ข่าว

พท.งัดไม้แข็งบีบรมต.ลาออกพ้นส.ส.

พท.งัดไม้แข็งบีบรมต.ลาออกพ้นส.ส.

13 ส.ค. 2554

'เพื่อไทย' ใช้ไม้แข็ง มติพรรค บีบรัฐมนตรีลาออกจากส.ส. ขู่ ดื้อแพ่ง 6 เดือนปรับพ้น รมต.

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ตัดสินใจที่จะให้บรรดารัฐมนตรี ที่เป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ทำการลาออกจากการเป็นส.ส. เพื่อเปิดทางให้ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับถัด ๆ ไป เลื่อนขึ้นมาเป็นส.ส.แทน โดยคงเหลือไว้เพียงตำแหน่งรัฐมนตรี

           ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงเดิม ที่เคยพูดคุยกันไว้ภายในพรรค ตั้งแต่ช่วงจัดบัญชีผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อว่า จะทำเหมือนสมัยที่พรรคไทยรักไทยเคยทำมาแล้ว

           อย่างไรก็ตาม ได้มีการประเมินว่า อาจเกิดกรณีที่รัฐมนตรีบางคน ไม่ยอมลาออกจากส.ส. จึงจะมีมาตรการบีบ ด้วยการปรับออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีภายใน 6 เดือน หรืออาจใช้มติพรรค บีบให้ต้องยอมลาออกจาก ส.ส. เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานที่เท่าเทียมกัน

           ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจของพรรค เมื่อวันที่ 12 ส.ค.54 ที่ได้ร่วมกับคณะกรรมการยกร่างนโยบายของพรรค ที่เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นประธาน เพื่อให้ทีมทำงานจริง ได้ทราบเกี่ยวกับรายละเอียดนโยบายให้ตรงกับกรอบนโยบายเร่งด่วนที่วางไว้ เช่นเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ปัญหาปากท้อง บัตรเครดิตเกษตรกร วันแท็บเล็ตเปอร์ชาย น้ำท่วมน้ำแล้ง รวมทั้งนโยบายปรองดอง

           ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กำชับรัฐมนตรี ให้เตรียมพร้อมข้อมูลในแต่ละเรื่องให้ตรงกัน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ โดยย้ำการทำงานเป็นทีม และทำทุกนโยบายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

           รายงานแจ้งว่า ที่ประชุมได้แบ่งนโยบายไว้ 3 ระดับ คือ นโยบายเร่งด่วน นโยบายพื้นฐาน และนโยบายระยะยาว

           รายงานยังแจ้งด้วยว่า ในที่ประชุม ยังมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายภูมิธรรม เวชยชัย และ นายวราเทพ รัตนากร สมาชิกบ้านเลขที่ 111 มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

           ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เขาจะเดินทางเข้าทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ โดยในวันที่ 15 ส.ค.นี้ จะเข้าร่วมประชุมพรรคเพื่อไทย ส่วนวันอังคารที่ 16 ส.ค.จะเข้าร่วมประชุมครม.

           ส่วนนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภานั้น เท่าที่นำร่างของกระทรวงกับของพรรคเพื่อไทยมาเทียบกันมีความใกล้เคียงกันมาก ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภาพลักษณ์ประเทศ แต่ของพรรคจะเน้นหนักเรื่องการค้าระหว่างประเทศ

           ส่วนท่าทีของประเทศกัมพูชา ที่ต้อนรับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยนั้น ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เราจะเจรจาถึงเรื่องราวต่าง ๆ