมบูรณ์ รอเพียงแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็คงจะเดินหน้าทำงานตามที่ทั้งหาเสียงและแถลงต่อสภาได้ทันที แม้วันนั้นจะยังมาไม่ถึง แต่วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ถูกจ้องมองจากสายตาทั้งของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และชาวบ้านร้านตลาดว่า จะสามารถทำอะไรได้อย่างที่เคยหาเสียงเอาไว้ได้บ้าง

            โดยเฉพาะนโยบายที่โดนใจผู้คน คือ ผู้ใช้แรงงานที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงว่าจะปรับค่าแรงให้เป็น 300 บาท หรือบรรดาผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงว่าจะปรับเงินเดือนแรกเข้าให้เป็นคนละ 1.5 หมื่นบาทนั้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ถูกจับตามองมากที่สุด ยังไม่นับร่วมโครงการต่างๆ อีกเกือบ 20 โครงการ ที่บางโครงการคนส่วนใหญ่ในประเทศต่างตั้งตารอนั่นคือ โครงการเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท โครงการพักชำระหนี้ไม่เกิน 5 แสนบาทเป็นเวลา 3 ปี โครงการบัตรเครดิตชาวนาที่ผู้ประกอบอาชีพดังกล่าวไม่เคยคาดคิดว่าจะมีโอกาสถือเหมือนคนทำงานกินเงินเดือน

            แล้วไหนจะโครงการใหญ่ๆ ที่หากทำได้จริงย่อมนำความเจริญก้าวหน้ามาให้ประเทศชาติอย่างน่าภาคภูมิ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟฟ้าในเมือง 10 สาย โครงการขยายเส้นทางแอร์พอร์ตลิงค์ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ ที่ล้วนต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาลทั้งสิ้น ผมไม่ปฏิเสธโครงการที่จะนำความเจริญมายังประเทศของรัฐบาลชุดนี้ หากแนวความคิดต่างๆ อยู่บนฐานของความเป็นจริงและเหมาะสม นั่นคือ ประเทศของเรามีความพร้อมทั้งในด้านเงินที่จะลงทุน หรือไม่มีปัญหาเรื้อรังบางปัญหาที่อาจเป็นอุปสรรคสำหรับบางโครงการในอนาคต ผมจึงขอเตือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่า เมื่อจะเดินไปข้างหน้าแล้ว อย่าลืมเหลียวมองมาข้างหลังด้วย

            บทเรียนที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับจนทำให้พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้า โดยไม่มองกลับมาดูความเป็นจริงที่อยู่ข้างหลัง เหมือนกับจะลืมว่า หน้าที่ของรัฐบาล มิได้มีเพียงต้องสร้างความเจริญให้แก่ประเทศชาติเท่านั้น แต่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาให้แก่ชาวบ้านพร้อมกันไปด้วย ปัญหาพื้นฐานของสังคมไทย นอกจากปัญหาเดิมๆ คือสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพงและโจรผู้ร้ายชุกชุมแล้ว 3-4 ปีมานี้ ปัญหาน้ำท่วมครึ่งค่อนประเทศกลายเป็นปัญหาใหญ่ของชาติไปแล้ว

            แต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่เคยใส่ใจในปัญหาเรื้อรังที่สร้างความทุกข์กายทุกข์ใจให้แก่ชาวบ้านนั้นเลย น้ำยังคงท่วมซ้ำซากตรงนั้นตรงนี้ โดยรัฐบาลไม่มีแผนงานที่เป็นระบบในการแก้ปัญหา นอกจากจัดสรรงบประมาณเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกปี หรือจัดงบประมาณซ่อมแซมถนนหนทาง หรือบ้านเรือนให้แก่ชาวบ้านหลังจากน้ำลดลงเป็นปกติแล้ว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านต้องการครับ คนที่ถูกน้ำท่วมเขาต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงๆ จังๆ หรืออย่างน้อยก็ให้บรรเทาเบาบางลงกว่าเดิมครับ แต่รัฐบาลประชาธิปัตย์อ้างว่า เมื่อฝนตกก็ต้องมีน้ำท่วม เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ ทั้งๆ ที่หากวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงแล้วอาจมีปัจจัยอื่นที่ทำให้น้ำท่วมได้เช่นกัน

            ผมจึงฝากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่า ก่อนเดินหน้าไปสู่โครงการใหญ่ๆ ขอให้หันมาศึกษาปัญหาน้ำท่วม (อนาคตอาจมีภัยแล้ง) อย่างเป็นระบบเสียแต่ตอนนี้เลยได้ไหมครับ หากแก้ปัญหาน้ำท่วมที่คาใจชาวบ้านให้ลุล่วงได้แล้ว คิดจะทำอย่างอื่น ผมเชื่อว่าคงไม่มีเสียงคัดค้านหรอกครับ