
อ.ราชทัณฑ์เผยคุกนราฯปกติแล้ว
อธิบดีราชทัณฑ์เผยคุกนราเข้าสู่ภาวะปกติ ยังไม่ตั้งกก.สอบสวนจนกว่าเหตุการณ์จะยุติ ด้านอังคณาชี้นักโทษหัวโจกต้องคดียาเสพติดไม่ใช่คดีความมั่นคง
12 ส.ค.54 ความคืบหน้ากรณีกลุ่มนักโทษชายที่ถูกคุมขังภายในเรือนจำนราธิวาส ได้ก่อการจลาจลและทุบทำลายฝาผนังเรือนนอนได้รับความเสียหาย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ทำการตรวจค้นเพื่อกวาดล้างยาเสพติดและอาวุธ ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 11 ส.ค.54 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้า โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ซึ่งเป็นเครื่องมือในการทำเฟอร์นิเจอร์ได้มากกว่า จำนวน 100 รายการนั้น
ล่าสุด จากการติดตามความเคลื่อนไหวที่เรือนจำนราธิวาส พบว่า ยังมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง ยังคงกระจายกำลังกันคุมเข้มพื้นที่บริเวณรอบนอกรั้งกำแพงของเรือนจำตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา และกำลังบางส่วนรวมถึงรถกระเช้าก็มีการถอนกำลังไปแล้วบางส่วน เหลือเพียงบริเวณด้านซ้ายมือของรั้วกำแพงเรือนจำ ที่ยังคงมีชุดแม่นปืนขึ้นอยู่ในรถกระเช้า เพื่อดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักโทษชายที่เป็นกลุ่มคนโจกประมาณ 10-15 คน ที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ภายในเรือนจำ โดยที่เจ้าหน้าที่เองและกลุ่มนักโทษต่างอยู่ในความกดดันยังคงหาวิธีและทางออกในการต่อรองซึ่งกันและกัน เพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นคลี่คลายไปในทางที่ดี
ส่วนถนนสายหลักที่มุ่งสู่เรือนจำทั้ง 4 สาย เจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นการจราจร ยังไม่อนุญาตให้ยานพาหนะทุกชนิดผ่านเข้าออก จนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก บางรายถึงกับด่าท้อและต่อว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ปิดกั้นการจราจร โดยที่ไม่ยอมบุกสลายการจลาจลของนักโทษ ส่วนความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับความพยายามของเจ้าหน้าที่เรือนจำกับกลุ่มนักโทษหัวโจก ที่จะคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ทางเรือนจำนราธิวาส ได้มีการเชิญตัวนางอังคนา นีละไพจิต ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ มาทำการเจรจากับกลุ่มนักโทษแต่ไร้ผล เนื่องจากนักโทษที่เป็นหัวโจกได้ส่งนักโทษชาวพม่า จำนวน 2 คน มาทำการเจรจากับเจ้าหน้าที่เรือนจำ ทำให้ 2 ฝ่ายพูดกันไม่รู้เรื่อง จนการเจรจาต้องยุติไปโดยปริยาย ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นว่าทางกลุ่มนักโทษหัวโจก ไม่ต้องการที่จะเจรจากับเจ้าหน้าที่เรือนจำแต่อย่างใดในขณะนี้
ด้านนายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส นั้น เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพยายามเต็มที่จะไม่ใช้มาตรการขั้นรุนแรง และยังคงเปิดโอกาสให้นักโทษหัวโจกส่งตัวแทนมาเจรจากับเจ้าหน้าที่ถึงข้อเรียกร้องต่างๆอีกครั้ง
ทหารสนับสนุนผู้ว่านราฯยุติจราจล
พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ รองผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า การเข้าควบคุมสถานการณ์ปัญหาความวุ่นวายภายในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบและโครงสร้างการทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.จังหวัด ซึ่งสามารถใช้อำนาจและสิทธิ์ขาดในการบริหารจัดการตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่ในกรณีที่ปัญหาการจราจลภายในเรือนจำนราธิวาสมีความบานปลาย โดยเฉพาะการสั่งการและประสานการใช้กองกำลังเข้าดูแลควบคุมสถานการณ์เกิดความวุ่นวายเกินขอบเขต และในช่วงที่ผ่านมาได้มีการทำงานร่วมกันอย่างมีระบบอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม หากผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เห็นว่าขั้นตอนในการดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาจราจลภายในเรือนจำ ต้องการใช้กำลังพลจากหน่งยงานด้านความมั่นคงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งในพื้นที่เป็นกรณีพิเศษ ก็สามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่ง กอ.รมน.ภ.4 สน.ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณได้และกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็วที่สุด
“เท่าที่ทราบเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมสถานการณ์ภายในเรือนจำได้แล้ว เหลือเพียงการทำความเข้าใจกับผู้ต้องขังไม่ให้ก่อเหตุซ้ำอีก โดยเปิดโอกาสให้มีการเจรจากันภายใต้การมีส่วนร่วมเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงเท่านั้น แต่หากยังมีความพยายามก่อความวุ่นวายจากนักโทษแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดต้องการให้ทหารเข้าไปสนับสนุนในส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นพิเศษก็พร้อมดำเนินการทันที”พล.ต.อัคร กล่าว
นำผู้ต้องขังป่วยออกจากเรือนจำแล้ว
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสสั่งนำผู้ต้องขังที่มีอาการป่วย 3 คนออกจากเรือนจำจังหวัดนราธิวาสแต่งตั้งคณะทำงานการแก้ไขปัญหาการก่อความวุ่นวายในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อแก้ปัญหาเหตุการณ์ในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส พร้อมจัดรถกระเช้าส่งอาหารไปให้ผู้ต้องขังหญิงที่ติดค้างในเรือนนอนอีก 97 คนได้แล้ว
ความคืบหน้าการแก้ปัญหาความวุ่นวายภายในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ล่าสุด ทางจังหวัดนราธิวาสได้แต่งตั้งคณะทำงานการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุความวุ่นวายในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสประกอบด้วย นายธนน เวชกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้แทนจากตำรวจ ทหาร ปกครอง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวมีหน้าที่ในการแก้ไขเหตุความวุ่นวายภายในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสให้ลุล่วงโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ประชุมคณะทำงาน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อหาวิธีการให้ผู้ต้องขังชายหยุดการก่อเหตุความวุ่นวาย ทุบทำลายเรือนนอน และเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และทหารได้จัดส่งอาหารไปให้ผู้ต้องขังหญิงซึ่งอยู่ในเรือนนอน พร้อมทั้งจัดทีมเจรจากับผู้ต้องขังซึ่งประกอบด้วย นายบุญธรรม กำลังเกื้อ อดีตผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส นายอับดุลอาซิส ตาเดอินทร์ ผู้แทนจากสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย และนางแยนะ สะแลแม นักสิทธิมนุษยชนอำเภอตากใบ ได้เจรจาผ่านทางเครื่องขยายเสียงแจ้งให้ผู้ต้องขังภายในได้รับทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะไม่ใช้ความรุนแรงในการยุติเหตุการณ์ภายในเรือนจำ และพร้อมจะรับฟังความต้องการจากผู้ต้องขัง
ขณะเดียวกัน ได้ขอให้ทางผู้ต้องขังชายได้เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ได้จัดส่งอาหารให้ผู้ต้องขังหญิงที่ติดอยู่ภายในเรือนนอน ผลการเจรจาผู้ต้องขังชายได้ ขอน้ำอุปโภคบริโภค และขอให้จ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเรือนจำ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตามที่ร้องขอ จนกระทั่งเวลา 11.00 น.ทางเจ้าหน้าที่สามารถจัดส่งอาหารเข้าไปในเรือนนอนหญิงได้ โดยการส่งผ่านทางรถกระเช้า
ต่อมา นายฐานิตย์ ศรียะพันธ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับคณะทำงานเพื่อวางแผนการทำงานร่วมกัน สำหรับเหตุความวุ่นวายล่าสุดทางคณะทำงานยังควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และมีการเตรียมความพร้อมทุกรูปแบบ ทั้งฝ่ายรักษาความปลอดภัย และคณะแพทย์พยาบาล และผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้ย้ำขอให้ประชาชนได้ติดตามข่าวสารจากประกาศของจังหวัด นราธิวาส ซึ่งจะนำเผยแพร่ผ่านสื่อทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง จังหวัดนราธิวาสแล้ว โดยส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ขณะนี้แพทย์กำลังตรวจสอบอาการ
ล่าสุด เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา รถพยาบาลจากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ได้เข้าไปรับตัวผู้ต้องขังชายซึ่งมีอาการป่วย 3 คน ประกอบด้วยนายมูหะมะรอมลี นาวี อายุ 21 ปี นายจวน ดิน อายุ 37ปี สัญชาติพม่า และนายโมฮัมหมัด ชาลีซาล หรือดีบินอุสมัน อายุ 33 ปี สัญชาติมาเลเซีย จากเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งทีมแพทย์กำลังตรวจอาการ นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการให้คณะแพทย์ พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ได้รับการรักษา
ผวจ.นราฯตั้งทีมกล่อมนักโทษ
ผวจ.นราธิวาสตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาจราจลคุกนราฯ ถกเครียดเล็งงัดมาตรการจัดการคืนความสงบหลังแกนนำหัวโจกยังก่อม็อบประท้วงเป็นวันที่ 2 เผยให้โอกาสเจรจารับฟังปัญหาแต่ไม่เป็นผลย้ำทุกฝ่ายงดใช้ความรุนแรง
นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส เปิดเผยว่า สถานการณ์ความวุ่นวายภายในเรือนจำนราธิวาสสามารถควบคุมได้ระดับหนึ่งไม่ให้มีการทำลายสิ่งของ และหยุดพฤติกรรมใช้ความรุนแรง แต่ในส่วนของผู้ต้องขังที่มีการรวมตัวประท้วงกันอยู่นั้นยังไม่สามารถจัดการได้ทั้งหมด เนื่องจากมีกลุ่มที่ทำตัวเป็นแกนนำยังไม่ยอมสลายตัว ล่าสุดจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุความวุ่นวายในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสขึ้นมา ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อให้การดำเนินการลุล่วงโดยเร็วที่สุด
เนื่องจากได้พยายามเจรจามาโดยตลอด ทั้งการเชิญผู้นำศาสนาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นนายอับดุลอาซิส ตาเดอินทร์ ผู้แทนจากสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย นางแยนะ สะแลแม นักสิทธิมนุษยชนอำเภอตากใบ รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ มาเจรจาหารือและเกลี่ยกล่อมให้ผู้ต้องขังหยุดพฤติกรรมและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่พร้อมที่จะรับฟังข้อเรียกร้องและร้องเรียนต่างๆที่ต้องการแต่ก็ไม่ประสบความ
“เจ้าหน้าที่พยายามใช้เหตุผลในการเจรจากับผู้ต้องขังทุกช่องทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง แต่หากผู้ต้องขังยังไม่ตอบรับและยืนยันจะประท้วงต่อไปเป็นวันที่ 2 เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องหามาตรการที่เพิ่มระดับการเจรจาเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วมากขึ้น”นายธนน กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการดูแลความปลอดภัยนั้นได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายราชทัณฑ์ เข้าปฏิบัติการดูแลพื้นที่โดยรอบเรือนจำอย่างเข้มงวด รวมถึงได้มีการปิดถนนเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่เรือนจำทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้ประสานนำยานหุ้มเกราะพร้อมอาวุธปืนกลหนักมาประจำการไว้รอบๆ เรือนจำอีกทางหนึ่งด้วย
'อังคณา'ลุยเจรจานักโทษนราฯยุติจลาจล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอังคณา นีละไพจิตร ซึ่งเข้าไปเจรจาและสังเกตการณ์เหตุจลาจลของนักโทษในเรือนจำกลางนราธิวาสเผยสถานการณ์ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
"จากการที่ตนได้พูดคุยกับนักโทษในเรือนจำนราฯ ขณะนี้ยังไม่ทราบถึงข้อเรียกร้องแต่อย่างใด ซึ่งทำได้ตอนนี้คือการนำตัว 3 นักโทษชายที่ได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาล" นางอังคณา กล่าว
สำหรับบรรยากาสภายในเรือนจำนราธิวาสยังคงวุ่นวาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดแม่นปืนยังประจำการเพื่อเฝ้าระวังกลุ่มนักโทษแกนนำ 10-15 คนปลุกระดม และใช้ความรุนแรงอีก ทั้งยังระดมเจ้าหน้าที่บางส่วนกดดันให้ยุติการชุมนุม
อธิบดีราชทัณฑ์เผยคุกนราฯปกติแล้ว
นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติ เปิดเผยว่า จากการเข้าไปเจรจากับนักโทษในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสพบว่า กลุ่มนักโทษที่ก่อเหตุไม่ใช่กลุ่มนักโทษคดีความมั่นคง แต่เป็นนักโทษคดียาเสพติด นักโทษที่ถูก ระบุว่า ได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นชาวพม่า ซึ่งเป็นผู้ออกมารับอาหารหลังจากละศีลอด
จากการดูสภาพร่างกายภายนอกอาการบาดเจ็บอาจเกิดจากถูกสิ่งของขว้างปาบริเวณข้างกกหู ทำให้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังสังเกตพบว่าบริเวณลำแขนของผู้ต้องขังเต็มไปด้วยรอยกรีดคล้ายกับอาการของผู้เสพยา
อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพื้นที่โดยรอบเรือนจำ กำแพงเรือนจำจะอยู่ติดกับเรือนนอน จึงมีความเป็นไปได้ว่าคนภายนอกจากจะใช้วิธีการโยนโทรศัพท์หรือยาเสพติดเข้ามาในเรือนจำได้โดยง่าย
“นักโทษพวกนี้ยังสามารถใช้โทรศัพท์ออกมาแจ้งข่าวบุคคลภายนอกได้ เพราะได้โทรไปแจ้งกับชาวบ้านว่า เขาถูกทำร้าย ถูกตี และถูกยิง ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งต้องยอมรับว่า การตรวจค้นโทรศัพท์ได้เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่น่าจะยังไม่สามารถตรวจค้นและนำออกมาได้ทั้งหมด”นางอังคณา กล่าว
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ในเรือนจำสงบลงแล้ว เบื้องต้นเรือนจำจะยังไม่สอบสวนสาเหตุของการก่อจลาจล รวมทั้งจะยังไม่ย้ายนักโทษที่เป็นหัวโจกออกไปแยกคุมขังในเรือนจำอื่น ทั้งนี้เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงและไม่กลับมาเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันอีก
คุกนราฯป่วน!นักโทษก่อจลาจล
11 ส.ค.54 เกิดเหตุนักโทษภายในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสประมาณ 800 คน ก่อเหตุจลาจลขึ้น หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำออกกวาดล้างยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำ จนสามารถตรวจยึดยาบ้าได้จำนวน 300 เม็ด โทรศัพท์มือถือจำนวน 30 เครื่อง ซึ่งการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ส่งผลให้กลุ่มนักโทษไม่พอใจ ตะโกนด่าทอ
จากนั้นได้ปลุกระดมกันลุกฮือต่อต้านการกระทำของเจ้าหน้าที่เรือนจำ ทำให้เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาสต้องยอมถอยออกจากเรือนจำ เพราะเกรงว่าจะถูกรุมทำร้าย เหมือนเมื่อครั้งวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง
โดยครั้งนี้ทางกลุ่มนักโทษได้ใช้ท่อนเหล็ก ท่อนไม้ทุบตีทำลายกำแพงเรือนนอนที่ 1 และเรือนนอนที่ 2 ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำประสานงานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ประมาณ 300-400 นาย เข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์และกระจายกำลังกันตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะภายนอกเรือนจำ เพื่อป้องกันนักโทษบางคนอาจจะเล็ดลอดหลบหนีออกมา
นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำยังได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ชุดแม่นปืนจำนวน 2 ชุดมาดูแลควบคุมสถานการณ์ครั้งนี้ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ชุดนี้ได้ขึ้นรถกระเช้า คอยสังเกตุดูสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมุมสูง ขณะเดียวกันยังประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ชุดหน่วยรบพิเศษเพื่อเข้าสลายกลุ่มนักโทษที่เกิดเหตุด้วย และหากสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาสจะนำตัวนักโทษที่เป็นหัวโจกย้ายไปฝากขังที่ จ.สงขลา เนื่องจากนักโทษหัวโจกนั้น เป็นนักโทษต้องคดีความมั่นคง
"ประชา"สั่งทวีลงพื้นที่ดูแลใกล้ชิดจลาจลคุกนราธิวาส
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนักโทษเรือนจำจังหวัดนราธิวาสก่อเหตุจลาจล ว่า ตนได้มอบให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ลงไปกำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
สำหรับปัญหาในขณะนี้ คือ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเรือนนอน ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามสิ่งของต้องห้ามและยาเสพติดในเรือนจำ พบโทรศัพท์มือถือ 97 เครื่อง ยาบ้ากว่า 300 เม็ด เหล็กแหลมและอาวุธต่าง ๆ จำนวนมาก และเมื่อเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นต่อ ผู้ต้องขังไม่ยินยอมและพยายามปลุกระดมให้เกิดเหตุวุ่นวายขณะนี้จึงอยู่ระหว่างเจรจา เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรง สามารถควบคุมได้
"ตนได้กำชับให้ดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากเรือนจำดังกล่าวมีผู้ต้องขังในคดีความมั่นคงกว่า 100 คน สำหรับเรือนจำแห่งนี้ได้รับรายงานว่า มีผู้ต้องขังกว่า 1,200 คน ทั้งผู้ต้องขังหญิงและชาย โดยกลุ่มที่ก่อเหตุเป็นนักโทษในหลายคดีรวมกลุ่มกันประมาณ 100 คน" พล.ต.อ.ประชา กล่าว
พล.ต.อ.ประชา กล่าวต่ออีกว่า ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์และวันจันทร์นี้ ตนจะยังไม่เข้าทำงานที่กระทรวงยุติธรรม แต่จะลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยก่อน จากนั้นจะเข้าทำงานอย่างเป็นทางการที่กระทรวงยุติธรรม ในวันอังคารที่ 16 สิงหาคมนี้ เวลา 06.30 น. โดยจะได้สักการะสิ่งศักดิ์ประจำกระทรวงและมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีในเวลา 09.00 น.
ผวจ.นราฯเผยเล่ห์นักโทษโยนยา-มือถือข้ามกำแพง
นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส เปิดเผยว่า เหตุนักโทษในเรือนจำจังหวัด จ.นราธิวาส ก่อเหตุความวุ่นวายขึ้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้วระดับหนึ่ง เบื้องต้นได้ผลักดันให้เข้าไปอยู่ในเรือนนอนเพื่อเคลียร์พื้นที่ หลังจากที่มีนักโทษบางรายได้พยายามทุบกำแพงเรือนนอนจนได้รับความเสียหาย
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากการปฎิบัติการตรวจค้นยาเสพติดเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 06.00 น.โดยจังหวัดได้ประสานอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษจากภาค 9 สนธิกำลังเข้าตรวจค้นภายในเรือนนอนชายเพื่อหาสิ่งเสพติดและอาวุธผิดกฎหมายตามปกติ แต่ขณะเข้าตรวจค้นกลุ่มผู้ต้องขังได้พยายามก่อเหตุความวุ่นวายขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสนธิกำลังเพิ่มทั้งตำรวจ ทหาร และ อส.ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเข้ามาเสริมกำลังโดยรอบ
กระทั่งเมื่อเริ่มมีการตรวจยึดสิ่งของต่างๆได้ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือประมาณ 100 เครื่อง ยาบ้าเสพติดจำนวนหนึ่ง รวมถึงอาวุธและอุปกรณ์ใช้แทนอาวุธต่างๆได้ เช่น ไม้,มีด.ฆ้อน และของมีคม ทำให้นักโทษแสดงท่าทางไม่พอใจจึงพยายามส่งเสียงโห่ร้องไล่ พร้อมกับปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังมีความพยายามวิ่งกรูไปตามพื้นที่ต่างๆจนเกิดความวุ่นวายขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งควบคุมสถานการณ์โดยเร็วก่อนสถานการณ์จะบานปลาย เนื่องจากเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.54 ที่ผ่านมา
"เนื่องจากที่ตั้งของเรือนจำนราธิวาส ตั้งอยู่กลางเมืองนราธิวาส ติดถนน ประกอบกับกำแพงเรือนจำมีระดับความสูงที่ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถขว้างยาบ้า ยาเสพติด รวมทั้งโทรศัพท์มือถือข้ามเข้ามาตกในฝั่งเรือนจำได้ ทำให้เป็นช่องทางที่มีการติดต่อกันระหว่างนักโทษและคนภายนอก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมีการตรวจค้นพื้นที่เรือนจำเป็นประจำเพื่อความปลอดภัย ในช่วงที่รอการพิจารณาการย้ายพื้นที่เรือนจำไปในพื้นที่อื่นแต่ต้องใช้เวลานาน" นายธนน กล่าว
ผวจ.ย้ำต้องเร่งแก้ปัญหาด่วนปัดนักโทษเสียชีวิต
สำหรับการตรวจค้นเรือนจำจังหวัดนราธิวาสในครั้งนี้ นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ทางจังหวัดได้มีการประสานไปยังกรมราชทัณฑ์ ซึ่งทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้มอบหมายให้ นายอุดม คุ่ยนรา ผู้บัญชาการเรือนจำก ลางสงขลา ประธานเรือนจำเขต 9 นำกำลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากเรือนจำในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างร่วมกับเจ้าหน้าที่เรือนจำจัหงวัดนราธิวาสจำนวน 100 นาย เข้าตรวจค้นทุกจุดในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสอย่างละเอียด
หลังจากที่ได้มีการสืบทราบว่าภายในเรือนจำยังประสบปัญหาการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมาย และยาเสพติดเข้าไปในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการตรวจค้นอย่างเข้มงวด โดยเส้นทางการลักลอบส่วนหนึ่งผ่านทางญาติหรือผู้ที่มาเยี่ยมที่ซุกซ่อนของไว้อาหาร และสิ่งของที่นำมาฝาก และการลักลอบส่งของผ่านทางกำแพงเรือนจำ
ทั้งที่มีการใช้ลวดหนามกั้นและทหารเฝ้าตลอดเวลาแล้วก็ตาม ขณะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์กำลังปฏิบัติหน้าที่ได้มีผู้ต้องขังส่วนหนึ่งลุกฮือต่อต้านการตรวจค้น และมีการทุบกำแพงเรือนนอน ทางจังหวัดจึงได้ระดมกำลังตำรวจ ทหาร เข้าระงับเหตุความวุ่นวาย จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และขอยืนยันว่าการเข้าระงับเหตุไม่มีการทำร้ายผู้ต้องขัง จึงไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด
จากปัญหาการลักลอบนำสิ่งของต้องห้าม โทรศัพท์มือถือ เข้าไปในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสซึ่งได้สร้างปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 54 ทางจังหวัดได้ขอกำลังตำรวจ ทหาร อส. มาตรวจค้นเรือนจำจังหวัดนราธิวาสแล้วครั้งหนึ่ง แต่ผู้ต้องขังได้รวมตัวกันก่อความวุ่นวายและทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำให้การตรวจค้นไม่สามารถทำได้ตามแผน จนถึงขณะนี้การลักลอบนำเข้าสิ่งของต้องห้ามยังคงมีมาโดยตลอด ทั้งที่ญาติ หรือผู้มาเยี่ยมแอบซุกไว้ในอาหาร และสิ่งของที่นำมาฝาก และการขว้างข้ามกำแพงเรือนจำ ซึ่งไม่สูงพอที่จะป้องกันได้ แม้ทางจังหวัดได้ขอกำลังทหารมาเฝ้าตลอดเวลา แต่การลักลอบส่งของยังรอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่
ขณะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์กำลังปฏิบัติหน้าที่ได้มีผู้ต้องขังส่วนหนึ่งลุกฮือต่อต้านการตรวจค้น และมีการทุบกำแพงเรือนนอน ทางจังหวัดจึงได้ระดมกำลังตำรวจ ทหาร เข้าระงับเหตุความวุ่นวาย จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และขอยืนยันว่าการเข้าระงับเหตุไม่มีการทำร้ายผู้ต้องขัง จึงไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่อย่างใด สำหรับเรือนจำจังหวัดนราธิวาสมีผู้ต้องขังชาย 1,064คน ผู้ต้องขังหญิง 94 คน
ผบ.เรือนจำ ขอ"ยิ่งลักษณ์"หางบฯ 500 ล. สร้างเรือนจำใหม่
นายสุพจน์ สุวรรณทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ด้วยสภาพปัญหาของเรือนจำที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองและมีพื้นที่ประมาณ 4 ไร่เท่านั้นซึ่งถือว่าคับแคบมาก ในขณะที่มีผู้ต้องขังประมาณ 1,158 คนแบ่งเป็นชาย 1,064คน และหญิง 94 คน ทำให้ประสบปัญหามาโดยตลอดที่เข้าตรวจค้นเรือนนอนและนับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 เดือนที่เข้าตรวจค้นแล้วเกิดความวุ่นวายขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะพยายามเตรียมการที่ดีแล้วแต่ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมดเพราะข้อจำกัดเรื่องสถานที่เป็นอุปสรรคสำคัญ
โดยเฉพาะรูปแบบและวิธีการการตรวจค้นเรือนนอนโดยทั่วไป ต้องกันนักโทษออกไปจากพื้นที่ให้หมดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นได้โดยสะดวก แต่สำหรับพื้นที่เรือนจำนราฯไม่สามารถกันพื้นที่ให้ปลอดนักโทษได้เพราะไม่มีพื้นที่ ขณะเดียวกันหากจะขยายพื้นที่เรือนจำก็ทำไม่ได้เพราะติดชุมชนในเขตเมือง
เบื้องต้นจึงได้เสนอให้มีการย้ายเรือนจำไปอยู่ที่บ้านโคกกระดูกหมู หรือบ้านโคกยามู อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งมีพื้นที่รองรับอยู่แล้วประมาณ 324 ไร่ โดยได้เสนอเรื่องพิจารณาผ่านไปทางกรมราชทัณฑ์ตามระบบมานานกว่า 2 ปีแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากได้รับแจ้งว่าไม่มีงบประมาณในการดำเนินการทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด
"เรือนจำนราธิวาสมีนักโทษประมาณ1,158คน ในจำนวนนี้เป็นนักโทษคดีความมั่นคงประมาณ 140-150 คน ซึ่งถือเป็นจำนวนนักโทษคดีความมั่นคงที่มากที่สุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงต่อความมั่นคง เบื้องต้นจึงขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐบาลชุดใหม่หาทางอุดหนุนงบประมาณการก่อสร้างเรือนจำแห่งใหม่โดยเร็วที่สุดซึ่งคาดว่าใช้งบประมาณ 400-500 ล้านบาท"ผบ.เรือนจำจังหวัดนราธิวาส กล่าว
ราชทัณฑ์ยันไม่มีนักโทษเสียชีวิตจากเหตุจลาจล
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีมีข่าวนักโทษเรือนจำจังหวัดนราธิวาสที่ก่อเหตุจลาจล เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 คนว่า ไม่เป็นจริง ยืนยันขณะนี้ยังไม่มีผู้ต้องขังรายใดเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ แต่สถานการณ์ยังอยู่ระหว่างเจรจากันอยู่
อย่างไรก็ตาม เรือนจำจังหวัดนราธิวาส มีขีดความสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ 500 คนแต่ปัจจุบันกลับมีนักโทษมากถึง 1,200 คน ซึ่งตนจะเดินทางไปควบคุมสถานการณ์โดยเร็ว



