
รมต.ไขก๊อกส.ส.'ปู'ย้ำชูนโยบายหาเสียง
ยิ่งลักษณ์ รับมี รมต.หลายคนเตรียมลาออกจาก ส.ส. ย้ำ ทุกนโยบายหาเสียง ถูกบรรจุในนโยบาย แถลงต่อรัฐสภาแน่ คาด หารือ พรรคร่วมฯ ไม่เกิน 15 ส.ค.นี้
กรณีที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีคำสั่งให้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ได้เป็นรัฐมนตรี จะต้องลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเลื่อนลำดับว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อคนอื่น ๆ ขึ้นมา ขณะที่นายชินวัฒน์ หาบุญพาด เเกนนำคนเสื้อเเดง เเละว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้นั้น
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า พรรคจะหารือกัน โดยยอมรับว่า ผู้ที่จะลาออกมีหลายท่าน และเรามีการกำหนดกฎเกณฑ์อยู่แล้ว โดยจะหารือภายใน แต่ขณะนี้ยังไม่มีมติใด ๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารกิจของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ หลังการลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสร็จสิ้นในช่วงเช้า เวลา 10.30น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางเข้ามายังพรรคเพื่อไทย เพื่อประชุมคณะทำงานยกร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา รวมทั้งนโยบายเร่งด่วนของพรรค เช่น การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท แจกแท็บเล็ตพีซี ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1 โดยใช้เวลาหารือจนกระทั่งเวลา 14.00น. จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้หารือกับทีมงานในการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมอีก 1 ชั่วโมง
สำหรับภารกิจของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีกำหนดการลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคเหนือคือ จ.สุโขทัย แพร่ และน่าน โดยในวันที่ 13 ส.ค.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 07.00 น.และถึงสนามบินสวรรคโลก จ.สุโขทัย เวลา 08.00 น.จากนั้นคณะนายกฯ เดินทางเพื่อตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สุโขทัย พบกับประชาชน พร้อมมอบถุงยังชีพ 3 จุดคือ จุดแรก ที่วัดคงคามาลัย จุดสอง ที่บ้านสามหมื่น โดยลงเรือท้องแบน และจุดสาม ที่วัดกงไกรลาศ
ต่อมาเวลา 11.30 น.นายกฯ จะร่วมประชุมกับคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย แพร่ และน่าน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปความเสียหายที่เกิดขึ้น และกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา และหาทางเยี่ยวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลกง อ.กงไกรลาศ
จากนั้น เวลา 12.30 น.นายกฯ พร้อมคณะ จะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ จาก จ.สุโขทัยไปยัง จ.แพร่ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเดินทางถึง จ.แพร่ จะเดินทางไปยังโรงเรียนเทคนิคแพร่ เพื่อพบประชาชนที่ปะสบภัยน้ำท่วม พร้อมมอบถุงบังชีพ
และในเวลา 14.30 น.นายกฯ พร้อมคณะจะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ต่อไปยัง จ.น่าน เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม และสำรวจภูมิประเทศที่ได้รับความเสียหาย ที่บริเวณเทือกเขาใน เขตอำเภอสันติสุข - ลำน้ำยาว เขตอำเภอปัว ลำน้ำยอด เขตอำเภอสองแคว เขตอำเภอเมืองน่าน ที่บ้านผาขวาง และที่อำเภอเวียงสา ตามเส้นทางลำน้ำน่าน เพื่อสรุปแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าสงวน และหาทางในการป้องกัน
จากนั้น เวลา 15.45 น. คณะนายกฯ จะเดินทางถึง อ.เวียงสา เพื่อพบประชาชนที่ประสบภัย พร้อมมอบถุงยังชัพ และดูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุดินโคลนถล่ม และเวลา 17.00 น.นายกฯ พร้อมคณะเดินทางไปยัง จ.เชียงใหม่
นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีกำหนดการ ในวันที่ 14 ส.ค.โดยจะเดินทางไปสักการะครูบาศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ และไปสักการระพระธาตุดอยสุเทพ จากนั้นจะไปไหว้สถูปบรรพบุรุษ วัดโรงธรรมสามัคคี และในช่วงเวลา 14.55 น.จะขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับ กทม.ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ
สำหรับภารกิจช่วงเช้าวันที่ 15 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบ อาทิ พระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า และศาลพระภูมิ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประตูทางออกด้านประตูทางออกของทำเนียบรัฐบาลก่อนที่จะเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบรัฐบาล
“ยิ่งลักษณ์”ลั่นทุกนโยบายที่หาเสียง จะถูกไว้ในนโบายรบ.ที่จะแถลงต่อ “รัฐสภา”
น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยถึงการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า ทันกำหนดการอยู่แล้ว เพราะทีมงานตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมา ได้เตรียมโครงร่างไว้ระดับหนึ่งแล้ว และเธอได้มอบหมายในที่ประชุมครม. ให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) ซึ่งเชื่อว่า น่าจะทันประชุมครม.ในสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายเช่นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จะอยู่ในแผนที่ต้องแถลงต่อรัฐสภาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถูกต้อง นโยบายที่เราสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนจะอยู่ในแผนนโยบายครั้งนี้ด้วย
“ยงยุทธ” เผย พร้อมรับ พระราชเสาวนีย์ ไปปฏิบัติ ยัน ไม่มีเงื่อนไข รมต.ลาออกจากส.ส.
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมนโยบายเศรษฐกิจว่า สำหรับพระราชเสาวนีย์ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่ได้ทรงพัฒนาและชี้แนวทางให้กับเราในหลายเรื่องเช่น เรื่องยาเสพติด กองทุนหมู่บ้าน ปัญหาภาคใต้ ศิลปะชีพ และอีกหลายๆเรื่อง ซึ่งทางพรรคเพื่อไทย นำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะทำงาน ได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อม เพื่อนำมาเป็นนโยบาย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับว่า อย่าทำให้ตกหล่น อีกทั้งนโยบายของเรา ถ้าร่างเสร็จแล้วจะให้รัฐมนตรีทราบทั้งหมด และ ส.ส.ของพรรคทราบด้วย จากนั้นจะนำเข้าสู่รัฐสภา
ปัด ไม่มีกฎ รมต. ไขก๊อก พ้นส.ส.
นายยงยุทธ ยังกล่าวถึงเสียงเรียกร้องของผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่จ่อคิวเป็นส.ส. ให้รัฐมนตรีที่เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อทำการลาออกว่า เรื่องนี้พรรคไม่มีกฎเกณฑ์อะไร และคณะกรรมการบริหารพรรคก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้
"การที่ใครจะลาออก ถือเป็นเรื่องของความสมัครใจ"
เมื่อถามว่า ส.ส.และผู้สมัครมีการตกลงกันเองไว้ในเรื่องดังกล่าว นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินว่า มีการสัญญาอะไรแบบนั้น
“กิตติรัตน์” ย้ำ นโยบายหาเสียง ถูกบรรจุในนโยบายแถลงต่อรัฐสภาแน่
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าของคณะทำงานในการจัดทำร่างนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา ว่า โดยนโยบายหลักๆของพรรคที่แถลงไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียงนั้น ก็ได้ถูกแปลออกมาเป็นถ้อยคำทางปฏิบัติที่จะอยู่ในร่างนโยบายแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะรวบรวมนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล และจะไปร่างให้เป็นแผนที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในช่วงบ่ายวันที่ 12 ส.ค.54 และจากร่างแรกก็จะนำคืนให้กลับพรรคร่วมรัฐบาล
ส่วนขั้นตอนต่อไป จะเป็นหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรค มาหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี ต่อไป
"ส่วนตัวโครงการในร่างนโยบายนั้น มีความตั้งใจจะนำเสนอนโยบายเร่งด่วนและนโยบายรวมของรัฐบาล แต่มีข้อสังเกตคำว่านโยบายรวมแปลว่าไม่ได้เร่งด่วนหรืออย่างไร ซึ่งทุกอย่างเร่งด่วนหมด เพียงแต่ว่ามีบางอย่างซึ่งสามารถทำได้ทัน และเกิดขึ้นเห็นผลได้รวดเร็ว"
ส่วนการหารือกับพรรคร่วมฯนั้น นายกฯได้นัดกับพรรคร่วมรัฐบาลจนกระทั่งมีถ้อยคำกลางๆ ของกระทรวงต่างๆมาอยู่ในร่างแรกแล้ว แต่ที่จะกลับจากร่างนี้ไป เข้าใจว่านายกฯคงมีการหารือในวันที่ 15 ส.ค. เป็นอย่างช้า
รมว.พาณิชย์ ห่วงราคาหมู คาด หลังสารทจีน ราคาหมูถูกลง
นายกิตติรัตน์ ยังกล่าวถึงกรณีราคาสินค้า โดยเฉพาะราคาเนื้อหมู ที่มีราคาสูงขึ้นว่า ขณะนี้ เขายังไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะไปบริหารกระทรวงตามหน้าที่ อีกทั้งรัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อสภา แต่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย จึงได้ปรึกษาหารือกับปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีกรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่องเนื้อหมูราคาแพงที่กระทรวงได้ดำเนินการไว้ชัดเจนแล้วว่าขอให้มีการกำหนดราคาขายปลีก ซึ่งเขาได้กำชับว่า เมื่อประกาศไปแล้วต้องดูให้ปฏิบัติตามนั้น
อย่างไรก็ตาม อะไรก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่แน่นอน เพราะมีคนตั้งข้อสังเกตว่า บางเขียงหมูได้ปิดเลย บางเขียงได้บอกว่า ราคาหมูที่รับมา แพงกว่าราคาที่กระทรวงกำหนด ดังนั้น การที่เรายืนราคาขายปลีกที่ประกาศไว้เป็นกฎหมายที่เข้มแข็งจะส่งผลต่อไป ซึ่งขั้นตอนก่อนหน้านี้ผู้ขายรู้ว่า ต้องต้องขายถูกกว่านั้น มิเช่นนั้นเขาจะอยู่ไม่ได้ และจะไล่ไปจนถึงผู้เลี้ยงหมู
ทั้งนี้ เชื่อว่า จะมีการปฏิบัติที่ได้ผลและหลังวันสารทจีน ราคาจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้น บางทีราคาที่ประกาศเอาไว้เป็นขั้นสูง ซึ่งราคาขายจริงอาจจะลดต่ำกว่านั้นได้พอสมควร
เมื่อถามว่า เศรษฐกิจที่ผันผวนของโลก มีความเกี่ยวพันกับการวางโครงการนโยบายหรือไม่ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า เกี่ยวพันแน่นอน เพราะเราทราบว่าโลกผันผวนมากขึ้นแล้ว เราจะต้องอยู่ในฐานะที่ทำเศรษฐกิจให้สมดุล และพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น และจะสอดคล้องกับเรื่องที่เราจะเพิ่มรายได้ ให้ผู้มีรายได้น้อยในประเทศ
อนายกิตติรัตน์ กล่าวว่า การเพิ่มรายได้นั้นเป็นการเปลี่ยนสมดุลว่าเราพร้อมที่จะโต ขณะเดียวกันผู้บริโภคในประเทศจะมีความสำคัญมากขึ้น ซึ่ง 2 ทศวรรษมาแล้วที่เราจะมีความเจริญเติบโตด้วยการส่งออก โดยจะต้องพึ่งพาประเทศใหญ่ไปโดยปริยาย ดังนั้นขณะนี้เราจะต้องปรับสมดุล
รมว.กลาโหม น้อมรับพระราชเสาวนีย์ใส่เกล้าฯ เตรียมกำชับกองทัพสกัดยาเสพติด
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม กล่าวถึงพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่ขอความร่วมมืออย่างจริงจังจากรัฐบาล และคนไทย ในเรื่องปัญหายาเสพติด ที่ทำลายสังคมไทยมานานว่า สำหรับพระราชเสาวนีย์ของพระองค์ท่าน เขาขอรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมน้อมรับนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสำคัญต้องเร่งแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
"ในสัปดาห์หน้า ภายหลังจากที่ผมได้เข้าทำงานกระทรวงกลาโหมในวันที่ 16 ส.ค.2554 จะขอเชิญประชุมร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจะบรรจุวาระในที่ประชุมสภากลาโหมเพื่อร่วมกับหาแนวทงแก้ไขปัญหา เพราะถือว่า เป็นเรื่องที่สมเด็จพระนางเจ้าฯมีความห่วงใย และเรื่องนี้ทางรัฐบาลเองต้องรีบดำเนินการ"
เขาบอกว่า ปัญหายาเสพติด ยาบ้า ที่ยังมีการผลิตและจำหน่ายในสถานที่ต่างๆทั้งในชุมชน วัด โรงเรียน ถือว่า เป็นเรื่องใหญ่ ที่เขาให้ความสำคัญ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของชาติโดยตรง และที่สำคัญต้องทำการปราบปรามสกัดกั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เล็ดรอดเข้ามาจากในประเทศ รวมถึงการบำบัดฟื้นฟูจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องจริงจัง เพราะถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
ทั้งนี้ เขาจะประสานขอความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกันบำบัดผู้ติดยาเสพติด โดยกองทัพต้องเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย เพราะเราถือว่า ครอบครัวจะเป็นสุขได้ต้องไม่มีลูกหลานติดยาเสพติด
อย่างไรก็ตาม ด้านการปราบรามเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทหารก็เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยในการสกัดกั้นตามแนวชายแดน จุดตรวจ จุดสกัดต่าง ๆ ซึ่งทางกองทัพก็มีความพร้อมเต็มที่
"ผมจะกำชับไปยังผบ.เหล่าทัพ ขอความร่วมมือในการปราบปรามสกัดกั้นในทุกๆพื้นที่ที่พระองค์ท่านมีความห่วงใย ทหารเรารับพระราชเสาวนีย์ใส่เกล้าฯพร้อมจะปฏิบัติอยู่แล้ว”พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว
"วรวัจน์" เล็งถกกระทรวงต่าง ๆ แก้ยาเสพติดระบาดในร.ร.
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม โดยทรงเป็นห่วงปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดเข้าไปในวัด โรงเรียนและชุมชนต่าง ๆ และทรงเป็นห่วงครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้และน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือว่า น้อมรับพระราชดำรัสในการแก้ปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดเข้าไปสู่โรงเรียน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และคิดว่า เด็กไม่ใช่เป้าหมายหลักของการแก้ปัญหา ดังนั้น จะหารือกับกระทรวงต่างๆเพื่อหาถึงสภาพปัญหาและแนวทางแก้ปัญหาโดยการตัดวงจรผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติดไม่ให้แพร่ระบาดเข้าไปในสู่สถานศึกษา
ทั้งนี้ ในส่วนของนักเรียน นักศึกษา ก็จะใช้วิธีรณรงค์ป้องกันไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและเยียวยาเด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด ซึ่งแนวทางดำเนินการนั้นจะหารือกับผู้บริหารหน่วยงานต่างๆของศธ.หลังจากเริ่มเข้าไปทำงานที่ศธ.อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ส.ค.นี้
นายวรวัจน์ กล่าวว่า ในส่วนปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และสถานศึกษาได้รับความเสียหายนั้น ในวันที่ 13 ส.ค.นี้ เขาจะร่วมเดินทางไปกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนและความเสียหายของสถานศึกษา จากนั้นจะมาหาข้อมูลเพื่อสรุปความเสียหายของสถานศึกษา และเสนอของงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อใช้ในการซ่อมแซมและฟื้นฟูสถานศึกษาที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ส่งนักศึกษาอาชีวะ ไปช่วยซ่อมแซมข้าวของเครื่องใช้ของชาวบ้านที่เสียหาย และจัดฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น รวมทั้งยังได้ขอให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น ม.เกษตรศาสตร์ จัดส่งบุคลากรลงไปให้ความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม ในการฟื้นฟูผลผลิตทางการเกษตร
ส่วนการดูแลครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะลงพื้นที่เพื่อไปพูดคุยกับครูและหาแนวทางดูแลต่อไป



