ข่าว

ตร.รถไฟตั้งรับแก๊งขนยาค้าของเถื่อน

ตร.รถไฟตั้งรับแก๊งขนยาค้าของเถื่อน

14 ส.ค. 2554

"รถไฟ"ขนยา..ล่าของเถื่อน กับมือปราบ "กฤศ โบสุวรรณ" : สัมภาษณ์พิเศษ พ.ต.อ.กฤศ โบสุวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจรถไฟ โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ

          "...ตำรวจรถไฟหาดใหญ่ ยึดยาบ้าลอตใหญ่กว่า 6 หมื่นเม็ด ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสองใบ วางไว้บนชั้นเก็บสัมภาระของขบวนรถไฟที่มากับรถด่วนกรุงเทพ-สุไหงโก-ลก ขณะเข้าเทียบชานชาลาสถานีรถไฟหาดใหญ่ ตำรวจเชื่อว่ายาบ้าที่พบเป็นของสองนักค้ายาบ้าที่ถูกตำรวจรถไฟหัวหินจับกุมได้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมยึดยาบ้า 41,954 เม็ด รวม 101,721 เม็ด..." 

 นับเป็นข่าวการจับกุมยาบ้าลอตใหญ่ที่พบในบนขบวนรถไฟ เป็นไปได้หรือไม่ว่า "แก๊งค้ายาเสพติด" เริ่มมองเห็นช่องทางใหม่ของการขนส่งสินค้าเถื่อน..แม้ว่า "รถไฟ" จะวิ่งช้าๆ แต่ "ของ(เถื่อน)" ถึงเป้าหมายชัวร์ๆ!!.. พ.ต.อ.กฤศ โบสุวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจรถไฟ จะตั้งรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นนี้อย่างไร?

 -ขบวนรถไฟถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดมานานหรือยัง

           ก็จับกุมได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแก๊งค้ายาเสพติดจะแฝงมาปะปนมากับผู้โดยสาร แต่มักแสดงพิรุธมีพฤติกรรมผิดแปลกจากผู้โดยสารทั่วๆ ไป โดยจะเลือกนั่งอีกมุมหนึ่ง แต่วางสัมภาระไว้อีกที่หนึ่ง แต่จะคอยสังเกตหรือหมั่นเดินดูสัมภาระที่ซุกซ่อนยาเสพติดมาด้วย อย่างรายล่าสุดที่จับยาเสพติด ประเภทยาบ้าได้กว่าแสนเม็ดนั้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟเห็นท่าทีผิดปกติ คนร้ายมีอาการมึนๆ สะลึมสะลือ ถามตอบอะไรก็อึกๆ อักๆ พอขอดูของก็พบยาบ้า แล้วก็มาขยายผลจับกุมได้อีก ทั้งนี้การจับกุมคนร้ายที่ลักลอบขนยาเสพติดจะต้องใช้การสังเกต บางคนแต่งตัวซอมซ่อ แต่ซื้อตั๋วรถไฟที่เป็นตู้นอนหรือรถไฟด่วน ซึ่งการพบบุคคลต้องสงสัยเหล่านี้ ก็จะเข้าไปตรวจสอบและพบว่าเป็นคนร้ายที่รับจ้างขนยาเสพติด ซึ่งยาเสพติดที่จับกุมได้บ่อยๆ คือ ยาบ้า ใบกระท่อม และยาแก้ไอ เป็นต้น

 -แต่เดิมรถไฟจะถูกใช้ขนสินค้าหนีภาษีมากกว่า

           การขนส่งสินค้าหนีภาษีส่วนใหญ่จะเป็นบุหรี่ สุรา และไวน์ มีการลักลอบขนขึ้นมาจากทางภาคใต้ ด้วยการแอบแฝงมาในรูปแบบของผู้โดยสารมาลงที่กรุงเทพฯบ้าง กลางทางบ้าง กลุ่มคนที่ขนของหนีภาษีหรือของเถื่อนนั้นมักจะเป็นพวกพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยมากกว่า จะอาศัยการขนทีละเล็กน้อย แต่มีหลายคน 40-50 คน ช่วยกันซุกสินค้าหนีภาษีหรือของเถือนไว้ตามกระเป๋าอย่างละเล็กละน้อย ไม่ใช่จำนวนที่เยอะ จะเรียกกันว่า "กองทัพมด" ช่วยกันขนคนละลังสองลัง เพราะถ้าขนเยอะกว่านี้เขาอาจจะเลือกใช้วิธีทางอื่นที่ขนได้ง่ายกว่า แต่พวกนี้เขาจะขนกันทุกวัน เพราะรถไฟมีทุกวัน อาศัยลักลอบขนสินค้าด้วยขบวนรถไฟฟรีและและขบวนรถไฟที่เสียเงิน บางครั้งก็จับกุมได้ยาก เพราะพวกนี้จะทำตัวกลมกลืนกับผู้โดยสาร

 -ภาพรวมของอาชญากรรมบนรถไฟ

           ตำรวจรถไฟนั้น มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบนขบวนโดยสารของรถไฟ และมีหน้าที่ดูแลในเขตพื้นที่ของเขตรถไฟ รวมทั้งคอยดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว พื้นที่รับผิดชอบของ บก.รฟ.นั้น เป็นพื้นที่กระจายและพื้นที่เปิด ไม่สามารถควบคุมบุคคลเข้าออกได้ อีกทั้งมีผู้โดยสารมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ประมาณ 30-40 ล้านคนต่อปี เมื่อมีการกระทำผิดผู้เสียหายมักจะไม่สามารถระบุว่าใครเป็นคนร้าย ทำให้ยากแก่การจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

           โดยเฉพาะการโจรกรรมทรัพย์สินบนขบวนรถไฟ มักจะเป็นปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นตอนผู้โดยสารนอนหลับ หรือเผลอวางสัมภาระไว้โดยไม่ทันระมัดระวังตัว ซึ่ง "ของหาย" ที่เกิดจากการลักทรัพย์บนขบวนรถไฟและในพื้นที่สถานีรถไฟ มักจะเป็นโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ ที่คนร้ายมักแฝงตัวเป็นผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม ตำรวจรถไฟพยายามกวดขันจับกุมทั้งเรื่องการลักลอบขนยาเสพติด และการลักลอบขนของหนีภาษีในเรื่องนี้อย่างเข้มงวด

 -หากพบคนร้ายก่อเหตุบนรถไฟ จับกุมยากกว่าพื้นที่ทั่วไปหรือไม่

           ถ้ารู้ตัวคนร้ายขณะอยู่บนขบวนรถไฟก็ง่าย เพราะคนร้ายยังไม่ได้ลงไปจากรถไฟ แต่ถ้ารู้ว่าของหายปลายทางอันนี้ยาก เพราะคนร้ายอาจจะหยิบไปตอนหลับ แต่ถ้าผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกขโมยของไปก็ต้องรีบมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ เพื่อรีบทำการตรวจค้น แต่ส่วนใหญ่เหยื่อจะรู้ตัวเมื่อถึงปลายทางแล้ว

 -มีการตรวจค้นขบวนรถไฟที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพิเศษหรือไม่

           ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.รฟ.หาดใหญ่ กก.3บก.รฟ เพราะเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดและสร้างเหตุความไม่สงบต่างๆ ทำให้งานของตำรวจรถไฟที่นี่ต้องหนักกว่าในพื้นที่อื่น เพราะนอกจากจะต้องมีการตรวจค้นบนรถไฟที่เป็นปกติแล้ว ยังต้องมีการจัดชุดปฏิบัติการสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ รวมทั้งดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนที่โดยสารรถไฟที่เป็นจุดล่อแหลม และต้องคอยสังเกตตามสถานีว่ามีอะไรที่ผิดปกติบ้างหรือไม่ และอาศัยการเข้าไปลงชุมชนสร้างความเข้าใจที่ดี เวลาเกิดเหตุอะไร หรือพบสิ่งที่ต้องสงสัย ชาวบ้านจะได้ช่วยแจ้งเราได้

 -ตำรวจรถไฟในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำงานในพื้นที่เสี่ยง

           ก็ต้องมีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอยู่เสมอ เพราะหากมีเหตุเกิดวางระเบิดจะป้องกันฝูงชนอย่างไร คือต้องมีความพร้อมต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ลำพังตำรวจรถไฟมีน้อย ต้องทำงานประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และกำลังจากทหารมาช่วยบูรณาการร่วมกัน

 -หากมีคนร้ายมาข่มขู่ว่าจะวางระเบิดรถไฟ

           หากเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ เรามีการเตรียมพร้อม ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เรื่องระเบิดมาตรวจค้น หยุดรถเพื่อทำการตรวจค้นให้ประชาชนลงมาที่สถานี และขึ้นไปตรวจทรัพย์สิน และอันไหนไม่มีเจ้าของและต้องสงสัยว่าจะเป็นระเบิด แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการระเบิดรางรถไฟเสียมากกว่า เพราะว่าคนร้ายมักไม่ได้ประสงค์ให้มีคนบาดเจ็บล้มตาย แต่ระเบิดรางให้รถไฟเดินทางไม่ได้มากกว่า แต่เราก็ไม่ได้ประมาท

 -จัดวางกำลังตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยบนรถไฟ

           ตำรวจรถไฟมีน้อย จะประจำขบวนละ 2 นาย ซึ่งแน่นอนว่าคนไม่เพียงพอ แต่ก็พยายามใช้คนที่เรามีอยู่ให้มีประสิทธิภาพให้เต็มที่ มีการกำชับให้มีการสังเกตคนที่พฤติกรรมผิดปกติ โดยรถไฟไม่เหมือนเครื่องบินที่จะมีการตรวจค้นได้ง่าย เพราะรถไฟมาที 10 ตู้ผู้โดยสารเต็มชานชาลา ฉะนั้นช่วงเวลาและกำลังคนอันจำกัด จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ทุกคน จึงต้องอาศัยการเดินตรวจบนขบวนรถไฟ อย่างคนที่ขึ้นมาวางของไว้อีกที่หนึ่งแต่ไปนั่งอีกที่ ก็ต้องสังเกตให้ดีๆ

 -การเสริมทักษะเขี้ยวเล็บให้ตำรวจรถไฟ

           ตอนนี้ มีการอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนจากทุกกองกำกับการ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ให้มีความรูด้านเทคนิคเกี่ยวกับการจับกุมยาเสพติด โดยเชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มาเป็นวิทยากรและมาสอนเทคนิควิธีการตรวจค้น เพื่อให้มีการจับกุมและตรวจค้นไม่ให้รอดสายตามากขึ้น ซึ่งจะมีการอบรมลักษณะนี้ปีละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ก็ต้องมีการทบทวนยุทธวิธีตำรวจ รวมถึงการเข้าถึงชุมชน ตามโครงการต่างๆ เช่น ครูตำรวจรถไฟ, โครงการป้องกันปราบปรามสืบสวนอาชญากรรม และอีกหลายโครงการที่ให้ตำรวจเข้าหามวลชน แนวนโยบายคือ เน้นป้องกันไม่ให้เหตุเกิด ดีกว่ามีเหตุเกิดแล้วค่อยไปจับ และคิดว่าในอนาคตน่าจะมีการอบรมที่มีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติกันบนรถไฟจริงๆ ด้วย

 -ข้อแนะนำถึงผู้โดยสารรถไฟอย่างปลอดภัย

           เรามีการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นการป้องกันอย่างหนึ่ง คือ ไม่ควรนำทรัพย์สินติดตัวไปเป็นจำนวนมาก หากมีความจำเป็นควรเก็บให้มิดชิด อย่าดื่มหรือรับประทานอาหารจากคนแปลกหน้า เพราะอาจถูกวางยาเพื่อปลดทรัพย์ ก่อนจะนอนควรเก็บทรัพย์สินติดตัวไว้ใกล้ตัว เพื่อป้องกันคนร้ายฉวยโอกาสระหว่างหลับ เป็นต้น

           ที่ผ่านมาเรามีการประชาสัมพันธ์ออกเป็นภาพการ์ตูน สื่อสารเพื่อให้เข้าใจง่ายและระวังตัวเอง และขอให้วางใจว่าตำรวจรถไฟจะคอยอำนวยความสะดวก ป้องกัน และไม่ให้เกิดเหตุกับผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อการโดยสารรถไฟอย่างปลอดภัยและมีความสุขในการเดินทาง ซึ่งการเดินทางโดยรถไฟเป็นเส้นทางที่สะดวกและปลอดภัย แต่อาจจะช้าไปบ้าง!?