
'ปู'รับหารือ'ตู่'ไม่เคาะตัวเลขเยียวยา
"ธิดา" จี้เยียวยาผู้บาดเจ็บล้มตายจากม็อบแดง ส่วนตัวเลข 10 ล้านยังเจรจาได้ ขณะที่ 'ตู่' ลั่นต้องศพละ 10 ล้าน 'ปู' รับหารือ'ตู่' แต่ไม่เคาะตัวเลข
14 ส.ค. นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานนปช. กล่าวถึงการต่อสู้เพื่อประกันตัวผู้ต้องขังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำอีกเกือบ 100 คน ว่า ขณะนี้พวกเราส่วนหนึ่งได้เป็นรัฐบาลและรัฐมนตรี แต่คนที่ต่อสู้ร่วมกันมาอีกจำนวนหนึ่งยังติดอยู่ในคุก และยังมีเพื่อนที่ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอีกจำนวนหนึ่ง ในบทบาทของรัฐบาลต้องทำงานให้ดีที่สุด ขณะที่ภาคประชาชนต้องไม่ทิ้งเพื่อน จะเสวยสุขทั้งๆที่เพื่อนยังติดคุกอยู่ไม่ได้ เรื่องการเยียวยาและการทวงคืนความยุติธรรมจึงต้องเดินหน้าต่อไป คนเสื้อแดงให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จากนั้นค่อยมาทำในสิ่งที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชน นั่นคือการเยียวยาความยุติธรรม
ส่วนกรณีที่แกนนำนปช.เรียกร้องเงินเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตศพละ 10 ล้านบาทนั้น นางธิดา กล่าวว่า เป็นประเด็นที่พูดกันมานาน โดยในช่วงของการหาเสียงพรรคเพื่อไทยก็ได้เปิดประเด็นและพูดเอาไว้เช่นกัน แต่ในเรื่องตัวเลขที่เหมาะสมกับการเยียวยานั้น สามารถปรับลดให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความสูญเสียจริงได้ ซึ่งยังเป็นรายละเอียดที่ต้องนำไปหารือร่วมกันอีกครั้ง
“เราดีใจและยินดีที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้เป็นนายกฯ แต่ไม่สบายใจที่ผู้หญิงอีกหลายคนยังติดอยู่ในคุก และบางคนยอมรับสารภาพเพราะต้องการให้จบๆเรื่องไป หลังจากนี้บทบาทของนปช.จะขับเคลื่อนในเรื่องการทวงคืนความยุติธรรม ทั้งในเรื่องการยื่นประกันตัวและการต่อสู้แก้ข้อกล่าวหาให้กับคนเสื้อแดง โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสมัชชาประชาชน ซึ่งทุกวันนี้พวกเขาต่อสู้เชิงอุดมการณ์มากกว่าผลประโยชน์ ประชาชนมีวินัยมากขึ้นและจดจำคำพูดของแกนนำและนโยบายในการหาเสียงของนักการเมือง ดังนั้นแกนนำหรือนักการเมืองจะพูดแบบส่งเดชไม่ได้ ถึงเวลาเหมาะสมจะมีการติดตามทวงถามการปฏิบัติตามนโยบายที่ประกาศไว้” รักษาการประธานนปช. กล่าว
'ตู่'ทวงสัญญาพท.ต้องเยียวยาศพละ10ล.
นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อ 2-3 วันหลังจากที่ออกจากเรือนจำ ก็ได้คุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องการเยียวยาผู้เสียชีวิตและได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเมื่อเม.ย.-พ.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางพรรคเพื่อไทยเคยคุยกันตั้งแต่หลังการสลายการชุมนุม และตกผลึกในข้อสรุปไว้นานแล้วว่า หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 10 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือประชาชนก็จะได้เหมือนกัน ส่วนผู้บาดเจ็บพิการก็ชดเชยให้ตามสภาพของแต่ละราย
"การคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันนั้นก็เหมือนเป็นบันทึกช่วยจำว่ารัฐบาลมีภาระต้องช่วยในเรื่องนี้ เพราะรัฐบาลนี้มาได้ก็ด้วยความเสียสละและชีวิตของวีรชน" นายจตุพร กล่าว และว่าในวันดังกล่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้คุยกันในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องค่าเยียวยา 10 ล้านบาท เพราะมีเวลาน้อย ได้คุยกันเฉพาะในหลักการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็บอกว่าต้องมาตั้งหลักและพูดคุยเพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งการตัดสินใจเรื่องนี้ก็เป็นอำนาจของรัฐบาล อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้เสร็จเมื่อไร ซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายจตุพร ปฏิเสธว่า การออกมาพูดเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการที่แกนนำเสื้อแดงไม่ได้เป็น รมต. "ไม่เกี่ยวกันเลย ไม่ใช่การต่อรองอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้เราไม่ได้เรียกร้องเพื่อตัวเอง เราไม่ได้มีส่วนได้สักบาท แต่เราเรียกร้องให้กับวีรชนผู้เสียสละ ไม่ใช่ว่าพอได้มาเป็นรัฐบาลแล้วก็เงียบเป็นเป่าสาก เราต้องรักษาคำพูด"
ส่วนที่มีเสียงคัดค้านว่าทำไมจะต้องเอาภาษีประชาชนไปจ่ายให้กับผู้มาชุมนุม ซึ่งบางฝ่ายมองว่าเป็นผู้ทำให้เกิดความรุนแรง นายจตุพร ย้อนถามว่า "ถ้าให้ไปตายเพื่อเอาเงิน 10 ล้าน คนที่ค้านอยู่ตอนนี้จะเอาไหม ถ้าเอาก็ไปตาย ชีวิตคนเราประเมินเป็นราคาไม่ได้ แต่เชื่อว่าถ้าให้เงิน 10 ล้านบาทเพื่อแลกกับชีวิต ก็คงไม่มีใครเอา"
นายจตุพรได้เปรียบเทียบว่าที่ผ่านมารัฐบาลเอาเงินภาษีมาจ่ายให้บีทีเอส 5 ล้านบาทเพื่อให้ทหารใช้เป็นที่ปราบปรามประชาชน ไม่เห็นมีใครออกมาคัดค้าน นอกจากนั้นการเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ พ.ค.2535 รัฐบาลไทยได้จ่ายค่าชดเชยให้ชายชาวนิวซีแลนด์ที่เสียชีวิตในเหตุการดังกล่าวไปถึง 5 แสนล้านดอลล่าร์ คิดเป็นเงินไทยช่วงนั้นก็ประมาณ 20 ล้านบาท (1ดอลล่าร์เท่ากับ 40 บาท)
'ปู'รับหารือ'ตู่'ไม่เคาะตัวเลขเยียวยา
เมื่อเวลา 20.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า "เรามีการหารือกันว่าในหลักการของการเยียวยานั้นเราอยากจะเห็นทั้งในส่วนของภาคประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชนร้านค้าต่างๆ เป็นการพูดภาพรวม แต่ยังไม่ได้กำหนดเป็นนโยบายว่าจะต้องดูแลเยียวยาอย่างไรบ้างจำนวนเท่าไร"
ญาติวีรชนพฤษภาเห็นด้วยต้องเยียวยา
นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า "เห็นด้วยในหลักการว่ารัฐบาลต้องเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมโดยเร็ว โดยปราศจากเงื่อนไข และต้องช่วยอย่างพอเพียงเพื่อไม่ให้เขาเดือดร้อน แต่จะเป็นตัวเลขเท่าไรนั้นผมไม่สามารถบอกได้ เพราะชีวิตคนมีค่ามากกว่าเงินมาก ไม่สามารถคำนวนออกมาเป็นตัวเงินได้"
นายอดุลย์ กล่าวว่า นอกจากการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลควรต้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลืองเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ในช่วงรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ด้วย
"รัฐบาลต้องเยียวยาทุกฝ่าย เพื่อขจัดข้อหาการเลือกปฏิบัติ เพราะทั้ง 2 กรณีเหมือนกันคือเกิดจากการที่ฝ่ายรัฐใช้อำนาจเข้าปราบปราม" เขากล่าว และบอกว่า การช่วยเหลือนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องคดีความที่ต้องดำเนินการต่อไปโดยกระบวนการยุติธรรมนายอดุลย์ กล่าวว่า ในส่วนของญาติวีรชนเดือนพ.ค.35 ไม่ได้มีการเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยา "เราถือว่าชีวิตเรามีค่ามากกว่าเงิน จึงไม่มีการเอาชีวิตคนที่เสียไปมาตีค่าเป็นเงิน" อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาญาติวีรชนได้รับเงินช่วยเหลือเป็นค่าปลงศพ รายละ 1 แสนบาท และต่อมามีการอนุมัติเพิ่มในสมัยรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน และรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อีกรายละ 1 แสน และ 5 แสนตามลำดับ
ประธานคณะกรรมการญาติวีชนฯ กล่าวต่อว่า ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มีการอนุมัติให้ช่วยเหลือเพิ่มเติม แต่เป็นการให้แบบสงเคราะห์โดยอาศัย พรบ.ผู้ประสบภัย ปี2543 ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน คือการจ่ายเงินตามพรบ.นี้บอกให้จ่ายคนที่ทำประโยชน์ให้รัฐ หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่กรณีของพวกเราเสียชีวิตเพราะเจ้าหน้าที่รัฐเป็นคนทำ ตอนหลังทางญาติวีรชนจึงตกลงกันว่าจะไม่ไป แต่ก่อนหน้านั้นมีบางรายที่เข้าใจผิดและไปรับมาก่อน
คอป.เสนอรบ.เยียวยาเหตุชุมนุมมากกว่าสงเคราะห์ตามกม.ปกติ
นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กล่าวถึงการเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมก่อความไม่สงบในปี 2553 ว่า คอป.ประชุมร่วมกันหลายครั้งและเห็นตรงกันว่า ควรมีการชดเชยเยียวยามากกว่าเกณฑ์การชดเชยเยียวยาหรือสงเคราะห์ตามกรอบกฎหมายปกติ จำเป็นต้องมีคณะกรรมการพิเศษขึ้นพิจารณาและงบประมาณพิเศษ หรือเฉพาะกิจเพื่อจ่ายเยียวยาความเสียหาย เนื่องจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นกรณีพิเศษไม่ใช่เหตุปกติทั่วไป จึงคำนึงถึงผลกระทบหลายด้าน การเยียวยาต้องครอบคลุมถึงการเสียโอกาสในชีวิต การเยียวยาให้กับญาติพี่น้องซึ่งรวมถึงการเยียวยาสภาพจิตใจ โดยรายงานฉบับที่ 2 ของคอป.จะเสนอต่อรัฐบาลในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนนี้
สำหรับเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาความเสียหาย ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 กำหนดให้จ่ายเงินค่าตอบแทนค่ารักษาพยาบาลตามความเสียหายจริง เยียวยาการเสียชีวิตตั้งแต่ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 30,000 บาท และเยียวยาความเสียหายอื่นไม่เกิน 30,000 บาท
ปชป.จวกแกนนำคนรักอุดรเตรียมยื่นประกันเสื้อแดงไม่เหมาะ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เตรียมยื่นประกันตัวผู้ต้องหาคนเสื้อแดง 25 คน ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี โดยอ้างว่าได้รับสัญญาณที่ดีจาก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ว่า ทราบว่าพล.ต.อ.ประชาได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่ได้มีแนวคิดดังกล่าว อย่างไรก็ตามคิดว่าหากรัฐบาลจะดำเนินการในเรื่องนี้ก็ไม่เหมาะสม เพราะยังไม่ได้แถลงนโยบายเพิ่งเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ หากมาทำเฉพาะประเด็นดังกล่าวก่อนถือว่าไม่ถูกต้อง
ส่วนกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ชอบแต่จับผิดนั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราจับแต่สิ่งที่ผิดอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องกลัวหรือวิตกกังวล ไม่อยากตอบโต้กันไปมา แต่ขอยืนยันในการทำหน้าที่ตรงนี้ ส่วนการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาลแล้ว ช่วงระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคมนี้พรรคประชาธิปัตย์จะจัดสัมมนาเพื่อหารือและร่วมกันกำหนดทิศทางการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน รวมทั้งเตรียมการจัดตั้งครม.เงาเพื่อตรวจสอบการทำงานรัฐบาล โดยกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะเป็นผู้กำหนดและวางแผนร่วมกัน
เทพไทชี้รมว.ยธ.ไม่มีสิทธิ์ไฟเขียวประกันตัวนปช.
นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงกรณีจะยื่นประกันตัวเสื้อแดงและการอ้างว่ารมว.ยุติธรรมให้ไฟเขียวนั้นว่า ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการให้ประกันหรือไม่ เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในดุลพินิจของศาล รมว.ยุติธรรมก็ไม่มีสิทธิ์ไปกดดันหรือดำเนินการใด ๆ ได้ ไม่อยากจะให้แกนนำเสื้อแดงเหิมเกริมเมื่อรัฐบาลของตัวเองเข้าบริหารประเทศ และจะต้องดำเนินการให้ได้ดั่งใจทุกอย่าง จนทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกว่า คนเสื้อแดงในขณะนี้ใหญ่คับบ้านคับเมือง
ส่วนกรณีที่นางธิดาเรียกร้องให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลาออก เนื่องจากเป็นคู่ขัดแย้งแต่มาทำคดีนปช. นายเทพไท กล่าวว่า นายธาริตเป็นข้าราชการประจำ ที่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล ไม่มีความจำเป็นที่ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ถ้าฝ่ายบริหารเห็นว่านายธาริตอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวแล้ว ไม่มีความเหมาะสมก็เป็นสิทธิ์ของผู้บังคับบัญชาที่จะโยกย้ายได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ใช่ปล่อยให้รักษาการประธานนปช. ซึ่งเป็นองค์กรเถื่อนออกมาชี้นิ้วบังคับให้ข้าราชการต้องลาออกตามใจตัวเอง
“หากรัฐบาลชุดนี้ยังดำเนินการตามข้อเรียกร้องของมวลชนคนเสื้อแดง บ้านเมืองก็จะวุ่นวายเหมือนกับหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เพราะรัฐบาลดำเนินการภายใต้การชี้นำของกลุ่มมวลชนนอกสภาและให้คนกลุ่มนี้ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย และไม่มีหลักประกันสำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่เคยบอกว่า จะแก้ไขไม่แก้แค้นหากยังทำงานภายใต้การชี้นำของกลุ่มคนเสื้อแดง ก็แสดงว่ารัฐบาลชุดนี้จะแก้แค้นโดยจะไม่แก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ” นายเทพไท กล่าว
ส.ว.ชี้คืนพาสปอร์ต"ทักษิณ"รัฐบาลอายุสั้นแน่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศจะคืนหนังสือเดินทางทางการทูต (พาสปอร์ตแดง) ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้ต้องตอบคำถามของสังคมให้ได้ แม้ว่าการอนุญาตหรืองดอนุญาตหนังสือเดินทางทางการทูต สามารถทำได้โดยออกเป็นกฎกระทรวงก็ตาม
ขณะที่ตามระเบียบของการออกหนังสือเดินทางสำหรับบุคคลทั่วไป ได้มีข้อละเว้นไม่อนุญาตออกให้บุคคลที่ต้องโทษคดีอาญา แต่ในกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะเป็นถึงอดีตนายกฯ แต่ถูกศาลพิพากษาให้มีความผิดและถูกจำคุกจากคดีที่ดินรัชดา และขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณก็อยู่ระหว่างการหลบหนี และยังมีคดีความที่ศาลยังไม่พิพากษาอีก เช่น โดนข้อหาผู้ก่อการร้าย ในฐานะผู้บงการการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 ทั้งนี้ตนมองว่าความพยายามเร่งรีบดำเนินเรื่องที่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นสิ่งที่ทำให้อายุของรัฐบาลสั้นลง เพราะสังคมกำลังจับตาว่ารัฐบาลชุดใหม่จะทำประโยชน์ให้กับคนคนเดียวหรือเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
นอกจากนี้ ตนทราบมาว่ารัฐบาลชุดใหม่ได้พยายามยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อมาบังคับใช้แทนรัฐธรรมนูญ 2550 ในเบื้องต้นนั้นจะแก้ไขไม่ให้มีสมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา หรือ หากคงไว้ให้มี ส.ว.สรรหา จะกำหนดคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้ที่มาจากฝ่ายการเมือง อาทิ ผู้นำรัฐบาล, ปลัดกระทรวง, ประชาชน เพื่อสกัดไม่ให้ส.ว.ที่เป็นฝ่ายคัดค้านรัฐบาลหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาทำหน้าที่ เบื้องต้นคาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะทำสำเร็จ เพราะถือครองเสียงข้างมากในสภาฯ และวุฒิสภาอยู่แล้ว
"ธาริต"ชี้ดีเอสไอไม่ค้านประกันแดง
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เตรียมยื่นประกันตัวผู้ต้องขังกลุ่มคนเสื้อแดงต่อศาลจังหวัดอุดรธานี ว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอไม่ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวของผู้ต้องขังเสื้อแดง โดยปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาของศาล การอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่จึงเป็นดุลพินิจของศาล
เผยไม่เคยเพิกเฉยคดีเสื้อแดงกล่าวโทษมาร์ค-สุเทพ
ส่วนกรณีที่คนเสื้อแดงเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือรัฐบาลที่ออกคำสั่งสลายการชุมนุมจนนำไปสู่การบาดเจ็บล้มตายของประชาชนนั้น นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอไม่เคยนิ่งเฉยหรือละเว้นการสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่อำนาจการสอบสวนและดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ผ่านมาเมื่อประชาชนเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการฝ่ายความมั่นคง ประมาณ 5-6 เรื่อง ดีเอสไอได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และได้เชิญนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้ารับทราบว่ามีประชาชนยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษ จากนั้นจึงได้รวบรวมเอกสารหลักฐานเบื้องต้นส่งให้ป.ป.ช.รับไปพิจารณาทั้งหมดแล้ว ซึ่งรวมถึงกรณีที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ในส่วนของป.ป.ช.ก็ไม่ได้เพิกเฉย ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นไต่สวนและได้ทยอยเรียกพยานเข้าให้ปากคำไปแล้วหลายปาก เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครไปติดตามทวงถามถึงความคืบหน้าเท่านั้น
ดีเอสไอรอฟังกต.ยกเหตุผลใดถอนหมายจับทักษิณ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศจะขอหารือกับหน่วยบังคับใช้กฎหมาย เพื่อถอนหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายธาริต กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือขอหารืออย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศ จึงไม่สามารถให้ความเห็นได้ แต่หากมีการขอหารือมาจริงจะต้องพิจารณาเป็นรายประเด็นว่ากระทรวงการต่างประเทศมีเหตุผลอย่างไร จึงจะเสนอให้หน่วยบังคับใช้กฎหมายถอนหมายจับ
ยธ.เรียกประชุมด่วนชงเยียวยาผู้บาดเจ็บล้มตายเสนอ”ประชา”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ประชุมเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องขังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยังถูกคุมขังในเรือนจำทั่วประเทศ รวมถึงข้อมูลการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้กับญาติของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์การชุมนุมก่อความไม่สงบในปี 2553 เพื่อเป็นข้อมูลนำเสนอต่อพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในการประชุมนอกรอบวันจันทร์ที่ 15 ส.ค. จากนั้น จึงจะเดินทางเข้าประชุมพร้อมกับผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมอย่างเป็นทางการ ในวันอังคารที่ 16 ส.ค. เวลา 06.30 น.
เผยนักโทษเสื้อแดงอีกกว่า90คนต้องคดีเผาศาลากลางถูกขัง
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจตัวเลขผู้ต้องขังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศพบว่า มีจำนวนผู้ต้องขังกว่า 90 คน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องคดีวางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัด และถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เรือนจำได้ให้การดูแลความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งในด้านการเยี่ยมญาติและการปรึกษาทนายความเพื่อต่อสู้คดี โดยไม่มีนักโทษรายใดที่จะมีสิทธิพิเศษเหนือผู้อื่น



