ข่าว

กำแพงเบอร์ลิน...ที่คิดถึง

กำแพงเบอร์ลิน...ที่คิดถึง

13 ส.ค. 2554

(เวิล์ดวาไรตี้) เหตุใดชาวเยอรมันจึงคิดถึงกำแพงเบอร์ลิน

      โพลล์หลายสำนักที่จัดทำขึ้นเมื่อปีที่แล้ว พบว่า ชาวเยอรมันตะวันตก ร้อยละ 24  และชาวเยอรมันตะวันออก ร้อย 23 เชื่อว่า ชีวิตของพวกเขาน่าจะดีขึ้นกว่านี้หากกำแพงยังคงมีอยู่ต่อไป อีกทั้งมีเกือบร้อยละ 16 ที่เชื่อว่าการแบ่งแยกเยอรมนี น่าจะเป็นแนวคิดที่ดี 

        น่าประหลาดใจสำหรับประเทศที่เคยเฉลิมฉลองใหญ่โต เมื่อครั้งคนจากสองฝั่งถือค้อนไปทุบกำแพง ยังจำได้ดีถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกัน โอบกอดกัน ร้องไห้และเปิดแชมเปญฉลองจนเปียกแฉะ ที่ซุ้มประตูบรานเดนบวร์ก และปัจจุบัน เยอรมนีก็เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจยุโรป  เป็นรัฐสวัสดิการที่มั่นคง อัตราว่างงาน 7% มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ แถมระบบการศึกษาก็ติดอันดับต้นๆของโลก


         ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ...ศาสตราจารย์เคลาส์ ชโรเดอร์ จากมหาวิทยาลัยเฟร ในกรุงเบอร์ลิน กล่าวว่า เพราะชาวเยอรมันตะวันออกเกิดความรู้สึกว่า สหพันธรัฐเยอรมนีในอุดมคติ  ไม่มีอยู่จริง ขณะที่ฝั่งตะวันตกก็รู้สึกว่าต้องจ่ายเงินมากมายเหลือเกินสำหรับการรวมชาติ


         ตั้งแต่ปี 2533 จนถึงวันนี้ รัฐบาลเบอร์ลินได้ทุ่มงบหลายแสนล้านยูโรเพื่อบูรณะฝั่งตะวันออก ด้วยเงินจากภาษีที่เรียกว่า"ภาษีสามัคคี"(solidarity tax) ที่เก็บเพิ่มจากค่าจ้างแรงงานของพนักงานทุกคน และภาษีที่ว่า จะยังมีต่อไปจนถึงปี 2019 เป็นอย่างน้อย เพราะเหตุนี้ จึงทำให้ชาวเยอรมันฝั่งตะวันตกแค่ 37 % เท่านั้นที่มองว่าการรวมชาติ คือความก้าวหน้ามากกว่าถอยหลังในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา และมีชาวเยอรมันตะวันออกคิดแบบเดียวกัน  42 %


        ความรู้สึกโหยหาอดีตยังก่อตัวชัดเจนในเยอรมนีตะวันออก  บาร์หลายแห่งขาย"วีตา โคลา" ผลิตภัณฑ์ที่มีต้นกำเนิดในเยอรมนีตะวันออกคอมมิวนิสต์แทนโคคาโคลา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทุนนิยม , การกลับมาของแตงกวาชปรีวาล์ด ผลิตภัณฑ์เกษตรที่ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชาวเยอรมันตะวันออก ตลอดจนเบียร์ยี่ห้อ ราเดอแบร์เบอร์เกอร์ และไวน์"ร็อตแคปเชิน"


         ในเบอร์ลินเอง มีพิพิธภัณฑ์เยอรมนีตะวันออกให้เที่ยวชม  มีบาร์ที่ให้บรรยากาศเก่าๆสมัยเป็นคอมมิวนิสต์ภายใต้หน่วยตำรวจลับสตาซี กับมีทัวร์ชมเมืองด้วยรถยนต์ "ทราบี" หรือ ทราบานต์ ยานยนต์ในตำนานของเยอรมนีตะวันออก


          21 ปีผ่านมา ผลิตผลทางเศรษฐกิจจาก 5 รัฐของเยอรมนีตะวันออก คิดเป็น 70 % ของรัฐฝั่งตะวันตก,  อัตราเงินเดือนเท่ากับร้อยละ 78 ของตะวันตก ขณะอัตราว่างงานสูงเกือบเท่าตัว กับอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นในดินแดนที่เคยภูมิใจว่าปลอดภัยสูง


          เมื่อตะวันออกได้รับแต่บทรองเช่นนี้ ชาวเยอรมันตะวันออกส่วนใหญ่จึงไม่รู้สึกว่า พวกเขาเป็นชาวเยอรมัน ยังอดมีความรู้สึกคล้ายกับคนไร้รัฐอาศัยในเยอรมนีไม่ได้


       นักวิชาการท้องถิ่น กล่าวว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการกำแพงกายภาพ แต่ความรู้สึกโหยหาการแบ่งแยกแบบอดีต สะท้อนความรู้สึกว่าชีวิตในประเทศเยอรมนีหนึ่งเดียว ไม่ใช่แบบที่จินตนาการไว้ และมีจำนวนมากที่คาดหวังจะเห็น "ทางออกที่สาม"สำหรับเยอรมนีตะวันออก แทนการถาโถมเข้าไปอย่างฉับพลันของระบอบทุนนิยม