
ผบช.น.ขอ1สัปดาห์สรุปทิศทางคดีลอบสังหาร"สนธิ"
ผบช.น.ขอเวลา 1 สัปดาห์ สรุปทิศทางการยิงของคนร้ายในคดีลอบสังหาร "สนธิ" พร้อมตั้งจุดตรวจค้นทั่วกทม.รักษาความปลอดภัย สถานที่ราชการ บ้านบุคคลสำคัญ "นายกฯ"ปัดยังไม่ได้รับรายงานตร.ประกาศ 7 วันได้ข่าวดีล่ามือปืนลอบยิงสนธิ พร้อมระบุอนาคตอาจต้องมีการจัดระเบียบอ
วันที่ 26 เมษายน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. เข้าตรวจความพร้อมการตั้งจุดตรวจค้นของ บช.น. ซึ่งแบ่งเป็นจุดตรวจด้านความมั่นคง ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร รวม 40 จุด และจุดตรวจค้นพิเศษ ทุกพื้นที่ ของ 88 สถานีตำรวจนครบาล เพื่อเฝ้าระวังสถานที่ราชการ , บ้านพักบุคคลสำคัญ และเส้นทางที่ล่อแหลมต่อการเกิดเหตุอาชญกรรม โดยการตั้งจุดตรวจ ของ บช.น.ได้นำเทคโนโลยีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ผ่านทางระบบโทรศัพท์มือถือ ด้วยการพิมพ์เลข 13 หลักของบัตรประจำตัวประชาชน เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) มาใช้ด้วย
พล.ต.ท.วรพงษ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนคลี่คลายคดีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้ง นสพ.ผู้จัดการ ASTV และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า ขณะนี้การสืบสวนมีความคืบหน้าไปมากพอสมควรแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากเกรงจะกระทบต่อรูปคดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ขอเวลาอีก 1 สัปดาห์ ในการสรุปวิถีกระสุนและทิศทางการยิงของคนร้าย
ด้าน พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน ( ผบก.พฐ.) เปิดเผยว่าขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิธีกระสุน เข้าตรวจหาวิถีกระสุนภายในรถโดยสารประจำทาง ขสมก. สาย 53 ซึ่งขณะเกิดเหตุวิ่งสวนกับรถของนายสนธิ เบื้องต้นพบรอยกระสุนปืนอาก้า บริเวณกระจกด้านหน้า และกระจกข้างคนขับ รวม 2 จุด คาดว่ากระสุนมาจากด้านขวา เข้าทางกระจกข้างไปทะลุกระจกด้านหน้า ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้ไปประมวลกับผลการตรวจสอบรถยนต์ของนายสนธิ และรถโดยสารประจำทางสาย 30 ที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน คาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์ จะสามารถสรุปทิศทางการยิงได้
"นายกฯ"ปัดไม่ได้รับรายงานตรระบุ7วันมีข่าวดี
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ระบุว่าการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาในคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะมีข่าวดีภายใน 7 วัน ว่า ตนยังไม่ได้คุยกับพล.ต.ท.อัศวิน แต่ท่านต้องมีเหตุผลที่ประกาศไปเช่นนั้น
เมื่อถามถึงการตรวจพบอาวุธสงครามหลายจุดทั้งในกรุงเทพฯและศรีสะเกษ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ควรมองข้าม และเป็นสิ่งที่บ่งบอกด้วยว่าในอนาคตปัญหาเรื่องอาวุธสงครามต้องมีการจัดระบบกันใหม่ แม้กระทั่งการใช้อาวุธต่างๆ เพราะถ้าปล่อยให้อาวุธต่างๆไปอยู่ในมือของคนในง่าย จะมีความเสี่ยงอยู่ตลอดในเรื่องของความรุนแรง เมื่อถามต่อว่าเรื่องนี้สอดคล้องกับการที่นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่ม นปช. เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่าจะมีการใช้อาวุธร้ายแรงมาโจมตีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ไปสรุปเช่นนั้น



