ข่าว

ฆ่าพระ...ชิงทรัพย์ใช้หนี้'ยาบ้า'

ฆ่าพระ...ชิงทรัพย์ใช้หนี้'ยาบ้า'

15 ส.ค. 2554

ฆ่าพระ...ชิงทรัพย์ใช้หนี้'ยาบ้า' : ตะลุยข่าว โดย สุชาติ สูงเรือง

          เลือดสีแดงฉานไหลนองบนพื้นกุฏิตัดกับผ้าเหลืองที่ห่อหุ้มร่างกายนอนแน่นิ่งของ "หลวงตาสุข" หรือ พระครูรัตนเหมคุณ พระเกจิดังชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดอำนาจเจริญ วัย 78 ปี ซึ่งจำพรรษาอยู่ในวัดเหล่าแก้ว หมู่บ้านหนองแดง หมู่ 4 ต.โคกกลาง อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ

           หัวกะโหลกยุบ-แขนข้างซ้ายหัก...บาดแผลฉกรรจ์ที่ปรากฏบนศีรษะของพระเกจิชื่อดัง สร้างความตกตะลึงให้แก่ญาติโยมที่เข้าไปพบ ต่างตะโกนสุดเสียงให้คนอยู่ใกล้เข้ามาช่วยเหลือ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของ "หลวงตาสุข" เท่านั้น ที่เป็นสัญญาณเดียวที่บ่งบอกให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่!!

            เมื่อญาติโยมทุกคนรวบรวมสติได้ จึงโทรศัพท์เรียกรถกู้ชีพกู้ภัยนำร่างหลวงตาส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน แต่ทว่าอาการสาหัสมาก แพทย์ต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ราว 5 ทุ่มคืนวันที่ 30 กรกฎาคม หลวงตาก็มรณภาพ นำความโศกเศร้าเสียใจแก่เหล่าพุทธบริษัทเป็นอย่างมาก

           เหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับ "หลวงตาสุข" สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะลงมือก่อเหตุช่วงหัวค่ำวันที่ 30 กรกฎาคม เนื่องจากบ่ายสามโมงวันเดียวกัน หลวงตาเพิ่งโทรศัพท์แจ้งคนขับรถ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดให้เตรียมสัมภาระส่วนตัวจะเดินทางไปบ้านเกิดที่ จ.ราชบุรี เพื่อเคารพศพญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เสียชีวิต พร้อมกับนำเงิน 5,000 บาท ที่ลูกหลานจากราชบุรีโอนมาให้เป็นค่าเดินทางมานับเก็บไว้กับตัว แต่หลังเกิดเหตุเงินทั้งหมดหายไปพร้อมโทรศัพท์มือถือและบัตรเอทีเอ็ม

           คดีฆาตกรรมพระเกจิชื่อดัง ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนและลูกศิษย์ลูกหาของหลวงตาอย่างมาก นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้สั่งกำชับตำรวจให้เร่งรัดติดตามตัวคนร้ายใจทมิฬมาดำเนินคดีให้ได้

           ทีมสืบสวนในพื้นที่ต่างถูกระดมมาสืบสวนคลี่คลายคดีนี้  พ.ต.อ.มานิตย์ เชื้อวิวัฒน์ ผกก.สภ.ลืออำนาจ  พ.ต.ท.เทวราช เอื้อวงษ์ประเสริฐ รอง ผกก.(สส.) และ ร.ต.ท.ศตวรรษ ศุภสร ร้อยเวรเจ้าของคดี ทำงานสอดประสานกับตำรวจสายสืบทั้งในและนอกเครื่องแบบ โดยพุ่งเป้าคนร้ายไปที่วัยรุ่นในพื้นที่ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือคดีเกี่ยวกับทรัพย์

           "คนร้ายรายนี้ประสงค์ต่อทรัพย์เพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งของอย่างอื่นนอกจากมือถือ โดยเฉพาะเครื่องรางของขลังขึ้นชื่อไม่แตะแม้แต่ชิ้นเดียว เชื่อว่าคนร้ายน่าจะอยู่ไม่ไกลจากชุมชน" พ.ต.อ.มานิตย์ตั้งข้อสังเกต

            แนวทางในการสืบหาตัวคนร้ายจึงกระชับอยู่ที่วัยรุ่นในพื้นที่หรือใกล้เคียง ตำรวจส่วนหนึ่งเข้าหาข่าวในกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ บางส่วนก็หาข่าวในหมู่บ้าน ส่วนอีกชุดหนึ่งหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าติดตามพฤติกรรมคนมาทำธุรกรรมทางการเงินที่ตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง นำรายละเอียดผู้ใช้บริการในห้วงหลังเกิดเหตุมาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลหาตัวผู้ต้องสงสัย

           จนกระทั่งเข้าสู่วันที่หกของการแกะรอยติดตามคนร้าย พบว่า นายเสน่ห์ เรืองวงศ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 9 บ้านหนองกะเลา ต.โคกกลาง ห่างจากวัดที่เกิดเหตุประมาณ 3 กม. มีพฤติการณ์น่าสงสัยที่สุด เพราะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง แต่กลับมาใช้บริการตู้เอทีเอ็มบ่อยครั้งหลังเกิดเหตุ ตำรวจจึงขอความร่วมมือนำตัวมาสอบปากคำในวันที่ 5 สิงหาคม เมื่อ นายเสน่ห์ รู้ว่าตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าหลวงตาสุข ถึงกับหน้าซีด และยอมรับสารภาพในที่สุด

           นายเสน่ห์รับสารภาพว่า เป็นหนี้ค่ายาบ้าประมาณ 1 แสนบาทกับนายทุนรายหนึ่ง ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และถึงครบกำหนดขีดเส้นตายให้จ่ายก่อน 2 หมื่นภายในวันที่ 30 กรกฎาคม หากไม่ได้เงินจะเอาชีวิตแทน แต่สามารถหามาได้เพียง 1 หมื่นบาท ยังขาดอีก 1 หมื่นบาท จึงมองหาเหยื่อที่พอจะมีเงินมากขนาดนั้น จนกระทั่งทราบว่าหลวงตาเพิ่งไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มมาเก็บไว้จำนวนหนึ่ง

           "ผมถือเหล็กแป๊บเดินย่องเข้าไปยืนใกล้ๆ พระครู แต่ท่านเห็นก่อน แต่ไม่ทันตั้งตัว ผมจึงใช้เหล็กตีศรีษะทันที เพียงแค่ครั้งเดียวท่านก็ล้มลง ต่อจากนั้นก็ตีซ้ำ แต่ท่านได้ยกแขนซ้ายขึ้นปัดป้องจึงถูกตีจนกระดูกหัก ก่อนจะตีซ้ำอีกเพื่อปิดปาก แล้วค้นหาเงินแต่ไม่ถึง 1 หมื่นบาท จึงนำบัตรเอทีเอ็มที่ได้ไปทดลองกดสุ่มเพื่อเจอรหัสที่ถูกต้อง ไม่นึกว่าบัตรเอทีเอ็มจะทำให้ตำรวจได้เบาะแสมาจับกุม ผมสำนึกผิดครับ ทำไปเพราะกลัวถูกนายทุนยาบ้าฆ่าทิ้ง" นายเสน่ห์ให้การรับสารภาพด้วยสีหน้าสลด

           พ.ต.อ.มานิตย์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาเป็นทาสยานรก ให้ปากคำซัดทอดเพื่อนร่วมแก๊งอีกหลายคน แม้จะไม่ได้ก่อเหตุร่วม แต่ตำรวจจะติดตามดำเนินคดีในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด สืบเนื่องจากเหตุฆาตกรรมครั้งนี้ คนร้ายถูกกลุ่มพ่อค้ายาบ้ากดดันเมื่อการขายยาเงินได้ไม่เข้าเป้า ขณะนี้การขายยาเสพติดมีหลายรูปแบบ มีทั้งผ่อนส่งรายวัน และค้างกันงวดต่องวด ตำรวจต้องเข้มงวดมากกว่าทุกวันนี้