ข่าว

'ปชป.' ก้าวที่เปลี่ยนแปลง

'ปชป.' ก้าวที่เปลี่ยนแปลง

11 ส.ค. 2554

"ปชป." กำลังถูกท้าทาย ในจังหวะก้าวที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง จะแทงทะลุกรอบได้หรือไม่ หลังมีเพื่อไทยเป็นข้อเปรียบเทียบที่ดี

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ข้อเปรียบเทียบระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ที่เห็นได้ชัดที่สุด ก็ว่าได้

 ปัญหาใช่ว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เก่ง หรือประชาธิปัตย์ไม่ได้ผลิตคนรุ่นใหม่ เหมือนที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยเป็นอยู่

 แต่เป็นเพราะโครงสร้างของประชาธิปัตย์ ที่ยังติดอยู่กับจารีตประเพณีอย่างเหนียวแน่น ไม่อาจทำให้พรรคการเมืองนี้มีพละกำลังได้อย่างที่ควรจะเป็น

 เอาง่ายๆ แค่การเลือกผู้บริหารพรรคชุดใหม่ ในที่สุดก็วนเวียนอยู่กับคนกลุ่มเดิม เป็นคนที่วงใน หรือจะเรียกว่า เป็น 'ชนชั้นนำ' ในพรรคก็ไม่ผิดนัก

 ขณะที่ฝั่งของระบอบทักษิณ ไม่มีจารีตเช่นว่านี้ ทำให้การบริหารมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง คนเสื้อแดงที่ทำผลงานดี พูดเก่ง ขยันขันแข็ง มีอิทธิพลต่อมวลชน ก็สามารถก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหารได้ทันที ไม่ต่างกับบริษัทเอกชน

 ส่วนระบบแบบประชาธิปัตย์ ที่อยู่ในกรอบอันแน่นหนา ลองถูกยุบสักรอบ มีสิทธิสูญพันธุ์ได้ทันที หรือไม่ก็ใช้เวลาผลิตคนอีกนานกว่าจะมาสานต่อภารกิจของพรรคได้

 ในแง่รูปแบบการบริหารพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ต่างกับบริษัทเอกชน ที่ตอบแทนคนทำงานตามผลงานที่ทำ ส่วนประชาธิปัตย์ เป็นหน่วยงานราชการที่มีระเบียบขั้นตอน ถึงจะเก่งกล้าสามารถมาจากไหน แต่ถ้าคนเก่ายังไม่เกษียณ ก็จะเติบโตขึ้นไปไม่ได้

 รูปแบบที่ต่างกันของสองพรรคนี้ ก่อให้เกิดพลังทางการเมืองที่แตกต่างกันด้วย 'พรรคเพื่อไทย' ถึงแม้ว่าจะใช้นักการเมืองชุด C หรือชุดที่สาม เพราะถูกตัดสิทธิไปสองชุด ก็ยังชนะเลือกตั้งได้ ที่เป็นอย่างนี้เพราะเพื่อไทยสามารถผลิตบุคลากรป้อนเข้าพรรคได้มากกว่าประชาธิปัตย์ เพราะมีการเปิดโอกาสให้แกนนำมวลชนตามภูมิภาคได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ ทำดี ทำเด่นมีรางวัล ไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้ากระตุ้นมวลชนได้ เป็นที่รักของประชาชน มีสิทธิลง ส.ส.ไม่ต้องดูนามสกุล

 แต่ประชาธิปัตย์นั้น มีอายุยาวนานกว่า แถมยังไม่เคยถูกยุบเหมือนคู่แข่ง แต่กลับไม่มีฐานมวลชนที่แข็งแกร่งในระดับที่วางกันเป็นเครือข่าย พร้อมจะเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุน ปกป้องรักษาอุดมการณ์ของประชาธิปัตย์ จะมีก็แต่พ่อยก แม่ยก แฟนคลับเฉพาะตัวบุคคล หรือจะมีเป็นกลุ่มเป็นก้อนหน่อยก็ช่วงเลือกตั้งที่มีบรรยากาศสู้รบโชยอยู่รอบตัว มวลชนเสื้อฟ้าก็จะแสดงพลังกันสักรอบ
 แต่ถ้าในระดับที่จงรักภักดีสู้แทนพรรคแบบถวายหัวแบบฝั่งเพื่อไทยนั้น ยังหายาก

 ในภาวะที่ 'ประชาธิปัตย์' ยังต้องเร่งปฏิวัติตัวเอง และ 'เพื่อไทย' ก็ยังไม่ผลีผลามรุกคืบอำมาตย์ ก็เป็นโชคดีของประเทศที่จะสงบเรียบร้อย สมานฉันท์กันไปจนกว่าอำนาจทั้งสองจะเคลื่อนเข้าชนกันอีกรอบ

 หรือยังจะมีอะไรใหม่เข้ามาแทรกซ้อนอีก!?