
ผู้ดีไม่เชื่อแผนรัดเข็มขัดชนวนเหตุจลาจล
ผลสำรวจล่าสุด ชาวอังกฤษส่วนใหญ่ไม่คิดว่ามาตการรัดเข็มขัดของรัฐบาลเป็นชนวนจลาจล
ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยยูกอฟ และเผยแพร่ในแท็บลอยด์ เดอะซัน ของอังกฤษในวันที่ 11 ส.ค.54 ระบุว่า มีชาวอังกฤษเพียง 8% เท่านั้น ที่คิดว่า มาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลที่นำไปสู่การตัดลดงบประมาณด้านต่างๆ เป็นสาเหตุให้เกิดการจลาจลเผาบ้านเผาเมืองและปล้นสะดมครั้งเลวร้ายที่สุดแห่งยุค และส่วนใหญ่โทษว่าเป็นพฤติกรรมของพวกแก๊งและอาชญากร
ทางการอังกฤษกำลังดำเนินการอย่างรีบเร่ง เพื่อค้นหาปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการจลาจลอย่างไม่คาดฝัน ทำให้กรุงลอนดอน ลุกเป็นไฟเมื่อวันเสาร์ ก่อนลุกลามไปยังเมืองใหญ่อื่นๆ แต่ไม่ยอมรับข้ออ้างที่ว่า เกี่ยวข้องกับมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล
ผลสำรวจระบุว่า ชาวอังกฤษ 42% โทษว่าเป็นพฤติกรรมอาชญากรรม ที่ทำให้เกิดความไม่สงบในครั้งนี้ ส่วนอีก 26% ชี้ไปที่พฤติกรรมของพวกแก๊ง นอกจากนี้ ผู้ถูกสำรวจ 1 ใน 20 เชื่อว่า การว่างงานเป็นสาเหตุสำคัญของการก่อจลาจล ที่มีจุดเริ่มต้นจากการที่ชายคนหนึ่งถูกตำรวจวิสามัญอย่างน่าสงสัย ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับพวกที่โทษว่า เป็นเพราะความตึงเครียดด้านเชื้อชาติ
ชาวอังกฤษส่วนใหญ่ ไม่ได้ตำหนิรัฐบาลเกี่ยวกับสาเหตุที่เกิดจลาจล แต่ตำหนิติเตียนเรื่องการรับมือสถานการณ์ โดย 57% ของประชาชนที่ถูกสำรวจรวม 2,534 คนเมื่อวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่า ทางการรับมือได้แย่มาก
นายกรัฐมนตรีคาเมรอน และนายบอริส จอห์นสัน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน รีบกลับจากการไปพักร้อนเร็วกว่ากำหนด เพื่อรับมือกับเหตุจลาจล หลังจากปล่อยให้ยืดเยื้อในลอนดอนถึง 3 วัน และผลสำรวจชี้ว่า สาธารณชนไม่พอใจนายจอห์นสันอย่างรุนแรง และมีคนตำหนิเขาถึง 54%
ผลสำรวจพบด้วยว่า คนส่วนใหญ่เห็นใจตำรวจที่ต้องรับมือกับวัยรุ่นป่วนเมืองหลายพัน และเห็นด้วยเรื่องการให้ใช้แก๊สน้ำตา , ปืนไฟฟ้า , ตำรวจบนหลังม้าและกระสุนพลาสติกจัดการ และมีถึง 1 ใน 3 ที่อยากให้ใช้กระสุนจริง
นอกจากนี้ มีผู้ถูกสำรวจ 85% ที่เชื่อว่าพวกปล้นสะดมหายตัวไปหมดหลังก่อเหตุและคงไม่สามารถลากตัวมาดำเนินคดีได้



