ราชินีทรงห่วงป่าถูกทำลายทำน้ำท่วม
"พระราชินี" ตรัส "ในหลวงทรงสบายดีทรงงานมากขึ้น" ชมคนไทยไม่ทอดทิ้งกันยามวิกฤติ ทรงเสียพระราชหฤทัยเหตุการณ์ทหารกล้าเสียชีวิตจาก ฮ.ตกห่วงป่าถูกทำลายเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วม
เมื่อเวลา 17.05น.วันที่ 11 สิงหาคม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2554 พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ในเวลา 17.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2554
จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำรัสตอบ "ข้าพเจ้า ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี และผู้แทนของข้าราชการทุกหมู่เหล่า ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน รวมทั้งผู้แทนของสภาฯ สมาคม องค์กรต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนบ้านเมืองของเราให้เจริญก้าวหน้า รวมทั้งนิสิต นักศึกษา และประชาชนจำนวน 15,304 คน ที่มาชุมนุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ เพื่ออวยพรวันเกิดให้แก่ข้าพเจ้า ซึ่งมีอายุครบ 79 ปี ไม่ใช่น้อย ท่านทั้งหลายก็เป็นกำลังใจให้มาก
ขอขอบคุณผู้ที่ส่งจดหมาย และคำประพันธ์จำนวนมาก ไปอวยพรข้าพเจ้า ขอขอบคุณหน่วยงาน และบริษัท ห้างร้านหลายแห่ง ที่ส่งคำอวยพรผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ บางหน่วยงานบำเพ็ญสาธารณะกุศล หรือบำเพ็ญประโยชน์แก่บ้านเมืองเพื่อข้าพเจ้า เช่น โรงพยาบาลที่จัดทำโครงการช่วยชีวิตคนไข้เป็นจำนวนมาก
หน่วยงานที่จัดพิธีอุปสมบทพระภิกษุ และบรรพชาสามเณร หรือจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้ด้อยโอกาส เพื่อเป็นกุศลแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ได้รับทราบหมดแล้ว ด้วยความขอบคุณ และซาบซึ้งใจยิ่ง อีกทั้งในวันนี้ ยังมีผู้ใจบุญที่ทราบว่ามีประชาชนเดินทางมาอวยพรแก่ข้าพเจ้านับหมื่นคน จึงขอมีส่วนช่วยดูแลประชาชน โดยจัดส่งอาหาร และเครื่องดื่มนานาชนิดมาให้จนไม่อาจกล่าวถึงได้ครบถ้วน ข้าพเจ้าซาบซึ้ง ขอขอบคุณในน้ำใจไมตรีของทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยเช่นกัน
พระราชินีตรัส"ในหลวงทรงสบายดีขึ้นมาก"
สำหรับผู้ที่ส่งดอกไม้และสิ่งของต่างๆ มาถวาย เพื่อเป็นกำลังพระทัยแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประจำทุกวันที่โรงพยาบาลศิริราช ข้าพเจ้าขอแจ้งว่า ขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสบายขึ้นมากแล้ว เพียงแต่แพทย์ยังแนะนำให้ทรงทำกายภาพบำบัดต่อไป เพื่อให้ทรงพระดำเนินได้แข็งแรง พระองค์ท่านทรงงานได้เพิ่มขึ้น ทรงติดตามโครงการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะนี้ ที่มีฝนตกหนัก เพราะเป็นหน้าฝน เกิดปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือ และภาคอีสาน ก็ทรงเป็นห่วงมาก ได้พระราชทานสิ่งของไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมหลายแห่ง และทรงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมปรึกษาหารือถึงแนวทางที่จะช่วยเหลือประชาชน
ส่วนการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าโดยเร่งด่วนนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นหน่วยราชการ ทหาร ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน และองค์กรกุศลต่างๆ ได้ออกไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ทำให้ข้าพเจ้าซาบซึ้งใจมาก ว่าคนไทยไม่เคยทอดทิ้งกันในยามทุกข์ยากเลย ไม่ว่าจะเป็นยามเกิดภัยแล้ง หรือน้ำท่วมก็ตาม
เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยดูแลราษฎรในพื้นที่ของตนเองอย่างสุดชีวิต จนบางครั้งเกิดเรื่องเศร้าสลดใจขึ้น เช่น เมื่อคราวน้ำท่วม จ.สงขลา วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 เราต้องสูญเสีย ร.ต.วัชรัตน์ บุญฤทธิ์ ปลัดอำเภอจะนะ จ.สงขลา ไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีก 1 ท่าน เพราะถูกน้ำพัดไประหว่างออกไปช่วยเหลือประชาชน
ทรงขอบคุณทุกภาคส่วนจัดพระราชพิธีพระศพเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ
ทุกวันที่ 11 สิงหาคม ที่ท่านทั้งหลายมาชุมนุมกันเพื่ออวยพรวันเกิดให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะมีโอกาสเล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรให้ท่านทั้งหลายฟังครั้งหนึ่ง ซึ่งมีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งบางเรื่องที่นำมาเล่าซ้ำ เพราะตั้งใจที่จะเตือนความทรงจำของท่านทั้งหลายด้วย เรื่องแรกเป็นเรื่องโศกเศร้าของบ้านเมือง คือการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาองค์เดียวของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ พระองค์นี้ ทรงพระเมตตากรุณาต่อประชาชนชาวไทยมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ข้าพเจ้าจึงขอขอบคุณรัฐบาลที่จะจัดงานพระศพอย่างสมพระเกียรติยศ และขอขอบคุณหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั้งหลาย ที่ทยอยกันไปถวายบังคม และฟังสวดพระอภิธรรมในงานพระศพอย่างไม่ขาดสาย
ทรงเสียพระราชหฤทัยฮ.กองทัพบกตก
ข่าวเศร้าอีกข่าวหนึ่ง ก็เป็นข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นในเดือนที่แล้วเช่นเดียวกัน คือข่าวเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกตกในบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถึง 3 ลำ สูญเสียกำลังพลไป 16 นาย และช่างภาพโทรทัศน์ช่อง 5 อีก 1 นาย ข้าพเจ้าเศร้าเสียใจและรู้สึกเห็นใจครอบครัวของผู้สูญเสียทั้ง 17 รายนี้อย่างยิ่ง ผู้สูญเสียทุกคนล้วนอยู่ในวัยที่เป็นกำลังแข็งแกร่งของประเทศชาติ หลายคนมีลูกเล็กๆ ที่ยังไร้เดียงสา ซึ่งจากนี้ผู้เป็นแม่ก็คงต้องรับหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ต่อไปให้ดีที่สุด แต่กรณีนี้เข้าใจว่าทางราชการคงดูแลครอบครัวของบุคคลเหล่านี้อย่างเต็มที่ เพราะทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อันสืบเนื่องมาแต่ภารกิจปกป้องผืนป่าของประเทศไทย ชาวไทยทั้งหลายจึงควรระลึกถึงความดีของท่าน และร่วมกันปกป้องผืนป่าไว้ให้คงอยู่ต่อไป อย่าให้สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ต้องเป็นความสูญเปล่า
ข้าพเจ้าได้ติดตามข่าวนี้มาโดยตลอด ทราบว่าเจ้าหน้าที่ที่เดินป่าเข้าไปลำเลียงผู้เสียชีวิตออกมานั้น ทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อยและยากลำบากแสนสาหัส ต้องทำงานแข่งกับเวลาที่จะมืดค่ำลงในป่าที่รกทึบ ชื้นแฉะ และมีฝนตกตลอดเวลา อากาศก็หนาวเย็น ยังเต็มไปด้วยทากและฝูงแมลงที่มาเกาะกินเลือดทั่วร่างกาย ชาวไทยทุกคนที่ติดตามข่าวนี้ก็คงเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่ทุกท่านเช่นเดียวกับข้าพเจ้า พอทราบว่าทุกท่านออกจากป่ามาได้โดยปลอดภัย ก็รู้สึกโล่งใจและซาบซึ้งในความเสียสละของทุกท่าน ข้าพเจ้าคิดว่าบุญกุศลที่ท่านลำบากตรากตรำไปนำผู้เสียชีวิตออกมาคืนสู่ครอบครัวของเขา คงเป็นอานิสงส์ส่งให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ตลอดจนมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานต่อไปอย่างแน่นอน
โครงการหลวงช่วยชาวเขาช่วยตัวเองได้
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ม.จ.ภีศเดช รัชนี ได้เชิญให้ข้าพเจ้าไปเปิดงานโครงการหลวงครบรอบปีที่ 42 ที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โครงการหลวงเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น ตั้งแต่ พ.ศ.2512 โดยมี ม.จ.ภีศเดช รัชนี สนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง ในการดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัคร และหน่วยงานต่างๆ ต่อมารัฐบาลได้ให้การสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่ง จากนั้นองค์กร ประเทศ และรัฐบาลต่างประเทศ ที่สนใจเข้ามาดูงาน ก็ให้การสนับสนุนเพิ่มเติม ก่อนที่จะเป็นโครงการหลวงนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯ ไปตามดอยต่างๆ ไม่ทราบว่ากี่ร้อยครั้ง ลงจากรถพระที่นั่ง หรือเฮลิคอปเตอร์ แล้วก็ต้องทรงพระดำเนินต่อไปอีกหลายกิโลเมตร พระราชประสงค์ที่ทรงจัดตั้งโครงการหลวงก็เพื่อที่จะช่วยชาวไทยภูเขาให้เขาสามารถช่วยตนเองได้ ในการเลี้ยงชีพ ปลูกพืชที่มีประโยชน์ เช่น พืช ผัก ผลไม้ และไม้ดอกเมืองหนาวมากกว่า 200 ชนิด ทดแทนการปลูกพืชเสพติด ช่วยสร้างรายได้ให้ชาวไทยภูเขา สามารถเลี้ยงครอบครัวของเขาได้ดีกว่าแต่ก่อน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นอกจากนั้น โครงการหลวงยังช่วยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รับสั่งว่า ถ้าเราช่วยชาวไทยภูเขาให้อยู่ดีกินดี โดยไม่ต้องปลูกพืชเสพติด เท่ากับช่วยบ้านเมืองของเราให้ปลอดภัยได้ทั่วประเทศ และได้รักษาป่าไม้ รักษาดินให้เป็นประโยชน์ต่อไป ซึ่งประโยชน์อันนี้จะยั่งยืนมาก
ขณะนี้ โครงการหลวงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่มีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ นิยมไปท่องเที่ยว และพักผ่อนจำนวนมากทุกปี ผลงานของโครงการหลวงเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก หลายประเทศมาขอรับคำแนะนำ จนกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่สูงให้แก่หลายประเทศไปแล้ว นอกจากโครงการหลวงแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยังทรงมีโครงการพระราชดำริอีกมากมาย โครงการทั่วประเทศ ซึ่งข้าพเจ้าขอกล่าวอย่างกว้างๆ พอให้ท่านทั้งหลายทราบว่า พระองค์ท่านทรงห่วงใยประชาชนทุกภูมิภาคโดยเท่าเทียมกัน และการที่พระองค์เสด็จไปในพื้นที่ทุรกันดารด้วยพระองค์เอง ทำให้ทรงเข้าถึงปัญหาของแต่ละพื้นที่ และหาวิธีแก้ไขได้ตรงจุด
ทั้งนี้ทรงเชิญนักวิชาการต่างๆ มาร่วมปรึกษาหารือและช่วยดำเนินโครงการต่างๆ โครงการพระราชดำริโครงการแรกเกิดที่ภาคกลาง โดยทรงเริ่มโครงการอ่างเก็บน้ำที่เขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ พ.ศ.2506 เพื่อช่วยชาวบ้านเขาเต่าที่ขาดแคลนน้ำ ระหว่างประทับที่วังไกลกังวล ทรงพบว่า ปัญหาของพื้นที่ใน จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ คือ ดินเป็นทราย ปลูกพืชไม่ค่อยขึ้น จึงทรงริเริ่มโครงการเกษตรขึ้น เช่น ที่หุบกระพง และดอนขุนห้วย ต่อมาทรงตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบุรี เพื่อทดลองการปรับปรุงบำรุงดิน และมีการสร้างอ่างเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ด้วย
เมื่อไม่กี่ปีนี้ก็โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ จ.ลพบุรี และเขื่อนขุนด่านปราการชล ที่ จ.นครนายก เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม ให้กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ราบสูง ขาดแคลนน้ำและสภาพดินเป็นดินทรายแห้งแล้ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอ่างเก็บน้ำ พร้อมคลองส่งน้ำขึ้นหลายแห่ง ต่อมาทรงสร้างศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การรักษา และฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำลำธาร และการบำรุงดิน เป็นต้น
ที่ภาคใต้ เฉพาะอย่างยิ่งที่ จ.นราธิวาส พระองค์ท่านประทับเรือไปในเขตพรุ ซึ่งมีพื้นที่มหาศาล น้ำในพรุนั้น มองดูใสสะอาด แม้แต่วัวยังหลงไปกิน และปากก็เปื่อยเป็นแผลนาน เพราะน้ำนั้นมีฤทธิ์เป็นกรด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงสั่งให้เตรียมขวดน้ำ และทรงตักน้ำด้วยพระองค์เอง เพื่อนำน้ำมาให้กรมชลประทานทดสอบคุณภาพ
พระองค์ท่านมีพระราชประสงค์ จะทรงเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวในภาคใต้ โดยทรงมีพระราชดำริว่า พื้นที่ตามขอบพรุนั้น น่าจะปรับปรุงให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกได้ จึงทรงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหลายหน่วยงาน เช่น กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร เป็นต้น เพื่อให้ขุดคลองระบายน้ำในพรุออก โดยให้มีประตูระบายน้ำ เพื่อควบคุมระดับน้ำในพรุ และพระราชทานคำแนะนำในการแก้ปัญหาดินเปรี้ยว จนสามารถปรับปรุงที่นาที่ถูกทิ้งมาถึง 20-30 ปี ให้นำมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าแสนไร่ เช่น ที่นราธิวาสได้ 20,000 กว่าไร่ นครศรีธรรมราช 20,000 กว่าไร่ ปัตตานี 10,000 กว่าไร่ เป็นต้น แต่เดิมชาวบ้านปลูกข้าวได้แค่ไร่ละ 4-5 ถัง เดี๋ยวนี้เพิ่มเป็น 50 ถังแล้ว และยังปลูกพืชผักผลไม้ได้อีกหลายชนิด รวมทั้งเลี้ยงสัตว์ด้วย ซึ่งชาวบ้านกราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ทรงทำชิ้นนี้ในเขตพรุต่อไปอีก ก็รับสั่งว่า ข้าทำให้พื้นที่พรุแห้ง เพิ่มมากเกินไปในที่ใกล้ๆ กันนี้ อาจจะเกิดไฟลุกขึ้นในพรุซึ่งจะเป็นอันตรายได้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามงานทุกโครงการโดยตลอด และทรงงานละเอียดมากทุกอย่าง ภาพที่คุ้นตาประชาชนคือ ภาพที่ทรงถือแผนที่ที่ติดพระองค์เป็นประจำ แม้เวลาประทับบนเฮลิคอปเตอร์ หรือเวลาที่ทรงขับรถยนต์พระที่นั่ง จะทรงวางแผนที่ไว้ข้างพระองค์ และทอดพระเนตรสภาพพื้นที่จริงเทียบกับแผนที่ และทรงซักถามชาวบ้านถึงชื่อหมู่บ้าน ถนน แม่น้ำลำคลอง ทรงทำเครื่องหมายไว้ และเพิ่มเติมข้อมูลใหม่ลงไปเสมอ ในห้องทรงงานที่พระตำหนักทุกแห่ง จะมีแผนที่ประเทศไทยขนาดใหญ่ติดผนังห้องไว้ ทำให้ทุกพื้นที่ในประเทศไทยอยู่ในสายพระเนตรตลอดเวลา
ธนาคารข้าวเป็นโครงการหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำริให้ตั้งขึ้น เพื่อให้ราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนมาขอยืมข้าวได้ เมื่อทำนาและมีข้าวเหลือจะนำมาใช้คืน โดยให้ชาวบ้านดูแลจัดการกันเอง ในเวลาต่อมาเมื่อข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเยี่ยมราษฎรพื้นที่ภาคเหนือแทนพระองค์ ข้าพเจ้าได้ยึดถือแนวทางที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจัดตั้งโครงการช่วยเหลือชาวไทยภูเขามาเป็นต้นแบบ โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อนุญาตให้ใช้พื้นที่ที่ถูกแผ้วถางจนโล่งเตียนหมดแล้ว จัดตั้งเป็นสถานีเกษตรที่สูง เพื่อช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้หยุดการทำไร่เลื่อนลอย และเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่เคยใช้ปลูกพืชเสพติด มาเป็นแปลงเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว และจัดตั้งฟาร์มตัวอย่างขึ้นในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน เป็นต้น
ทรงเป็นห่วงป่าถูกทำลายเป็นสาเหตุให้น้ำท่วม
บางพื้นที่จัดทำเป็นโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เพื่อช่วยอนุรักษ์ป่าไม้ มีหลายพื้นที่ที่ราษฎรได้ตระหนักถึงภัยธรรมชาติ ที่เคยเกิดขึ้นจากการที่ป่าส่วนมากถูกทำลาย จนเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และแผ่นดินถล่มลงมาทับถมบ้านเรือน ในยามที่เกิดพายุและฝนตกหนัก ราษฎรจึงได้ช่วยกันปลูกป่า และคืนผืนป่าให้แก่ทางราชการ ดังตัวอย่างเช่นที่ดอยอมพาย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และที่บ้านกอก-บ้านจูน อ.ปัว จ.น่าน ราษฎรได้คืนผืนป่าให้ทางราชการเป็นจำนวนหลายพันไร่ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ บ้านห้วยหญ้าไทร อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ก็สามารถช่วยฟื้นฟูสภาพป่าได้นับหมื่นไร่เช่นเดียวกัน
ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้าพเจ้าได้ขอความร่วมมือจากหน่วยทหารในพื้นที่ หน่วยทหารพัฒนาของกองทัพไทย และส่วนราชการต่างๆ จัดตั้งโครงการป่ารักน้ำ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ฟาร์มตัวอย่าง และฝึกราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าต้นน้ำลำธาร ให้กลับฟื้นคืนสภาพเป็นป่าที่สมบูรณ์ดังเดิม ทั้งนี้ก็เพื่อให้ป่าไม้เป็นแหล่งดูดซับน้ำ และช่วยชะลอการไหลของน้ำ มิให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ดังที่เป็นข่าวในปัจจุบัน
เมื่อครั้งที่ภาคกลางเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ทำให้ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของราษฎรได้รับความเสียหายหนัก โดยเฉพาะที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี ข้าพเจ้าได้ปรึกษา พล.อ.ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ ขอให้ไปหาที่จัดตั้งฟาร์มตัวอย่างขึ้นที่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี อ.แสวงหา จ.อ่างทอง และ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยให้ราษฎรมีงานทำ ได้แก่ การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และงานศิลปาชีพ เป็นการทำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่เคยมีพระราชปรารภกับข้าพเจ้าว่า การแจกของในยามที่ราษฎรประสบภัยพิบัติต่างๆ เป็นการช่วยเหลือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เพียงชั่วเวลาสั้นๆ มิใช่การแก้ปัญหาอย่างถาวร การแก้ปัญหาอย่างถาวรต้องช่วยให้ราษฎรมีอาชีพ มีงานทำอย่างถาวร จึงจะเรียกว่าเป็นการช่วยที่ยั่งยืน
ดังนั้น โครงการฟาร์มตัวอย่าง และโครงการศิลปาชีพ จึงเป็นการช่วยให้ราษฎรมีอาชีพยั่งยืนตามแนวพระราชดำรินั่นเอง สำหรับงานศิลปาชีพ เป็นงานที่ข้าพเจ้าภูมิใจมาก เพราะว่าเป็นงานที่ทำให้ข้าพเจ้าทราบว่าคนไทยของเราเก่ง มีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ หรือมีอาชีพใด อยู่สารทิศใด คนไทยเรามีความละเอียดอ่อนและฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้ ดังผลงานที่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งข้าพเจ้าได้ให้นำมาจัดแสดงไว้ให้ประชาชนและชาวต่างชาติชม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ผลงานอย่างนี้เป็นผลงานชั้นเลิศที่ถือได้ว่าเป็นสมบัติของแผ่นดิน ชาวต่างชาติต่างๆ ซึ่งเป็นแขกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และข้าพเจ้า ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชม ต่างก็แสดงความคิดเห็นว่า ผลงานทุกชิ้นที่แสดงอยู่ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นฝีมือของศิลปินชั้นเอกของโลก ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นฝีมือของลูกหลานชาวนา ชาวไร่ อันนี้เป็นความจริง คนไทยเราเก่งจริงๆ
ทรงมีความหวังการแสดงโขนไม่สูญหาย
ต่อไปก็เป็นเรื่องโขน เรื่องต่อเป็นเรื่องการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย ทราบว่าท่านทั้งหลายในทีนี้อาจได้ไปชมโขนชุดศึกมัยราพ ปีนี้จัดแสดงต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 15-31 กรกฎาคม และยังได้เพิ่มรอบการแสดงต่อไป จนถึงวันที่ 7 สิงหาคม เพิ่งลาโรงไปไม่กี่วันนี้เอง การจัดแสดงโขนไม่ใช่เรื่องง่าย คณะครูผู้เชี่ยวชาญการโขน ศิลปินแห่งชาติ ผู้แสดง และผู้จัดการแสดง ต่างก็ทุ่มเทฝีมือ ความคิด และแรงกายแรงใจ อย่างสุดกำลัง ทำให้โขนออกมาสนุก ตื่นเต้นและสวยงามมาก มีฉากที่สร้างอย่างยิ่งใหญ่ เป็นที่ประทับใจคนดู เช่น ฉากหนุมานอมพระพลา เป็นต้นทุกครั้งที่จัดการแสดงโขน คณะกรรมการจะคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่มาเป็นผู้สร้างร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มาฝึกฝนศิลปะการแสดงชั้นยอดของไทยจากปรมาจารย์โดยตรง เมืองไทยจะได้มีนักแสดงฝีมือดี สืบทอดวิชาต่อไป
ขณะเดียวกัน ต้องมีการจัดสร้างเครื่องแต่งกาย และฉากใหม่ๆ ทำให้ได้ช่างฝีมือหลายประเทศ ประเทศที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นตามลำดับ รวมทั้งวงดนตรีปี่พาทย์ ผู้ขับร้อง และผู้พากย์บทด้วยกัน ขณะนี้จึงพอมีความหวังแล้วว่าโขนซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชิ้นเอกของไทยคงไม่สูญหายไป เพื่อนของข้าพเจ้าซึ่งเป็นชาวอเมริกันได้ไปดูโขน และแสดงความตื่นเต้นอย่างมาก ซึ่งเป็นผู้ชาย และบอกว่า โขนน่าจะลองนำไปแสดงที่ลอสแองเจลิสบ้าง เพราะเชื่อว่า คนต่างประเทศจะชื่นชมมาก เป็นศิลปะที่เก่าแก่ งดงาม
ข้าพเจ้าปลื้มใจมาก ที่ทราบว่ามีผู้เข้าชมมากมายจากทั่วประเทศ เสียงชื่นชมทุกสารทิศที่ว่า โขนชุดนี้จัดได้ดีมาก เป็นที่ประทับใจผู้ชมทุกเพศ ทุกวัย ทำให้ข้าพเจ้า และคณะผู้จัดมีกำลังใจยิ่งขึ้นที่จะจัดโขนชุดต่อไปในปีหน้า
ตรัสถึงการสร้างพระพุทธรูปแห่งบามิยัน
ต่อไป ข้าพเจ้าขอแจ้งให้ทราบถึงโครงการจัดสร้างพระพุทธเมตตาประชาไทย ไตรโลกนาถ คันธารราษฎร์อนุสรณ์ วัดทิพย์สุคนธาราม อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี โครงการนี้เกิดจากความริเริ่มของเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ซึ่งเมื่อวันวิสาขบูชาปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้ไปทำบุญฟังเทศน์ ที่วัดชนะสงคราม สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ท่านได้ปรารภกับข้าพเจ้าเรื่องความตั้งใจที่จะสร้างพระพุทธรูปองค์สำคัญขึ้น
วัตถุประสงค์คือ เพื่อเป็นศูนย์รวมความเคารพของพุทธศาสนิกชนอีกแห่งหนึ่ง และเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งถูกระเบิดทำลายไป เป็นข่าวใหญ่สะเทือนใจชาวพุทธทั่วโลกเมื่อหลายปีก่อน รวมทั้งเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา กับเพื่อเป็นเกียรติแก่ข้าพเจ้าที่จะมีอายุ 80 ไปในปีหน้า แหม รีบบอก เพิ่งจะ 79 ปีนี้ บอก 80 เมื่อข้าพเจ้าได้ทราบ ข้าพเจ้าก็รับปากกับเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ว่า ข้าพเจ้าจะขอร่วมทำบุญ และจะพยายามสนับสนุนโครงการนี้ ให้ดำเนินไปจนสำเร็จ
บัดนี้ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ท่านได้มรณภาพแล้ว เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง ข้าพเจ้าจึงรับเป็นผู้อุปถัมภ์โครงการ และปวารณาว่า จะดำเนินการให้ลุล่วงดั่งความตั้งใจของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ผู้เป็นพระเถรชั้นผู้ใหญ่ และมีอุปการะคุณแก่คณะสงฆ์ไทย และพุทธศาสนิกชนอย่างยิ่ง พระพุทธรูปองค์นี้
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ท่านเป็นผู้ออกแบบ ดูแลแก้ไข และเลือกทำเลที่จะประดิษฐานด้วย ตามแบบเป็นพระพุทธรูปปางคันธารราษฎร์ หรือที่เรียกว่า ปางขอฝน หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ จะสูง 32 เมตร ซึ่งแทนความหมายถึงอาการแห่งกายครบ 32 ประการของมนุษย์ ยืนบนฐานที่สูงประมาณ 8 เมตร มีพุทธลักษณะงามมาก สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ตั้งชื่อว่า "พระพุทธเมตตาประชาไทย ไตรโลกนาถ คันธารราษฎร์อนุสรณ์" มีความหมาย 3 ประการคือ 1 เป็นพระพุทธรูป ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทย และชาวโลก และเป็นพระพุทธรูป ซึ่งเป็นที่พึ่งของสามโลก ได้แก่ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก 3 เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้น เพื่อระลึกถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน
ก่อนที่พระพุทธรูปใหญ่แห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน จะถูกระเบิดทำลาย ประชาชนทั้งโลก ทั้งศาสนาพุทธ หรือไม่ใช่พุทธศาสนา ต่างก็ขอร้องไปที่ประเทศอัฟกานิสถานว่า ขออย่าให้ระเบิดท่านเลย พระพุทธรูปแห่งบามิยัน เพราะท่านอายุตั้ง 2,000 ปีแล้ว อย่าระเบิดเลย แต่เขาก็ระเบิดอยู่ดี เพราะฉะนั้น สมเด็จท่านเลยคิดว่า ชาวไทยพุทธต้องช่วยกันสร้างพระพุทธรูปนี้ขึ้นแทน จากองค์ที่ถูกระเบิดไปที่ประเทศอัฟกานิสถาน โครงการนี้ ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี จึงจะแล้วเสร็จ ที่ข้าพเจ้านำมาเล่าให้ท่านทั้งหลายฟัง ก็เพื่อจะบอกกล่าวแก่พุทธศาสนิกชนได้ทราบโดยทั่วกันว่า บ้านเมืองเรากำลังจะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาก เกิดขึ้นในเวลาไม่ช้า ไม่นานนี้
เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าอยากขอความร่วมมืออย่างจริงจังจากรัฐบาล และคนไทยทั้งชาติ นั่นคือการแก้ปัญหายาเสพติด ที่บ่อนทำลายสังคมไทยมาหลายสิบปี และนับวันแต่จะรุนแรงขึ้น สมัยก่อนชาวไทยภูเขาเคยปลูกฝิ่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอุตส่าห์อาบเหงื่อต่างน้ำ ตั้งโครงการหลวงขึ้นมาแก้ไข ชวนชาวไทยภูเขาให้หันมาปลูกพืชเมืองหนาวแทน จนขณะนี้ พวกเขาเลิกปลูกฝิ่นไปแล้ว พืชเมืองหนาวทำรายได้ดีกว่ามาก
ทรงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนแก้ปัญหายาเสพติด
ข้าพเจ้าก็นึกว่าจะเบาใจเรื่องยาเสพติดไปได้ ที่ไหนได้ กลับมีผู้ใช้ประเทศไทย เป็นทางผ่านของยาเสพติด และยังมีผู้ลักลอบผลิตอีกด้วย โดยเฉพาะชนิดที่แพร่ได้เร็วยิ่งกว่าเชื้อโรคคือ ยาบ้า เพราะสารตั้งต้นในการผลิตยาบ้าหาได้ง่าย ผลก็คือ คนไทยตกเป็นทาสยาบ้าแล้วล้านๆ คน ทุกคนมีสุขภาพทรุดโทรม ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญาเสื่อมถอย ยาบ้าและยาเสพติดทั้งหลาย กำลังทำลายสังคมไทยอย่างน่ากลัว
ข้าพเจ้าไม่สบายใจเลย ที่มีข่าวว่ายาบ้ามีขายทุกตรอกซอกซอย แม้กระทั่งในโรงเรียน หรือในวัด ผู้ผลิตยาเสพติด และผู้ขายกำลังทำตัวเป็นฆาตกร ฆ่าลูกหลานไทยอย่างเยือกเย็น น่าเป็นห่วงเหลือเกิน เมื่อ พ.ศ.2546 ข้าพเจ้าได้เคยมอบเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหายาเสพติด ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้นำเงินนี้ไปสมทบกับงบประมาณของสำนักงาน จัดตั้งเป็นกองทุนต่อต้านยาเสพติดขึ้น โดยขอใช้ชื่อว่า กองทุนแม่ของแผ่นดิน มอบให้หมู่บ้านที่เข้าร่วมการแก้ปัญหายาเสพติดในปี พ.ศ.2547 จำนวน 672 หมู่บ้าน
จากนั้นรัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ได้นำไปขยายผลจัดตั้งหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินขึ้นทั่วประเทศ เวลานี้มีหมู่บ้านเปล่าๆ เข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 12,189 หมู่บ้าน และรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ ได้จัดงานหาเงินสมทบทุนโครงการนี้ ได้เป็นเงินประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ข้าพเจ้าได้มอบเงินดังกล่าว แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด สำหรับนำไปดำเนินการโครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน
ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่า รัฐบาลต่อไปจะสานต่อโครงการนี้ อนึ่งถ้าสังคมไทยปล่อยให้รัฐบาลทำงานฝ่ายเดียวคงไม่สำเร็จ คนไทยทุกคนต้องผนึกกำลังมาช่วยกัน โดยเริ่มจากคนในครอบครัวก่อน ต่อจากนั้นคือ คนในสังคมทั้งหมดต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้แก่กันและกัน ควรต่อต้านและประณามผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติด รวมทั้งแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ทำไมปล่อยให้ลูกหลานติดยา โดยไม่พาไปรักษา ท่านต้องให้เวลา และกำลังใจในการฟื้นฟูลูกหลานที่ติดยา เพื่อให้เขากลับคืนมาเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม และเป็นกำลังของครอบครัวต่อไป
ทรงเป็นห่วงพระภาคใต้ถูกสังหารขณะบิณฑบาต
มีอีกเรื่อง ข้าพเจ้ามีเรื่องอยากจะขอปรึกษาท่านทั้งหลาย ที่มีใจเมตตามาในงานของข้าพเจ้าในวันนี้ เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางภาคใต้ ที่ข้าพเจ้าทราบมาว่า มีผู้ก่อความไม่สงบลอบทำร้ายพระสงฆ์ขณะออกบิณฑบาตตามท้องถนน เป็นเหตุให้พระสงฆ์มรณภาพไปหลายรูป บางรูปทุพพลภาพ ต้องลาสิกขาบทจากสมณเพศ ความจริงการบิณฑบาตของพระสงฆ์ ถือเป็นการปฏิบัติกิจทางศาสนาตามพุทธบัญญัติ และเป็นประเพณีของชาวพุทธที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณกาล
ในอดีตที่ผ่านมา ไม่เคยมีประวัติการทำร้ายพระสงฆ์ในขณะออกบิณฑบาต เพราะพระสงฆ์ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมแต่อย่างใด การทำบุญใส่บาตรเป็นไปด้วยความสมัครใจ เมื่อมีเหตุการณ์ทำร้ายพระสงฆ์เกิดขึ้น ทำให้ข้าพเจ้าตกใจและรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเรามองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของบ้านเรา ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีพวกมิชชันนารี นิกายศาสนาต่างๆ คาทอลิกโปรเตสแตนต์ เข้ามาชักชวนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอให้พระองค์ทรงเข้ารีตนับถือศาสนาคริสต์ ก็ทรงรับฟัง และทรงพระเมตตาพระราชทานที่ดินให้จัดสร้างโบสถ์คริสต์ขึ้นในประเทศไทย พร้อมยังทรงขอร้องให้เข้ามาช่วยสอนภาษาอังกฤษและภาษาลาติน เพื่อจะได้ทรงศึกษาให้เข้าพระทัย ถึงแก่นแท้ของแต่ละศาสนา
นอกจากนั้น ยังได้ทรงเชิญให้คณะมิชชันนารีร่วมเดินทางไปดูสุริยุปราคาที่ ต.หว้ากอ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งพระองค์ทรงคำนวณด้วยพระองค์เองว่า จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง และเห็นได้อย่างชัดเจนที่ ต.หว้ากออย่างแม่นยำ ทรงได้รับการยกย่องให้เป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ด้วยน้ำพระทัยที่เปิดกว้าง และเปี่ยมด้วยพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดังกล่าวแล้ว ทำให้ประเทศไทยของเราเป็นที่เลื่องลือไปในนานาประเทศว่า เป็นประเทศที่มีเสรีภาพในการนับถือศาสนาเรื่อยมาจนบัดนี้ จะได้เห็นว่า ในกรุงเทพมหานครของเรา มีวัดพุทธ มีโบสถ์คริสต์ มีมัสยิดอิสลาม โบสถ์พราหมณ์ที่เสาชิงช้า วัดแขกที่สีลม และศาลเจ้าต่างๆ มากมาย โดยที่ทุกศาสนาต่างเพื่อปฏิบัติศาสนกิจของตนไปตามความเชื่อถือ ศรัทธาของแต่ละบุคคล ไม่เบียดเบียนกัน จึงทำให้ประเทศไทยได้รับการยกย่องจากประชาชนโลกว่า เป็นประเทศที่น่าอยู่ น่าท่องเที่ยว ประชาชนมีอัธยาศัยไมตรีดีงาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้กรุงเทพมหานครได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 1 ข



