
ที่ดิน-ธุรกิจนายฮ้อยปมดับ'เจ๊กหลี'
ที่ดิน-ธุรกิจนายฮ้อย ปมดับ 'เจ๊กหลี' : ตะลุยข่าว โดย สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี
คดีคนร้ายยิงเสี่ยพันล้านเมืองชัยภูมิ "เจ๊กหลี" นายจรูญ เอกะกุล วัย 75 ปี ผู้กว้างขวางที่ชาวชัยภูมิรู้จักกันดี เขาเป็นราชาที่ดินนับหมื่นไร่ในเขต อ.คอนสวรรค์ และ อ.แก้งคร้อ นักธุรกิจค้าโคกระบือค่านับพันล้าน มาจบชีวิตในรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียน กท 4325 ขอนแก่น ขณะนั่งคู่ไปกับลูกน้องคนสนิท นายวินัย หรือ เสือ แก้วสำราญ อายุ 30 ปี ที่แกล้งทำเป็นตายเลยรอดมาได้ เหตุเกิดระหว่างทางเข้าหมู่บ้านนาโจด หมู่ 6 ต.ศรีสำราญ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ผู้คนที่รู้จัก "เสี่ยหลี" ต่างวิพากษ์วิจารณ์สงสัยว่าเป็นฝีมือของคนกลุ่มใด เหตุใดจึงอุกอาจสังหารคนดังอย่างเสี่ยหลี!!
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เป็นยุคเฟื่องฟูของเสี่ยคนดัง ผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่ตนเองจนคนแทบทั้งจังหวัดต่างต้องรู้จักเขา ผู้พลิกชีวิตจากนักค้าของเก่ามาจับงานเลี้ยงกระบือในพื้นที่จำนวนมากนับพันตัว และเป็นผู้ที่นำพาฝูงกระบือขนาดใหญ่ ปล่อยเดินเลี้ยงไปทั่ว อ.คอนสวรค์ และเขตรอยต่อ อ.แก้งคร้อ ช่องสามหมอ ปัจจุบันคาดว่ามีฝูงกระบือเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 5,000 ตัว
ต่อมาเขาเริ่มมาจับธุรกิจค้าที่ดินจนมีที่ดินในละแวก 2 อำเภอนับหมื่นไร่ ซึ่งที่ดินจำนวนมหาศาลเหล่านี้ บางพื้นที่เกิดปัญหาทับซ้อนพิพาทถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องกัน ทั้งกับคนในพื้นที่และหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากบางพื้นที่ถูกหาว่ารุกป่าสงวน ไม่เว้นในเขตที่ตั้งสถานีตำรวจย่อย สภ.ช่องสามหมอ อ.คอนสวรรค์เอง ก็เป็นที่ดินของเสี่ยหลี ซึ่งมีกรณีพิพาทกับกรมป่าไม้ แต่เสี่ยหลียังอ้างสิทธิครอบครอง เรื่องนี้อยู่ระหว่างการฟ้องร้องขอความเป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีเหตุบาดหมางกับคนหลายกลุ่ม
หากวิเคราะห์ว่า เป้าสังหารของมือปืนรายนี้เป็นใครกันแน่ ระหว่าง "เสี่ยหลี" และ"นายเสือ" ที่เป็นลูกน้องคนสนิท ประวัติก็ไม่ธรรมดา เพิ่งมีคดีพยายามฆ่ากับคู่กรณีในหมู่บ้านนาโจดเมื่อปีที่แล้ว ประจวบเหมาะกับวันที่ถูกยิง เสี่ยหลีเดินทางไปประกันตัวนายเสือที่โรงพัก ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางกลับแต่ไปแวะดูธุรกิจเลี้ยงกระบือ กระทั่งถูกคนร้ายทำทีโบกให้รถหยุดชะลอเพื่อให้คนข้ามและฉวยโอกาสกระหน่ำยิง
ปมสังหารที่เป้าอาจเป็น "นายเสือ" จึงยังไม่สามารถตัดทิ้งได้เช่นกัน!!
แต่ นายเสือ มองว่า เป้าสังหารน่าจะอยู่ที่ "นาย" มากกว่า เพราะอยู่ในเหตุการณ์เห็นคนร้ายและจำหน้าได้อย่างชัดเจน 1 คน โดยวันเกิดเหตุระหว่างขับรถถึงทางโค้งเข้าหมู่บ้าน ก็มีคนทำทีเหมือนจะเดินข้ามถนนและโบกให้ชะลอ ก่อนที่คนร้ายรายนี้จะชักปืนออกมาจากด้านหลังกระหน่ำยิงใส่เสี่ยหลีคนเดียวทันทีจนเสียชีวิต และยังยิงซ้ำอีกหลายนัดจนมั่นใจว่าเสียชีวิต จากนั้นจึงหันปากกระบอกปืนมายิงใส่เพื่อฆ่าปิดปาก จึงได้ปรับเบาะล้มไปด้านหลังเพื่อหลบและแกล้งตายจึงรอดมาได้ คนร้ายคิดว่าเสียชีวิตทั้งหมดจึงได้ขับรถหนีไป
"หากคนร้ายหมายสังหารผม น่าจะสบโอกาสตั้งนานแล้ว เพราะวันก่อนเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไปที่โรงพักช่องสามหมอเพื่อรอนายมาประกันตัว หากจะยิงทิ้งก็ทำได้ตลอดทาง เชื่อว่าน่าจะตั้งใจมาสังหารนายมากกว่า ส่วนคนร้ายจำหน้าได้เพียงคนเดียว รูปพรรณไม่ใช่คนในท้องถิ่น ผิวขาว ทรงผมบ๊อบเหมือนวัยรุ่นย้อมเป็นสีออกทองๆ หน้าตาค่อนข้างดี คิดว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะมีการลงขันกัน เพื่อจ้างมือปืนจากต่างถิ่นมายิง" นายเสือกล่าว
พ.ต.ท.อรรถพล สิงหปุรางกูล พนักงานสอบสวน สภ.ช่องสามหมอ เจ้าของคดี บอกว่า ค่อนข้างให้น้ำหนักไปที่การมุ่งเป้ามาสังหารเสี่ยหลีมากกว่านายเสือ เพราะเป็นผู้กว้างขวาง อาจจะไปมีเรื่องกับคนในพื้นที่หลายราย ทั้งเรื่องค้าโคกระบือจำนวนมาก เดิมมีปัญหาเรื่องเข้าไปกินข้าว นาข้าวเสียหายเคยมีเรื่องในหลายพื้นที่ ส่วนรูปคดีขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปความคืบหน้าอะไรได้ โดยตำรวจภูธรภาค 3 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 (ผบก.สส.ภ.3) ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ และเป็นหัวหน้าชุดติดตามคดีนี้ด้วยตนเอง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ชุดสืบสวนสอบสวนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วคือ นายวิเศษ รีทุมมา หรือเสี่ยบูลย์ อายุ 38 ปี เบื้องต้นเชื่อว่าผู้ต้องหามีความขัดแย้งกับเจ๊กหลี เรื่องการขัดผลประโยชน์ในพื้นที่ โดยผู้ตายได้ปล่อยควายเข้าไปกินพืชผลทางการเกษตรของผู้ต้องหารายนี้จนได้รับความเสียหายบ่อยครั้ง เป็นเหตุให้มีการวางแผนลอบยิงครั้งนี้ขึ้น และถือเป็นการปิดตำนานชีวิตโลดโผนมากว่า 40ปี ของ "เจ๊กหลี" เสี่ยใหญ่คนดังในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ !!



