
'ปู'อ้างคืนพาสปอร์ต'แม้ว'ตามขั้นตอน
"ยิ่งลักษณ์" โต้ คืนพาสปอร์ต"แม้ว" ทำตามขั้นตอน เดินเครื่องลงพื้นที่ภาคเหนือ เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม 'สุรพงษ์' รับ ถกทูตญี่ปุ่นปัดสั่งคืนพาสปอร์ต 'แม้ว' 'สุรพงษ์'โยนคืนพาสปอร์ต'แม้ว'กระทรวงกต.หยิบขึ้นมาเอง แจง'ทูตญี่ปุ่น'ขอเข้าพบเพื่อต้องการทราบแนวปฎิบัต
13 ส.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวออกมระบุว่ากระทรวงการต่างประเทศ เตรียมพิจารณาคืนพาสปอร์ตแดงให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่มีนโยบายดังกล่าว ทั้งหมดต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งต้องดูในรายละเอียด และจะให้ความยุติธรรมกับทุกคน ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอน และเรื่องนี้ตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องจะพิจารณา
เมื่อถามว่า มีความกดดันในการทำงานหรือไม่ที่มีการโยงเอาคนในครอบครัว และพ.ต.ท.ทักษิณ มาโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนจะอดทนและจะตั้งใจทำงาน เราจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งตนได้เรียนพี่น้องประชาชนไปแล้วว่าจะทำงานเพื่อส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง ท่านก็ต้องให้โอกาสตนได้ทำงานและพิสูจน์ว่าตนทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนเป็นหลักใหญ่ และเพื่อให้เกิดความสามัคคีกับพี่น้องประชาชนในชาติ
ขณะที่ มีประชาชนจำนวนประมาณ 100 คน ได้เดินทางมาให้การต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีผู้ว่าการราชจังหวัด นายอำเภอ และข้าราชการจากกรมการปกครอง จ.สุโชทัย มาให้การต้อนรับ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากหน่วยตรวจวัตถุระเบิด เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางมาถึง
นายชาติชาย สงวนพงษ์ นายอำเภอเมือง จ.สุโขทัย ได้เปิดแผนถึงสถานการณ์น้ำมีในจังหวัดสุโขทัยล่าสุดว่า เหตุการณ์น้ำท่วมจากจังหวัดแพร่ได้ไหลลงถึง จ.สุโขทัย มาเป็นสองถึงสามวันมาแล้ว ทำให้มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมากกว่า 1,500 หลังคาเรือน ซึ่งสถานการณ์น้ำในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปริมาณฝนตกแต่อย่างใด แต่เกิดจากปริมาณน้ำที่ไหลมาจาก จ.แพร่ น้ำที่ท่วมในครั้งนี้ถือว่าเป็นการท่วมครั้งที่ 5 แล้ว โดยมีพื้นที่การเกษตรเสียหายมากกว่า 50,000 ไร่
นายชาติชาย กล่าวถึงการเรียกร้องการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ในพื้นที่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ว่า การเรียกร้องให้ก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่มีกลุ่มเอ็นจีโอ.ได้ออกมาคัดค้านการก่อสร้างถึง 2 กรณี คือ 1.กลัวว่าน้ำจะท่วมพื้นที่ป่าสักทอง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมดสมบูรณ์มากที่สุดของประเทศ 2.เป็นแหล่งที่มีจำนวนนกยูงอาศัยจำนวนมาก และเกรงว่าจะเกิดการสูญพันธุ์ ซึ่งทางชาวบ้านจึงอยากจะเรียกร้องทางรัฐบาลให้เข้ามาเป็นตัวกลางในการหารือเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ จะได้หาทางออกในเรื่องนี้ให้ดีที่สุด เนื่องจากชาวบ้านเห็นว่าการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นจะเป็นตัวช่วยในการเก็บน้ำไม่ให้ท่วมในพื้นที่ จ.สุโขทัย ส่วนหากให้มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแทนนั้น เกรงว่าจะมีความสามารถกั้นเก็บน้ำได้ปริมาณไม่พอเพียง ที่ผ่านมาความสูญเสียจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะด้านสาธารณูปโภคต่อปีในพื้นที่ จ.สุโขทัย มีความเสียหายมากกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งหากดูในภาพรวมทั้งหมดจะมีความเสียหายมากถึง 1,000 ล้านบาทต่อปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านที่ต้องการให้มีการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ได้ออกมารวมตัวเรียกร้องให้ก่อสร้างเขื่อนจำนวนมากกว่า 50 คน ได้เดินทางมาชูป้ายที่เขียนข้อความเพื่อร้องเรียกร้องรัฐบาลเร่งดำเนินการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นโดยเร็ว
"สุรพงษ์" รับ พบทูตญี่ปุ่น ปัด ไม่เคยสั่งคืนพาสปอร์ต "ทักษิณ"
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เขาไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มเข้าทำงานที่กระทรวง แต่หากทางกระทรวงรวบรวมข้อมูลเสนอมาจริง ก็ยืนยันว่า จะยึดตามหลักความถูกต้อง
ทั้งนี้ ในส่วนที่รัฐบาลเดิมดำเนินการตามประเด็นทางการเมืองที่ไม่ถูกต้อง เขาเองก็จะดำเนินการให้ถูกต้อง
ส่วนกรณีการพบทูตญี่ปุ่น เพื่อขอวีซ่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ยอมรับว่า ได้พูดคุยกันจริง โดยทูตได้ถามถึงจุดยืนของรัฐบาลชุดนี้ ว่าจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศญี่ปุ่นได้หรือไม่ ซึ่งเขายืนยันว่า รัฐบาลไทยไม่มีนโยบายสั่งห้าม พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศใดๆ โดยให้ทางการญี่ปุ่น เป็นผู้พิจารณา
นายสุรพงษ์ ยังเปิดเผยว่า นายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา แสดงความยินดีกับตนเองเป็นประเทศแรก ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา
ทั้งนี้ ไม่รู้สึกกดดันที่ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นตัวแทน พ.ต.ท.ทักษิณ และสามารถทำงานกับข้าราชการในกระทรวงได้
นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ปลัดกระทรวงได้นำเสนอนโยบายของกระทรวง ซึ่งตนจะนำไปรวมกับนโยบายของพรรค เพราะพบว่า งบประมาณของกระทรวง และจำนวนข้าราชการมีน้อยมาก โดยเห็นว่าต้องเพิ่มในส่วนนี้ เพื่อประสิทธิภาพและให้มีภาพลักษณ์เป็นที่ยอมรับ
'ชัจจ์'ปัดมีคนสั่งส.ส.ที่เป็นรมต.ลาออก
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีของกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยมีคำสั่งให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลาออกจากการเป็น ส.ส. หลังจากได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่า มีกระแสข่าวจริง และเป็นหนึ่งในบุคคลที่เสนอแนะแนวคิดดังกล่าว แต่ยืนยันว่า ไม่มีคำสั่งสายตรงจากใคร หรือจากต่างประเทศตามข่าว
พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวด้วยว่า ส.ส. บางคน ก็มีความเหมาะสมที่จะต้องอยู่ในตำแหน่งต่อไป แม้มีตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย เพื่อที่จะทำงานในสภา อย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี หรือคนอื่นๆ เป็นต้น ส่วนเขาเองพร้อมลาออกจากตำแหน่ง เพื่อหลีกทางให้กับผู้สมัครลำดับต่อๆ ไป มีโอกาสได้เข้าสภา
กระนั้น เขาก็บอกว่า ยังไม่ตัดสินใจชัดเจน รอเข้าประชุมกรรมการบริหารพรรคอีกครั้ง ในวันอังคารนี้ และคาดว่า จะมีความชัดเจนหลังจากการประชุม
ถอนพาสปอร์ต"ทักษิณ"ชี้หน่วยความมั่นคงต้องเห็นชอบ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ว่าที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกระแสข่าวที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่มีการจะคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่หากมีการดำเนินการต้องถามว่า คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีอยู่จะมีการปฏิบัติอย่างไร โดยเฉพาะคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินมีความผิดในคดีที่ดินรัชดา และมีผลจำคุก 2 ปี
ดังนั้น อำนาจทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศอย่างเดียว เพราะหากจะมีการคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องกลับไปแก้ที่ต้นเหตุทั้งหมด ทั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ และศาล จากนั้นจึงจะสามารถแจ้งมาที่กระทรวงการต่างประเทศให้ออกพาสปอร์ตเล่มใหม่ได้
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า แต่หากขั้นตอนยังค้างอยู่ก็ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่จะคืนหรือไม่คืนพาสปอร์ตให้กับผู้ใด เพราะในบัญชีดำของผู้ที่ห้ามให้มีการเดินทางออกนอกประเทศทั้งหมด ก็ได้ส่งมาจากหน่วยความมั่นคง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แต่หากจะมีการดำเนินการก็ต้องได้รับแจ้งจากหน่วยงานดังกล่าว และถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ สิ้นสุดก็สามารถแจ้งกระทรวงการต่างประเทศให้ยกเลิกการถอนพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณได้
ยัน "ทักษิณ" กลับไทยได้ แต่ต้องรับโทษก่อน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ตลอดเวลา แต่ต้องรับโทษก่อน ส่วนจะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็สามารถล้างผิดได้
เมื่อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศจะสามารถส่งเรื่องไปยังหน่วยงานต้นสังกัดที่ร้องเรียนมาได้หรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลที่กระทรวงการต่างประเทศจะสอบถามกลับไป เพราะทำหน้าที่ตามคำร้องของหน่วยงานต่า ๆ เท่านั้น ทั้งนี้ ขอฝากให้ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศคงไว้ซึ่งเกียรติยศ และเชื่อว่าข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศมีความเป็นมืออาชีพ นอกจากนี้ตนยังให้โอกาสนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา
อย่างไรก็ตาม หากจะมีการดำเนินการกรณีนี้จริงก็อาจจะไม่ใช่เรื่องยากของรัฐบาลชุดนี้ในการดำเนินการ แต่จะผิดขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และต้องมีการตรวจสอบว่าทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น
เตือนความจำ คำพูด ไม่ได้ทำเพื่อคน ๆ เดียว
“อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ หรือนายกรัฐมนตรี นึกถึงคำที่เคยพูดไว้ว่าจะไม่ทำเพื่อคนคนเดียว แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากลับมีหลายกรณีที่ถูกวิจารณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องผลประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่อยากให้ภาพนี้ออกไปว่าจะมุ่งทำประโยชน์ให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว หรือมุ่งแต่แก้กระบวนการยุติธรรม และองค์กรอิสระ เพราะประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ก็รอรัฐบาลใหม่ทำตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้”นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ นายสุรพงษ์ ได้หารือกับทูตญี่ปุ่นเพื่อเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมเดินทางไปปาถกฐาที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น นายสุรพงษ์ไม่ควรใช้เวลาของตัวเองมากในการทำเรื่องส่วนตัว หรือทำประเด็นทางการเมือง เพราะยังมีอีกหลายปัญหาที่รอการแก้ไข อีกทั้งประเทศญี่ปุ่นก็มีกฎหมายชัดเจน ที่ผ่านมาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ไม่ใช่เป็นเพราะรัฐบาลไทยไปร้องขอ แต่เป็นกฎระเบียบของประเทศญี่ปุ่นที่ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ต้องโทษจำคุกเกิน 1 ปีเข้าประเทศ ซึ่งขณะนี้สถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากประเทศญี่ปุ่นจะยกเลิกกรณีดังกล่าว หรือเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ รับวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศได้ ประเทศญี่ปุ่นก็ต้องมีการชี้แจง
เมื่อถามว่าหากประเทศญี่ปุ่น อนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ จะเป็นการตบหน้ารัฐบาลเดิมหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวสวนว่า “ผมว่าไม่ใช่เป็นการตบหน้า เพราะรัฐบาลเดิมไม่เคยขอให้ประเทศญี่ปุ่นสั่งห้าม พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศ แต่เป็นระเบียบชัดเจนของญี่ปุ่นอยู่แล้ว”
'ฉลอง' ชี้ คืนพาสปอร์ต 'ทักษิณ' แจงได้
นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกระบุว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยจะให้มีการคืนพาสปอร์ตแดงให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะต้องตอบสังคมให้ได้ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายที่จะตอบกับสังคม เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นคนไทย ทำไมจะคืนพาสปอร์ตให้ไม่ได้
อีกทั้ง คดีที่ถูกตัดสินให้คุก 2 ปี ซึ่งเป็นคดีนิติกรรมกับคู่สมรสกรณีที่ดินรัชดาซึ่ง คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เข้าร่วมประมูลอย่างถูกต้องอย่างเปิดเผยและเมื่อคดีนี้ศาลได้ตัดสินยกเลิกการซื้อเป็นโมฆะแล้ว พร้อมคืนเงินต้นและเงินดอกให้แล้ว ก็ควรให้ความเป็นธรรมกับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วย
"คดีดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไร ไม่ได้โกงบ้านโกงเมือง แต่เป็นคดีการเมือง จนต้องลำบากอยู่ต่างประเทศ ทำไมถึงไม่คืนพาสปอร์ตให้ เมื่อเป็นคนไทยเคยทำงานสร้างผลงานให้บ้านเมืองมา ซึ่งขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำงาน แต่ก็บริหารประเทศล้มเหลวไม่อยากพูดถึง อย่างไรก็ตามจะต้องชี้แจงในเรื่องคดีฆ่าเสื้อแดง 91 ศพ และที่ชอบอ้างมาตลอดว่ามีคนชุดดำถืออาวุธปืนอยู่ในเสื้อแดง ทำไมทหารถึงไม่มีการยิง หรือจับคนชุดดำให้ได้ เรื่องเหล่านี้ก็ต้องชี้แจงและตอบให้สังคมให้ได้เช่นกัน " นายฉลองกล่าว
“นพดล” รับญี่ปุ่นติดต่อ “แม้ว” บรรยาย
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น เพื่อเจรจาขอให้ทางการญี่ปุ่นให้วีซ่าและอำนวยความสะดวกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศญี่ปุ่น ว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ยอมรับว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับเชิญจากสถาบันการศึกษาของประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่งให้เป็นวิทยากรบรรยายและไปเยี่ยมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ และการที่นายสุรพงษ์ จะพบกับใครถือเป็นเรื่องธรรมดา และเชื่อว่าจะสามารถชี้แจงได้เพราะไม่ได้ไปทำอะไรผิด
ทั้งนี้ตนไม่ขอวิจารณ์การทำงานของนายสุรพงษ์ ต้องให้โอกาสก่อน ซึ่งนายสุรพงษ์ถือเป็นคนมีความรู้ความสามารถมากคนหนึ่ง แม้ว่าตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต้องมีประสบการณ์ทางการทูต แต่ก็ต้องมีคุณสมบัติอย่างอื่นด้วย จะเห็นได้ว่ารัฐมนตรีต่างประเทศคนที่แล้ว เป็นนักการทูตมาตลอดชีวิต แต่บริหารประเทศแล้วไม่มีผลงานอะไรที่ดูแล้วประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม มีประสบการณ์ แต่ก็ทำงานไม่ได้
นายนพดล กล่าวต่อว่า งานเร่งด่วนของกระทรวงขณะนี้ มองว่าเป็นเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะไทย-กัมพูชา กรณีปราสาทพระวิหาร โดยชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงข้อพิพาทเรื่องดินแดน เพื่อไม่ให้ถูกนำมาเป็นประเด็นบิดเบือนข้อเท็จจริง และเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะเป็นไปด้วยความราบรื่น เพราะมีสัญญาณว่าทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชาจะทำงานร่วมกันได้ดี และตนก็ยินดีให้คำปรึกษาการเรื่องทำงาน แต่ต้องอยู่ที่นายสุรพงษ์ จะมาปรึกษาหรือไม่ ตนแม้เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่คงไม่เข้าไปก้าวก่าย
ส.ว. เตือน คืนพาสปอร์ต 'ทักษิณ' หั่นอายุ รบ.
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศจะคืนหนังสือเดินทางทางการทูต (พาสปอร์ตแดง) ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นว่า ต้องตอบคำถามของสังคมให้ได้ แม้ว่าการอนุญาต หรืองดอนุญาตหนังสือเดินทางทางการทูต นั้นสามารถทำได้ โดยออกเป็นกฎกระทรวงก็ตาม
ทั้งนี้ ตามระเบียบของการออกหนังสือเดินทางสำหรับบุคลลทั่วไป ได้มีข้อละเว้นไม่อนุญาตออกให้บุคคลที่ต้องโทษคดีอาญา แต่ในกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ถูกศาลพิพากษาให้มีความผิดและถูกจำคุก จากคดีที่ดินรัชดา
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ระหว่างการหลบหนี นอกจากนั้นแล้วยังมีคดีความที่ศาลยังไม่พิพากษาอีก อาทิ ผู้บงการการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ โดนข้อหาผู้ก่อการร้ายอยู่ ซึ่งตนมองว่าความพยายามเร่งรีบดำเนินเรื่องที่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้อายุของรัฐบาลนั้นสั้น เพราะสังคมกำลังจับตาว่ารัฐบาลชุดใหม่จะทำประโยชน์ให้กับคนๆเดียวหรือเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
“รัฐบาลชุดนี้ ถือว่ามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ เพราะได้รับเสียงเลือกตั้งจำนวนมากที่สุด ดังนั้นกลุ่มคนที่เคยออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านคุณทักษิณ ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องปล่อยให้เขาทำ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นและตัดสินรัฐบาลเอง” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ตนทราบมาว่ารัฐบาลชุดใหม่ได้พยายามยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อมาบังคับใช้แทนรัฐธรรมนูญ 2550 ในเบื้องต้นนั้นจะแก้ไขไม่ให้มีสมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา หรือหากคงไว้ให้มี ส.ว.สรรหา จะกำหนดคณะกรรมการสรรหา เป็นผู้ที่มาจากฝ่ายการเมือง อาทิ ผู้นำรัฐบาล, ปลัดกระทรวง, ประชาชน เพื่อสะกัดไม่ให้ ส.ว.ที่เป็นฝ่ายคัดค้านรัฐบาลหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาทำหน้าที่ เบื้องต้นคาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะทำสำเร็จ เพราะถือครองเสียงข้างมากในสภาฯ และวุฒิสภา



