ล่ามือยิงนักธุรกิจอสังหาฯรายใหญ่หัวหิน
ระดมทีมไล่ล่ามือปืนบุกยิงเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรรายใหญ่ของอำเภอหัวหิน ล่าสุดสั่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนเพชรเกษมและสถานที่ใกล้เคียง ตรวจสอบประวัติ ธุรกิจของผู้ตายทุกชนิด พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 50,000 บาท ให้แก่ผู้ชี้เบาะแสไปสู่ตัวคนร้าย
ความคืบหน้า กรณีคนร้ายบุกกระหน่ำยิง นางสาวเพชรรัตน์ ชื่อเล่น หญิง สุดเสนาะ อายุ 42 ปี เจ้าของธุรกิจบ้านจัดสรร และอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของอำเภอหัวหิน ที่บริเวณหน้าสำนักงานขายโครงการบ้านจัดสรร เดอะแกรนด์ ไดม่อน เลขที่ 27/88 ถนนเพชรเกษม ตรงข้ามโรงพยาบาลหัวหิน อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสียชีวิตข้างรถมินิคูเปอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน วพ 3388 กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 13 ส.ค.54
พลตำรวจตรีวิเชียร ตันตะวิริยะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกประชุมตำรวจฝีมือดีในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งหมด อาทิ ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ,หน่วยปฏิบัติการพิเศษ, ผู้กำกับการ สภ.ปราณบุรี , สภ.หนองพลับ , สภ.ปากน้ำปราณ และ ตำรวจภูธรหัวหิน เพื่อเร่งคลี่คลายคดีดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญที่กระทบความรู้สึกประชาชน ในการที่คนร้ายกระหน่ำยิงเหยื่อที่เป็นหญิงอย่างอุกอาด โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อคลี่คลายคดีนี้ ซึ่งจะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในส่วนของ สภ.หัวหิน และไกล้เคียง ประสานงานสืบสวนสอบสวน หาข่าว พยานแวดล้อม รวมทั้งการสืบหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
พลตำรวจตรีวิเชียร กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพวงจรปิดที่ทางบริษัทฯที่เกิดเหตุ บันทึกไว้ ทราบว่าคนร้ายเป็นชายสวมหมวกแก็บ ลักษณะผอม สูงโปร่ง สวมเสื้อยืดแขนสั้น รองเท้าผ้าใบ เมื่อก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปด้วยรถจักรยานยนต์สีขาว ที่จอดซุ่มอยู่ ส่วนใบหน้านั้น ไม่ชัดเจน เนื่องจากคนร้ายหันหลังให้กล้อง และกล้องก็ไม่ชัดเพียงพอที่จะเห็นรายละเอียด
จากการสังเกตุพฤติกรรมของคนร้าย ทำให้สันนิษฐานได้ว่า คนร้ายมีความชำนาญในการใช้อาวุธ อาจจะรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกับผู้ตาย และอาจจะติดตามผู้ตายมาระยะหนึ่งแล้ว จนกระทั่งเมื่อเห็นจังหวะที่ผู้ตายออกจากสำนักงาน กำลังจะขึ้นรถยนต์ ก็เป็นจังหวะเหมาะให้คนร้ายก่อเหตุ ส่วนประเด็นการสังหาร ตำรวจให้น้ำหนักเรื่อง ความขัดแย้งทางธุรกิจ แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องส่วนตัวออกไป
ทั้งนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวน เข้าไปตรวจสอบหาพยานหลักฐานเพิ่ม ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง เช่น ปั้มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาลหัวหิน รวมทั้งจะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนเพชรเกษม ที่อาจจะสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ สำหรับคดีนี้ยังให้ความสำคัญกับการหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ด้วย การหาหลักฐาน จาก ลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุ หรือก้นบุหรี่ที่คนร้ายอาจจะทิ้งร่องรอยไว้ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบกันด้วย
พร้อมกันนี้จะมีการตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกิจของผู้ตายทุกชนิด ทุกโครงการทั้งในอดีตและปัจจุบัน โครงการไหน มีความขัดแย้ง หรือมีเรื่องวิวาทกับใครหรือไม่ ซึ่งจะต้องเชิญหุ้นส่วนและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนโดยละเอียด รวมทั้งการหาข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ประวัติส่วนตัว และทรัพย์สินของผู้ตาย เป็นต้น ทั้งนี้คณะทำงานทุกฝ่ายจะต้องมีการรายงานความคืบหน้าให้ทราบทุกวัน และจะต้องเร่งคลี่คลายคดี หาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ยังได้มีการตั้งรางวัลนำจับ จำนวน 50,000 บาท ให้กับบุคคลที่แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมคนร้าย



