ข่าว

ทางออก 'วังน้ำเขียว' อยู่ที่การตกผลึกของปัญหา

ทางออก 'วังน้ำเขียว' อยู่ที่การตกผลึกของปัญหา

11 ส.ค. 2554

หลายปีมานี้ ผู้คนรู้จัก 'วังน้ำเขียว' สถานตากอากาศ ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอากาศบริสุทธิ์ ที่นี่จึงกลายเป็นปลายทางใหม่ แห่งแดนอีสาน

หลายปีมานี้ ผู้คนรู้จัก อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ในฐานะสถานตากอากาศ ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอากาศที่บริสุทธิ์ ธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้คนเมืองไปจับจองซื้อที่ดิน เพื่อสร้างบ้านพัก รีสอร์ทสุดหรู ที่นี่จึงกลายเป็นปลายทางการท่องเที่ยวใหม่ แห่งแดนอีสาน


 แต่แล้วก็ปรากฏเป็นข่าวใหญ่ในช่วงปลายรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศจัดระเบียบป่าพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ด้วยการขอคืนพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทับลาน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จากผู้ประกอบการรีสอร์ท 22 แห่ง รวมถึงการเข้าไปตรวจสอบที่ดิน ที่ได้รับการจัดสรรจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ด้วยข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าและใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์


 หาญณรงค์ เยาวเลิศ อนุกรรมาธิการทรัพยากรน้ำ ทะเลและชายฝั่ง ภายใต้คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ อธิบายถึงกรณีพิพาทระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติกับประชาชนว่า การประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อ พ.ศ.2524 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี สระแก้ว  เมื่อการประกาศเขตอุทยานทับที่ดินชาวบ้าน จึงมีการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาด้วยการคุ้มครองชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่มาก่อนและห้ามชาวบ้านบุกรุกที่ดินเพิ่ม 


 กระทั่งเมื่อ พ.ศ.2541 รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จัด ครม.สัญจรไปยัง อ.วังน้ำเขียว เกิดข้อเรียกร้องของชาวบ้านในหลายพื้นที่ ที่อยู่เขตป่าทั่วประเทศ ทำให้เกิดมติครม.เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 เพื่อกำหนดแนวทางแก้ปัญหาพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน โดยหากชาวบ้านที่มีการอยู่อาศัยทำกินในเขตอุทยานแห่งชาติก่อนการรังวัดแนวเขตจะได้รับการคุ้มครอง


 "เมื่อการปักหลักเขตเมื่อปี 2546-2547 ชาวบ้านก็เข้าใจว่า จากแนวเขตเดิมที่กำหนดเมื่อ พ.ศ.2524 จากเส้นถนนที่ชาวบ้านเคยทำกินอยู่เดิม ถือว่าอยู่นอกเขตอุทยานฯ เมื่อชาวบ้านได้ถือครองโดยมีเพียงใบ ภ.บ.ท.5  คือ ใบแจ้งการเสียภาษีกับองค์กรปกครองท้องที่ แม้ไม่ใช่ใบรับรองเอกสารสิทธิ แต่ถือเป็นข้อตกลงในหมู่บ้าน ทำให้เกิดการซื้อขายต่อไปเป็นทอดๆ และทำให้ที่ดินถูกเปลี่ยนมือมาจากชาวบ้านประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์"


 เขาย้ำว่าปัญหาที่สำคัญของกรณีอุทยานแห่งชาติทับลาน คือความไม่ชัดเจนในเรื่องแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานกับพื้นที่ของชาวบ้าน
 "หากจะแยกแยะว่า ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่นี้มาก่อนไม่มีความผิด และหากมองว่าคนที่มาที่หลังมีความผิด พวกเขาคงไม่ลงทุนสร้างรีสอร์ท 40-50 ล้านบาท ทั้งที่รู้ว่าตัวเองผิดกฎหมาย "

ที่ทำกินรุกเขตป่าสงวนฯ
 กรณีข้อพิพาทในพื้นที่ของกรมป่าไม้ ที่นายทุนได้ปลูกสร้างรีสอร์ทและบ้านพักขนาดใหญ่ ในเขตป่าสงวนโซนซี บริเวณเขาแผงม้า ที่เข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง และป่าสงวนเขาแผงม้า อ.วังน้ำเขียว ซึ่งกรมป่าไม้จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งทางแพ่งและอาญา


 จากการเข้าไปตรวจสอบ เขาพบว่า ร้านอาหารอิ่มสุข ได้มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2538 ซึ่งเป็นการขอเช่าพื้นที่จากกรมป่าไม้มาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เคยถูกแจ้งความดำเนินคดีเลย


"วันนี้ชาวบ้าน จึงมีการตั้งคำถามว่า การสร้างร้านอาหาร รีสอร์ท การทำโฮมสเตย์ บนพื้นป่าเขาแผงม้าที่เกิดขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการสนับสนุนของหน่วยงานรัฐ ที่ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณนี้ เพื่อลดความแออัดจากการท่องเที่ยวบริเวณเขาใหญ่ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวจากปากช่อง "

นำที่ ส.ป.ก.มาใช้ผิดวัตถุประสงค์
 หาญณรงค์ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินที่เกิดจากการจัดสรรของ ส.ป.ก.ในพื้นที่วังน้ำเขียว มีบางส่วนที่เจ้าของอยู่ในพื้นที่นี้มาก่อน โดยมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ส.จ. ส.ส. ทำให้มีที่ดินจำนวนมาก มีการปลูกสร้างรีสอร์ท หรือไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม


 "อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่ามีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ กรณี สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้ให้ข้อคิดเห็นในที่ประชุม ผมคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์ต่อมุมมองด้านเกษตรกรรม เมื่อโลกมีวิวัฒนาการ หากการทำเกษตรกรรมเพื่อจะให้เกิดความยั่งยืน คงไม่ใช่การปลูกผักพืชแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีส่วนผสมกับภาคการบริการด้วย เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้พอยังชีพได้"


 "ในเวลานี้ เราจึงควรเข้ามาคิดกันใหม่ว่า ในพื้นที่วังน้ำเขียว ควรจะมีกฎระเบียบอย่างไร ควรกำหนดให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมกี่เปอร์เซ็นต์ และภาครัฐจะมีนโยบายที่จะกำหนดให้คนที่อยู่ในวังน้ำเขียวช่วยกันดูแลทรัพยากรได้อย่างไรบ้าง"


 เพราะที่สุดแล้ว ทางออกของการแก้ไขปัญหา ก็เพื่อทำให้วังน้ำเขียวเติบโตในแบบที่ควรจะเป็น มีความพอดีในแบบวังน้ำเขียว ด้วยการส่งเสริมเกษตรกรรมแบบปลอดสารและการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม