
รวบหนุ่มเลือดร้อนยิงปืนขู่แฟนสาว
พนักงานธนาคารเข้าร้องเรียนมูลนิธิปวีณา ถูกแฟนเก่าตามรังควาน ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในที่ทำงาน เหตุไม่พอใจที่ฝ่ายหญิงบอกเลิก ตำรวจตามรวบตัวคนร้ายได้ที่สมุทรสงคราม หลังแกะรอยจากโทรศัพท์มือถือ
12 ส.ค.54 เวลา 15.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พา น.ส.ตะวันฉาย จือเหลียง อายุ 27 ปี พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง สาขา ตลาดรวมใจ จ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ เดินทางมายัง สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อชี้ตัวนายอภิวิชญ์ พยุง อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกยิงที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดรวมใจ
สืบเนื่องจาก 13.00 น. วันพุธที่ 10 ส.ค. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พา น.ส.ตะวันฉาย จือเหลียง อายุ 27 ปี พนักงานธนาคารกรุงไทย สาขา ตลาดรวมใจ จ.นนทบุรี เข้าพบ พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.นนทบุรี และ พ.ต.อ.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ นายอภิวิชญ์ พยุง อายุ 29 ปี อดีตแฟน ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ฯลฯ เหตุเกิดที่หน้า ธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาตลาดรวมใจ เหตุเกิด 11.00 น. โดย นายอภิวิชญ์ ได้ใช้อาวุธปืน ยิงเข้าใส่ น.ส.ตะวันฉาย ขณะนั่งทำงานอยู่ที่เคาร์เตอร์ภายในธนาคาร แต่กระสุนพลาด ไปโดนกระจกของธนาคารแตกละเอียด จากนั้น นายอภิวิชญ์ ยังได้ขับรถยนต์ไปที่บ้านของ น.ส.ตะวันฉาย ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปภายในบริเวณบ้านอีกด้วย
น.ส.ตะวันฉาย กล่าวว่าตนเอง เคยคบหากับ นายอภิวิชญ์ มาตั้งแต่ ปี 2550 โดย 2 ปี แรกที่คบกันนายอภิวิชญ์ เป็นคนดีมาก พูดจาสุภาพเอาใจใส่ดูแลตนเป็นอย่างดี ต่อมาช่วงต้นปี 2552 นายอภิวิชญ์ เริ่มเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ติดยาเสพติด ทำให้มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปมาก ไม่ยอมทำงาน ตนพยายามขอร้องให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หลายครั้ง เพื่อที่จะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมตั้งใจทำงาน แต่ก็ไม่เป็นผล
ทำให้ตนตัดสินใจขอแยกทาง แต่นายอภิวิชญ์ ไม่ยอมพร้อมข่มขู่เอาชีวิตตน ตนจึงต้องหลบหนีไปอยู่ตามบ้านเพื่อน แต่ก็ถูกนายอภิวิชญ์ ตามราวีมาโดยตลอด ตนเคยถูกนายอภิวิชญ์ เอาอาวุธปืนออกมาไล่ยิ่งมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2554 ที่ผ่านมา โดยได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมือง จ.สมุทรสงคราม แต่คดีไม่คืบหน้า จากนั้นตนก็ถูกตามมาทำร้ายร่างกายไม่เว้นแม้กระทั่งที่ทำงาน และเข้าแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มาแล้ว 3 ครั้ง แต่ก็ยังคงเกิดเหตุตามรังควาน จึงติดสินใจเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา ดังกล่าว
ต่อมานางปวีณา ได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 เพื่อขอให้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ภายหลังได้รับการประสานงาน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ได้สั่งการไปยัง พ.ต.อ.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ให้เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด โดยให้ประสานไปยัง พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุรเชษฐพงษ์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านพักของคนร้าย และให้วางกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไว้ในพื้นที่เพื่อเฝ้าติดตามจับกุมตัวคนร้าย พร้อมกับให้ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือของคนร้าย ว่ามีการโทรมาจากที่ใด ด้วย
กระทั่งวันที่ 11 ส.ค. พ.ต.อ.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้ตรวจสอบการใช้สัญญาณโทรศัพท์มือถือของคนร้าย พบว่ามีการโทรอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.โสวัชร์ ไชยสงคราม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.อิทธิพัทธ์ ศรีมั่น สว.สส. พ.ต.ท.วิทิต จันทร์เอี่ยม สว.สส. นำกำลังเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหา ตามหมายจับศาล จ.นนทบุรี ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ฯลฯ นำตัวส่ง พ.ต.ท.ไพโรจน์ รัตนมณี พนักงานสอบสวน(สบ.3) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดำเนินคดีต่อไป



