ข่าว

เกียวโตผวารังสี ปฏิเสธใช้ฟืนจากพื้นที่พิบัติในพิธีก่อคบไฟ

เกียวโตผวารังสี ปฏิเสธใช้ฟืนจากพื้นที่พิบัติในพิธีก่อคบไฟ

13 ส.ค. 2554

นายกฯเมืองเกียวโตขออภัย หลังปฏิเสธรับฟืนจากพื้นที่ประสบภัยสึนามิ มาใช้ในเทศกาลจุดคบไฟตามประเพณี หวั่นเปรอะเปื้อนรังสี

      นครเกียวโต อดีตเมืองหลวงญี่ปุ่นยุคโบราณ ซึ่งจะจัดเทศกาลโอบ้ง ต้อนรับการกลับมาเยี่ยมบ้านของวิญญาณบรรพบุรุษ ด้วยการจุดคบกองไฟขนาดใหญ่บนภูเขา ในวันที่ 16 สิงหาคมของทุกปี และในปีนี้ เมืองริคุเซนทาคาตะ เมืองที่มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายกว่า 2,000 คนจากแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อ 11 มีนาคม ได้เสนอให้เกียวโตใช้ฟืนจากต้นสน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยยืนต้นเป็นแถวยาว 70,000 ต้นตามแนวฝั่งเป็นทัศนียภาพที่งดงามก่อนถูกคลื่นสึนามิซัดจนถอนราก เหลือเพียงต้นเดียวเท่านั้น  


      รายงานระบุว่า ทางเมืองฯเตรียมส่งไม้สน 333 ท่อนให้กับเกียวโต แต่บรรดาผู้จัดงานก่อกองไฟในเกียวโต ปฏิเสธน้ำใจของเมืองริคุเซนทาคาตะ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากเกรงว่าไม้สนเหล่านั้นจะเปรอะเปื้อนรังสีจากโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ ที่อยู่ห่างออกไปทางใต้ประมาณ 180 กิโลเมตร แม้ผลตรวจวัดไม่พบกัมมัตภาพรังสีจากตัวอย่างไม้สนแต่อย่างใด


      สำนักงานเมืองเกียวโตได้รับโทรศัพท์ร้องเรียนกว่า 2,000 สายและอีเมล์ วิจารณ์การปฏิเสธรับฟืนจากเมืองริคุเซนทาคาตะ บ้างกล่าวหาว่าการทำเช่นนี้ยิ่งช่วยกระจายข่าวลือผิดๆเกี่ยวกับรังสีจากโรงไฟฟ้าฟูกูชิชะ


        แต่นายไดซากุ คาโดคาวะ นายกเทศมนตรีนครเกียวโต อ้างว่า ตนขอร้องให้ผู้จัดงานฯรับไม้สนล็อตใหม่จากเมืองริคุเซนฯ แต่เมื่อไม้สน 500 ท่อนมาถึง ได้ตรวจพบรังสีซีเซียมปริมาณน้อย ทำให้เมืองไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปฏิเสธ พร้อมระบุว่านี่เป็นการตัดสินใจที่รู้สึกปวดร้าวอย่างยิ่งและขออภัยต่อประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติ


       อย่างไรก็ตาม สื่อญี่ปุ่นพากันอ้างความเห็นผู้เชี่ยวชาญที่ยืนยันว่า ปริมาณรังสีที่พบในตัวอย่างเปลือกไม้ 1,130 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัมนั้น ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด การตัดสินใจที่คำนึงถึงความสะอาดอย่างไร้เหตุผล ถือเป็นการเหยียบย่ำความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติ