ข่าว

ตร.ลั่นจ่อหมายจับเจ้าของรีสอร์ท

ตร.ลั่นจ่อหมายจับเจ้าของรีสอร์ท

13 ส.ค. 2554

ตำรวจทราบชื่อเจ้าของรีสอร์ททั้ง 22รายที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวงแล้ว ลั่นให้เวลา 2 สัปดาห์นำเอกสารเข้าชี้แจงตามหมายเรียกหากไม่มาพบเตรียมพิจารณาออกหมายจับ

          13 ส.ค.54 พ.ต.อ.วชิรวิชญ์  กฤษณ์ฤทธิศักย์รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการเอาผิดกับเจ้าของรีสอร์ทและบ้านพัก 22แห่ง ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ว่า ขณะนี้ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว ได้ออกหมายเรียกให้เจ้าของรีสอร์ททั้ง 22 แห่ง ให้นำเอกสารหลักฐานเข้าชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเข้าไปครอบครองพื้นที่โดยใช้สิทธิ์ใดเพื่อนำไปประกอบหลักฐานในการดำเนินคดี ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าของรายใดนำหลักฐานเข้าชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

          ทั้งนี้ ตำรวจได้ให้เวลา 2 สัปดาห์ ในการให้เจ้าของรีสอร์ทนำเอกสารมาชี้แจงตามหมายเรียก หากยังไม่มาพบทางตำรวจต้องพิจารณาออกหมายจับต่อไป ซึ่งตำรวจมีรายชื่อเจ้าของรีสอร์ทและบ้านพักทั้ง 22 รายแล้วเนื่องจากมีการตรวจสอบรายชื่อเจ้าของจากบิลค่าไฟฟ้า และบิลค่าน้ำประปาทำให้สามารถรู้ชื่อเจ้าของผู้ครอบครองทั้งหมด

          ขณะที่ ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ตรวจสอบรีสอร์ททั้ง 22 แห่งเสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด เบื้องต้นพบว่า รีสอร์ททั้ง 22 แห่ง มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเนื้อที่รวมแล้วกว่า 700 ไร่ แต่ยังไม่มีรายใดนำหลักฐานเอกสารสิทธิ์มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มีเพียงใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5) มาแสดงเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ผู้ดูแลสถานที่ทั้งหมดนำเอกสารสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วัน หากไม่นำมาแสดงกรมป่าไม้ก็จะมีคำสั่งให้เจ้าของรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 45 วัน ซึ่งหากครบกำหนดแล้วยังไม่ปฏิบัติตาม กรมป่าไม้มีสิทธิ์เข้าทำการรื้อถอนได้เองโดยเจ้าของจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

          นอกจากนี้ ในส่วนของรีสอร์ทและบ้านพักอีก 17 แห่งที่กรมป่าไม้พบว่า มีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าโซนซี) ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวเพิ่มเติมนั้นภายในสัปดาห์หน้าทางกรมป่าไม้ก็จะเริ่มเข้าดำเนินการตรวจสอบโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับรีสอร์ทและบ้านพักทั้ง22 รายแรก

 

เจ้าของรีสอร์ทวางแผนรับสถานการณ์ จนท.รัฐ 

         ความคืบหน้ากรณี กรมป่าไม้ดำเนินการใช้ข้อบังคับของกฎหมาย กับ รีสอร์ท 22 แห่ง ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวงในเขต อ.วังน้ำเขียว นครราชสีมา ซึ่งเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา บรรดาผู้ประกอบการสถานที่พัก และสวนเกษตร ส่วนหนึ่ง รวมทั้ง รีสอร์ท รายใหม่ 17 แห่ง ที่กรมป่าไม้จะดำเนินการรุกขอคืนพื้นที่ในช่วงสัปดาห์หน้า ได้นัดประชุมหารือกันอย่างเคร่งเครียด เพื่อเตรียมแนวทางรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

         นายประเสริฐ เกียรติทรงพานิช ที่ปรึกษา ฝ่ายกฎหมาย ผู้ประกอบการรีสอร์ท ที่มีปัญหาพิพาทกับกรมป่าไม้ ให้สัมภาษณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า การปฏิบัติหน้าที่เข้าตรวจค้นรีสอร์ท และสวนเกษตรที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกพื้นที่ ของ จนท.ภาครัฐ ที่ผ่านมา

         โดยมีการเสนอข่าวระบุบางแห่งไม่พบเจ้าของมาแสดงตัว และบางแห่งไม่ได้รับความร่วมมือ มีการโต้เถียง ขณะนี้ผลกระทบจากข่าวที่นำเสนอรายวัน ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเสียหายครบวงจร ประเมินความเสียหายต่อวันหลายล้านบาท รวมทั้งสินค้าเกษตรกรรม พืช ผัก ไม้ผล ปลอดสารพิษ ต้องหยุดกระบวนการผลิตโดยไม่มีกำหนด ชาวบ้านขาดรายได้ที่จะมาจุนเจือครอบครัว แต่ละวัน จะไม่มีนักท่องเที่ยวมาพักเลย เขาหวาดกลัว เกรงจะมีเหตุเผชิญหน้า จึงต้องปิดตัวลงโดยปริยาย บางครั้งเมื่อมาตรวจสอบ จึงไม่พบผู้ประกอบการ การปฏิบัติหน้าที่ของ จนท.รัฐ ไม่จำเป็นจะต้องใช้กองกำลังติดอาวุธ แต่งเครื่องแบบลายพราง ยกกำลังมาหลายสิบคน ทำเหมือนกับพวกเขาเป็นชนกลุ่มน้อย หรือเป็นโจรห้าร้อย หากใช้วิธีอย่างสุภาพ ละมุนละม่อม เขาก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือแต่โดยดี

         ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ฯ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน หลักฐาน จากการให้สัมภาษณ์ของบรรดาผู้มีอำนาจ เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น โดยใส่ร้าย ป้ายสี ทำให้สังคมเข้าใจว่า ชาว อ.วังน้ำเขียว เป็นตัวการ ทำลายผืนป่า แย่งที่อยู่ของสัตว์ และ ลงขันลอบทำร้าย จนท. ทั้งๆที่ ข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น โดยจะใช้สิทธิทางกฎหมาย ยื่นฟ้องกับผู้ให้ข่าว ซึ่งไม่เกี่ยวกับสื่อมวลชน เพราะต้องปฏิบัติตามหน้าที่ เพื่อขอความเป็นธรรมกับคืนมา การเตรียมรับสถานการณ์ พวกเรามีสิทธิที่จะบันทึกภาพ-เสียง ในขณะ จนท.กำลังปฏิบัติหน้าที่ จึงอาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจ แต่ก็เป็นเพียงกระบวนการเก็บรวบรวม พยาน หลักฐาน หากมีการกระทำเกิดขอบเขตของหน้าที่ ก็จะต้องใช้สิทธิทางกฏหมาย การใช้คำสั่งทางปกครอง โดยมิชอบ พวกเราไม่สามารถยอมรับได้ แต่ยินดีที่จะน้อมรับปฏิบัติตามกระบวนการนิติรัฐ