ข่าว

8ปี'ไฟใต้'เด็กกำพร้า-หญิงหม้ายพุ่ง

8ปี'ไฟใต้'เด็กกำพร้า-หญิงหม้ายพุ่ง

12 ส.ค. 2554

8 ปี "ไฟใต้" ยอดเด็กกำพร้า 4,455 ราย หญิงหม้าย 2,295 ราย มทภ.4 เปิดใจ ชี้ ภัยแทรกซ้อน ยาเสพติด-น้ำมันเถื่อน โหมไฟ ลั่นปรับยุทธวิธี ยึดทรัพย์-ตัดเส้นเงิน ใช้แนวทางอภัยโทษผู้ต้องหาคดีความมั่นคง

          เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะอนุกรรมการบูรณาการให้ความช่วยเหลือเยียวยา เด็กกำพร้าและสตรีหม้าย ที่ได้รับผลกระทบ สืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สรุปผลโครงการด้านการช่วยเหลือเยียวยาเด็กกำพร้าและสตรีหม้ายฯ ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้ผ่านการอนุมัติงบประมาณ จากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในการดำเนินโครงการด้านการช่วยเหลือเยียวยาเด็กกำพร้าและสตรีหม้ายฯ ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2554

          ทั้งนี้ ปรากฎว่า มีทั้งหมด 17 โครงการ เป็นงบประมาณทั้งสิ้น 7,767,000 บาท แยกเป็นจังหวัดยะลา 4 โครงการ เป็นเงิน 1,469,300 บาท จังหวัดปัตตานี 3 โครงการ เป็นเงิน 2,026,500 บาท จังหวัดนราธิวาส 6 โครงการ เป็นเงิน 3,077,600 บาท และจังหวัดสงขลา 3 โครงการ เป็นเงิน 1,193,600 บาท

          สำหรับข้อมูลตัวเลขเด็กกำพร้า ที่ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุปัน มีทั้งสิ้น 4,455 ราย แยกเป็นจังหวัดปัตตานี 1,691 ราย จังหวัดยะลา 1027 ราย จังหวัดนราธิวาส 1,586 ราย และจังหวัดสงขลา 150 ราย 

          ขณะที่ข้อมูลตัวเลขสตรีหม้าย ที่ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุปัน มีทั้งสิ้น  2,295  ราย  แยกเป็นจังหวัดปัตตานี  849 ราย จังหวัดยะลา 657 ราย  จังหวัดนราธิวาส 714 ราย และจังหวัดสงขลา 75 ราย   

 

แม่ทัพภาค 4 เปิดใจ ชี้ ภัยแทรกซ้อนจากยาเสพติด-น้ำมันเถื่อน โหมไฟใต้

 

          พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดใจถึงยุทธวิธีดับไฟใต้ว่า จากการปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนพื้นที่เกิดเหตุลอบวางระเบิด และซุ่มโจมตี พบว่า ในจ.ยะลาพื้นที่ก่อเหตุจะอยู่ในเขตอ.รามัญ จ.ปัตตานีในอ.ยะหริ่ง จ.นราธิวาส อ.บาเจาะ ทุ่งยางแดง มายอ และระแงะ ซึ่งทุกพื้นที่ทั้งหมด เป็นหัวเมืองสำคัญ ที่ยังมีปัญหาเรื่องความรู้สึก ตั้งแต่สมัยกบฏดุซงญอ บ้านบารุกาสาเมาะ 

          ทั้งนี้ ในพื้นที่ซึ่งเป็นเขตหมู่บ้านที่มีอำนาจรัฐซ้อนทับมักจะเกิดเหตุบ่อย  โดยรูปแบบการก่อเหตุจะเกิดบนถนนทั้งสิ้น เนื่องจากคนกลุ่มนี้ถูกฝึกมาให้ปฏิบัติการบนถนน ทำให้ระยะหลังแทบจะไม่มีเหตุรุนแรงในพื้นที่ป่าเขา

          พล.ท.อุดมชัย กล่าวว่า หากจะประเมินสถานการณ์ความรุนแรง คงต้องบอกว่าเจ้าหน้าที่ตายน้อยลง ในพื้นที่ที่เราเรียกว่าโซนสีแดง 6 - 7 อำเภอ 2,000 หมู่บ้าน แต่ในความเป็นจริงเกิดเหตุซ้ำอยู่ในหมู่บ้าน 200 - 300 หมู่บ้าน ซึ่งคนมุสลิมเอง ก็ไม่ชอบพฤติการณ์ก่อเหตุรุนแรงและลอบวางระเบิด เพราะชาวบ้านรู้ดีว่า อยู่ประเทศไทยเสรีกว่าประเทศอื่น เขาไม่ได้อยากไปอยู่ที่อื่น แต่เรียกร้องการปกครองที่เป็นธรรม

          ดังนั้น ภารกิจสำคัญของเราจะต้องทำให้เขาเห็นว่า การอยู่ร่วมกันในประเทศไทยดีกว่าแบ่งให้เป็นเขตปกครองพิเศษ 

          เขาบอกด้วยว่า ในทางการข่าวมีข้อมูลค่อนข้างชัดเจนว่า ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดน เกิดจากขบวนการค้ายาเสพติด ค้าน้ำมันเถื่อน และสินค้าหนีภาษี โดยผู้ก่อเหตุที่มีอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนมีไม่ถึง 20 %

          ส่วนอีก 70 - 80 % เป็นกลุ่มที่แทรกซ้อนระหว่างกลุ่มก่อความไม่สงบกับกลุ่มค้าน้ำมันเถื่อน ค้ายาเสพติด โดยผู้ก่อเหตุแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลาดตะเวน หาข่าวดูสถานการณ์ และลงมือก่อเหตุ หากมีจังหวะเหมาะสมข้อมูลตรงกันทั้ง 3 กลุ่มจะลงมือพร้อมกันทันที

          ทั้งนี้ จากสถิติที่วิเคราะห์ได้ คือ ยิ่งมีการก่อเหตุวางระเบิดและลอบยิงเพิ่มมากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดและน้ำมันเถื่อนได้มากขึ้น โดยการวางระเบิดตามจุดต่างๆ เพื่อเปิดเส้นทางและเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ให้ทุ่มกำลังลงไปตรงจุดเกิดเหตุ เพื่อเปิดเส้นทางลำเลียงยาเสพติด กรณีดังกล่าวจึงเป็นภัยแทรกซ้อนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

          นอกจากนี้ จากการขยายผล ยังพบหลักฐานการจ่ายเงินให้ขบวนการและองค์กรลับ ซึ่งเชื่อมโยงถึงรายชื่อกลุ่มบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องจับตาเป็นพิเศษ และผู้ก่อเหตุที่มีอุดมการณ์ก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือให้กลุ่มเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว รูปแบบการเก็บเงินและการจ่ายเงินมีความซับซ้อน  มีการเปิดชมรมของกลุ่มเพื่อเป็นช่องทางการจ่ายเงินให้แก่แนวร่วมที่ก่อเหตุรายวัน และกลุ่มที่ค้ายาเสพติดก็ใช้คนที่มีอุดมการณ์ หรือที่เรียกว่า เป็นขบวนการจีฮัด เป็นเครื่องมือในการทำงานให้ ในลักษณะงานซ้อนงาน มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน แต่ละฝ่ายจะไม่รู้จักกัน 

          พล.ท.อุดมชัย ยกตัวอย่างว่า อย่างเช่น กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด “เขาแก้ว” ที่คนกลุ่มนี้เคยหลบหนีคดีไปกบดานในประเทศลาว และเพิ่งกลับเข้ามาเคลื่อนไหวในไทยอีก โดยกลุ่มเขาแก้ว จะว่าจ้างโจรให้เปิดทาง ซึ่งค่าจ่ายน้อยกว่าการจ่ายให้เจ้าหน้าที่รัฐ  เพราะโจรเขาแก้วจะหลอกให้แนวร่วมมาทำงานให้เพื่ออุดมการณ์ โดยไม่รู้ว่า ตกเป็นเครื่องมือให้กับขบวนการค้ายาเสพติด

          พล.ท.อุดมชัย กล่าวว่า กองทัพภาค 4 จะร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อเชื่อมโยงการตรวจสอบขบวนการค้ายาเสพติดว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายใดบ้าง ซึ่งปปง.ได้ตรวจสอบพบการเคลื่อนไหวทางการเงินแล้ว และเป็นไปได้ว่า อาจจะมีการใช้กฎหมายฟอกเงินเข้าไปยึดทรัพย์ได้ หากสามารถตัดเส้นทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดได้ จะทำให้ปัญหาเบาบางลงกว่า 80%

          สำหรับปัญหาการเรียกร้องความเป็นธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมุมมองของแม่ทัพภาค 4 มองว่า ปัจจุบันจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับความยุติธรรม และได้รับการเยียวยามากกว่าพื้นที่อื่นๆ เกิดเรื่องไม่ได้เลย เจ้าหน้าที่รัฐก็ปรับตัวโดยเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต ซึ่งเขาเห็นด้วยกับการต่อสู้ของกลุ่มอุดมการณ์ เพื่อเรียกร้องการปกครองที่เป็นธรรม การแก้ปัญหาในพื้นที่ต้องใช้รัฐศาสตร์ควบคู่ไปกับนิติศาสตร์ เพราะในบางเรื่องชาวบ้านแพ้ในประเด็นข้อกฎหมาย แล้วเขาไม่เข้าใจ ทำให้ภาครัฐเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทางความรู้สึก เพราะไม่สามารถอธิบายให้เขาเข้าใจและยอมรับได้  

          นอกจากนี้ การแก้ไขด้วยกฎหมายยังมีความล่าช้า ที่สำคัญเราไม่สามารถนำกฎหมายอาญาเข้าไปสู้กับแนวทางการต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ 

 

เสนอแนวทาง "อภัยโทษ" ดึงกลับเข้าสู่ระบบปกติ

 

          เขาบอกว่า หากเป็นไปได้ อยากเสนอแนวทางการอภัยโทษให้ได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ เพราะกลุ่มที่ต่อสู้ด้วยอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนประมาณ 3,000 คน หรือ 20 % ไม่ใช่อาชญากรโดยสันดาน ถ้าสามารถทำให้พวกเขาเข้าใจในแนวทางที่ชัดเจนของรัฐ  เขาก็พร้อมจะออกมาสู้ตามระบบ

          "ที่ผ่านมาผู้นำระดับผู้พันของกลุ่มบีอาร์เอ็น คาบิเนต  ออกมารับสมัครเลือกตั้งหลายคน ขณะที่หลายคนก็อยากออกมาแต่ออกมาไม่ได้ เพราะไม่อยากถูกมองเป็นคนทรยศผิดคำสาบาน บางคนถึงขนาดแจ้งเบาะแสให้เราเข้าไปจับกุมเพื่อจะเป็นข้ออ้างในการกลับมาใช้ชีวิตปกติ"

          ทั้งนี้ การอภัยโทษให้กับกลุ่มที่ก่อคดีความมั่นคง เป็นทางออกที่ควรพิจารณาดำเนินการ เช่นเดียวกับที่เคยอภัยโทษให้กับผกค. ในกรณีที่มีความสูญเสียก็ต้องเยียวยาผู้เสียหายทั้งหมด รวมทั้งผู้ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหารวมทั้งนักโทษคดีความมั่นคงที่ยังถูกขังอยู่ในคุก

          อย่างไรก็ตาม สำหรับพวกที่ก่อเหตุโดยใช้วิธีโหดร้าย เช่น ฆ่าตัดคอไม่อยู่ในข่ายสมควรได้รับการอภัยโทษ ดังนั้น จึงต้องมีกระบวนการคัดกรองในรูปแบบคณะกรรมการ เพื่อไม่ให้การอภัยโทษเป็นการฟอกตัวให้ผู้ต้องหาคดีร้ายแรง แต่ปัญหาคือ กลุ่มผู้ก่อเหตุรู้จุดอ่อนของรัฐบาลว่า หากการแก้ไขปัญหากำลังจะเดินหน้าไปได้ดี เขาก็จะ ยิงครู ยิงพระ วางระเบิด เพื่อโหมกระแสความรุนแรงขึ้นมาให้เป็นข่าวอีก

          สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ หลังพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล แม่ทัพภาค 4 เปิดใจว่า เขาเป็นข้าราชการ เราทำงานตามหน้าที่

          "ถ้าเขาย้าย ผมก็ไป แต่ในเรื่องนโยบายจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมมั่นใจว่า คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"

 

ค้าน โมเดล "นครรัฐปัตตานี" ยืนยัน ชาวบ้านพื้นที่ไม่เอา

 

          พล.ท.อุดมชัย ยังกล่าวถึงโมเดลนครรัฐปัตตานี ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยว่า ถ้าไปถามคนในพื้นที่จริง ๆ คงมีเฉพาะนักวิชาการที่เห็นด้วย แต่ชาวบ้านเขาไม่เอาด้วย

          "ลองไปถามความเห็นจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ดูก็ได้ว่าเขาต้องการแบบไหน เรื่องนี้หากจะทำจริง ๆ ยังต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ