
นายกฯนำปชช.จุดเทียนชัย
นายกรัฐมนตรี นำปชช. จุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 79 พรรษา
วันที่ 12 ส.ค.54 เวลา 19.19 น. ณ บริเวณศาลฎีกา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนชัยถวายพระพร และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา "12 สิงหาพระบรมราชินีนาถ" โดยมีพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมในงานพิธีครั้งนี้
ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช กล่าวรายงานโดยสรุปว่า การจัดงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปีนี้มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ พ่อค้า และประชาชนทุกสาขาอาชีพ ได้ร่วมกันจัดงานมาเป็นระยะเวลา 34 ปี ด้วยความปลื้มปีติยินดีที่ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาเป็นล้นพ้น ในการจัดงานครั้งนี้ส่วนกลางและต่างจังหวัดจัดพร้อมกันทั่วราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 7-13 สิงหาคม 2554
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินขึ้นบนเวที ถวายความเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมเปิดกรวยดอกไม้แล้วจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลแล้วถวายความเคารพ
ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคล ความว่า
"ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมชุมนุมกัน ณ มณฑลพิธีแห่งนี้ และในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และพร้อมเพรียงกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา แห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่เวียนมาบรรจบครบรอบปีอีกวาระหนึ่งในวันนี้
ข้าพระพุทธเจ้า และปวงชนชาวไทย ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยได้ประจักษ์แจ้งว่า ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 60 ปี ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงอุทิศกำลังพระวรกาย กำลังพระปัญญา และกำลังพระราชทรัพย์ ตลอดจนมุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการเพื่อขจัดทุกข์ ผดุงสุขอาณาประชาราษฎร์ ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนรักษาเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม อันเป็นมรดกล้ำค่าของชาติ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตากรุณา ห่วงใยราษฎร และประเทศชาติ ยังความผาสุขร่มเย็น และความเจริญมั่นคงมาสู่บ้านเมือง และพสกนิกรโดยถ้วนหน้า
พระราชกรณียกิจนานัปการที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ และพระปรีชาญาณ ได้ประทับอยู่ในความทรงจำของปวงชนชาวไทย ก่อให้เกิดความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความจงรักภักดีอย่างแน่นแฟ้นในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ณ มหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 นี้ ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระราชานุญาตนำพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ากราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลดังนี้
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ด้วยความจงรักภักดี ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้า ของปวงข้าพระพุทธเจ้า และพสกนิกรชาวไทย ตราบกาลนานเทอญ" ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีนำร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนต่างพาครอบครัวและลูกหลาน เดินทางสู่ท้องสนามหลวง ร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร และร่วมงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เวทีการแสดงทุกจุดพร้อมให้ร่วมกิจกรรม โดยการจราจรทั้ง 2 ฝั่งถนนราชดำเนิน ได้ปิดลง ในเวลา 19.30 น.
สำหรับบรรยากาศที่บริเวณถนนราชดำเนิน ซึ่งมีการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 79 พรรษา 12 สิงหาคม 2554 ประชาชนได้ทยอยเดินทางเข้าร่วมงาน และร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร ในเวลา 19.19 น.
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เดินทางมาเป็นกลุ่มและพาครอบครัว และลูกหลานมาร่วมงาน พร้อมมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชนจำนวนมากมาร่วมงานครั้งนี้ โดยประชาชนได้ร่วมใจกันใส่เสื้อสีฟ้า ที่มีตราสัญลักษณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่โดยรอบถนนราชดำเนิน มีเวทีการแสดงหลากหลาย ทั้งเวทีศิลปะพื้นบ้าน การแสดงดนตรี จอหนังกลางแปลง โดยทั้งหมดนี้ ได้เปิดการแสดง หลังการจุดเทียนชัยถวายพระพร
ด้านพล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งดูแลการจราจร กล่าวว่า ได้มีการปิดการจราจรฝั่งขาออก มุ่งหน้าสะพานพระปิ่นเกล้าฯ เพื่อเปิดทางให้ประชาชนและผู้แทนภาครัฐและเอกชน ที่หลั่งไหลเข้าสู่ท้องสนามหลวงร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร โดยเวลา 19.30 น. ได้ปิดการจราจรทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เพื่อให้ประชาชนเที่ยวชมงานได้อย่างสะดวก
ทั้งนี้ จะปิดการจราจรจนถึงเวลา 24.00 น. โดยรถที่มาจากสะพานพระปิ่นเกล้าฯ ให้เลี้ยวเข้าเส้นทางกระทรวงมหาดไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสน.ในพื้นที่และส่วนกลาง กว่า 100 นาย ได้มาดูแลเรื่องความปลอดภัยและอำนวยการการจราจร



