ข่าว

ย้อนคดีภาษี "โอ๊ค-เอม"

ย้อนคดีภาษี "โอ๊ค-เอม"

12 ส.ค. 2554

คดีภาษี "โอ๊ค-เอม" ส่อตกเป็นเหยื่อการเมือง กรมสรรพากร สั่งไม่อุทธรณ์คดีและคืนทรัพย์สินอายัดช่วงรัฐบาล "ปู" เข้าทางปืน

ดูเหมือนข่าว กรมสรรพากร จะไม่อุทธรณ์คดีภาษีโอ๊ค-เอม อีกต่อไป แถมยังได้ "คืนเงินสดประมาณ 200 ล้านบาท และทรัพย์สินที่เป็นที่ดินและหลักทรัพย์อีกประมาณ 1,000 ล้านบาท ที่เคยอายัดไว้ ให้กับนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว" (ประชาชาติธุรกิจ ออนไลน์ 8 สิงหาคม 2554)


 เป็นอีกหนึ่ง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่พุ่งเข้าหา ทั้งกรมสรรพากร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  
 ทั้งนี้เนื่องจากนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา มีชื่อปรากฏว่า เป็นกรรมการบริษัท แอมเพิลริชฯ และดำเนินการซื้อหุ้นของบริษัท ชินคอร์ปฯ จากบริษัท แอมเพิลริชฯ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 จำนวนคนละ 164.6 ล้านหุ้น รวม 329.2 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท ก่อนที่จะขายหุ้นจำนวนดังกล่าวให้แก่ บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้ง ของสิงคโปร์ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท พร้อมกับหุ้นชินคอร์ปทั้งหมดของตระกูลชินวัตร


 กระทั่งมีการตรวจสอบจาก คตส. เห็นว่า นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ต้องนำเงินได้จากประโยชน์ที่ได้จากการซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำกว่าราคาตลาดจำนวน 15,883.9 ล้านบาท ไปรวมคำนวณเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร และชำระภาษีอากรประจำปีภาษี 2549 ซึ่ง คตส.ได้ ส่งเรื่องให้กรมสรรพากรติดตามการเสียภาษีเงินได้ปีภาษี 2549 ดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2550"  (มติชน ออนไลน์ 30 ธันวาคม 2553)


 แต่ปรากฏว่า บุคคลทั้งสองไม่ได้นำเงินได้ดังกล่าวมารวมชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด (สิ้นเดือนมีนาคม 2550)


 และช่วงที่กำลังเรียกเก็บภาษีอยู่นั้น กรมสรรพากร ได้สั่งอายัดหุ้นบริษัทต่างๆ จำนวน 7 บริษัทของคนทั้งสอง  เนื่องจากกรมสรรพากรประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากบุคคลทั้งสองจำนวน 11,809,294,773 บาท


 ต่อมาบุคคลทั้งสองอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษีดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2550 และขอทุเลาการเสียภาษีอากรในขณะอุทธรณ์ไว้ด้วย ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ปี จึงมีมติให้ยกคำร้องของบุคคลทั้งสอง


 กระทั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง มีคำตัดสินว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริงในบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา จึงทำเรื่องขอให้กรมสรรพากร ถอนการอายัดทรัพย์สิน แต่สรรพากรไม่ได้ดำเนินการตามที่ร้องขอ ทำให้ทั้งสองได้ไปยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง


 ก่อนที่ศาลภาษีอากรกลางจะวินิจฉัย ว่า พานทองแท้ และ พิณทองทา ไม่ใช่เจ้าของหุ้นตัวจริง แต่หุ้นที่บุคคลทั้งสองครอบครองอยู่ในช่วงเวลานั้น เป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร โดยยึดตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง ที่ตัดสินไว้


 ประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัย ก็เพราะนานหลายเดือน กว่ากรมสรรพากร จะตัดสินใจเรื่องนี้ออกมา และทำไมต้องทำในช่วงนี้???