ยีอัดฉีด22ล้านลุ้นอลป.-บอลโลก
บอลไทยยุค ยี 3 เดินเครื่องแบ่งงานสภากรรมการลงตัว พร้อมอัดฉีดแหลกแข้งสาว 10 ล้านลุ้นตั๋วโอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ ส่วนทีมชาติไทย 12 ล้านลุ้นเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2014 โซนเอเชีย ขณะที่ทีมซีเกมส์ น้าเหม่ง ประพล พงษ์พานิช ควง สิงโตเผือก วิฑูรย
ที่ห้องมณฑาทิพย์ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานการชุมสภากรรมการบริหาร สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2554 โดยมีสภากรรมการยุค “ยี 3” มาประชุมอย่างพร้อมเพรียงขาดแค่ ไบรอัน มาร์การ์ และ ดร.ชาติชาย พุคยาภรณ์ ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเพียง 2 ราย
การประชุมเริ่มต้นด้วยการสรุปผลงานของทีมชาติไทยชุดต่างๆ ก่อนจะหารือถึงเรื่องอื่นๆ ใช้วาระประชุมยาวนานกว่า 3 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น โดย “บังยี” เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวและมอบหมายงานให้สภากรรมการแต่ละคน รวมถึงรายงานผลการแข่งขันของทีมชาติไทยในแต่ละชุด ซึ่งสมาคมฟุตบอลจะจัด 2 โครงการใหญ่เพื่อสนับสนุนทีมชาติไทยคือ โรด ทู ลอนดอน 2012 และ โก ทู บราซิล 2014
“โรด ทู ลอนดอน คือการสนับสนุนทีมฟุตบอลหญิงไปสู่กีฬาโอลิมปิก 2012 ลอนดอนเกมส์ ที่ประเทศอังกฤษ โดยทีมชาติไทยจะต้องลงเล่นรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสุดท้ายตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ที่ประเทศจีน สมาคมฟุตบอลประกาศอัดฉีดให้ทีมสาวไทยชนะนัดละ 2 ล้านบาท เสมอ 1 ล้านบาท หากผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายรับทันที 10 ล้านบาท” บังยี กล่าว
นายกสมาคมฟุตบอลเผยต่อว่า สำหรับ โก ทู บราซิล 2014 คือการสนับสนุนทีมชาติไทยในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย สมาคมฟุตบอลประกาศอัดฉีดชนะนัดละ 2 ล้านบาทและเสมอ 1 ล้านบาทเท่ากับทีมฟุตบอลหญิง หากทีมชาติไทยสามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 10 ทีมสุดท้ายโซนเอเชียได้จะมีอัดฉีดให้ 12 ล้านบาท แต่ถ้าแพ้จะมีการพิจารณาเป็นนัดๆ ไป
นอกจากนี้ “บังยี” ยังเปิดเผยอีกว่า สำหรับทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ที่มี เกษม จริยวัฒน์วงศ์ เป็นผู้จัดการทีมได้ข้อสรุปว่าจะให้ ประพล พงษ์พานิช และ วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ เป็นทีมงานผู้ฝึกสอนเพราะทำงานแบบเข้าขาและรู้ใจกันดี ซึ่งสมาคมฟุตบอลก็พิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสม ขณะที่ทีมเยาวชนไทยอายุ 19 มี ชาด ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้จัดการทีม และมิตติ ติยะไพริช เป็นผู้จัดการทีมเยาวชนไทยอายุ 16 ปี แต่ผู้ฝึกสอนกำลังพิจารณาหารืออยู่
ส่วนประเด็นที่ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก เตรียมจะหารือกับสภากรรมการบริหารถึงการปรับโปรแกรมฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกในนัดที่ 20-21 สิงหาคม ให้เปลี่ยนมาเป็นฟุตบอลลีกคัพ และการยื่นอุทธรณ์โทษของ ชินกร ดีสาย ผู้รักษาประตูของทีมราชนาวีที่โดนแบน 3 นัด จากการไปเตะนอกเกมหวดหน้าอก เอ็ดวัลโด เปเรไรา กองหน้าของเชียงราย ยูไนเต็ด นั้นไม่ได้มีการพูดในที่ประชุม เนื่องจากไม่มีตัวแทนของ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก เข้าประชุม
สำหรับการแต่งตั้งหน้าที่ของสภากรรมการบริหารทั้ง 18 คนมีดังนี้ ไบรอัน มาร์การ์ อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ, ดร.ประเวช รัตนเพียร อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค, วิมล กาญจนะ อุปนายกฝ่ายพัฒนาฟุตบอลภูมิภาค, วิชาญ มีนชัยนันท์ อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ, ดร.ชาติชาย พุคยาภรณ์ อุปนายกฝ่ายพัฒนาฟุตบอลระดับรากหญ้าและเยาวชน, พีระ ฟองดาวิรัตน์ อุปนายกฝ่ายพัฒนาการแข่งขัน
องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการ, สุนทร มีสุวรรณ เหรัญญิกและประธานฝ่ายการเงินและสิทธิประโยชน์, เกษม จริยวัฒน์วงศ์ นายทะเบียน, ดร.กษม ชนะวงศ์ กรรมการกลางและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, สามารถ ทรัพย์พจน์ กรรมการกลางและประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีสารสนเทศ, พล.ต.ชินเสณ ทองโกมล กรรมการกลางและประธานฝ่ายผู้ตัดสิน, พล.ต.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร กรรมการกลางและประธานฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทาน
ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ กรรมการกลางและประธานฝ่านสวัสดิการและพัฒนาสโมสร, อุดรพันธุ์ จันทวิโรจน์ กรรมการกลางและประธานฝ่ายกิจกรรมพิเศษ, ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ กรรมการกลางและประธานฝ่ายนิเทศก์ฝึกอบรมและสถาบันผู้ตัดสิน, เกรียงสิทธิ์ หนุ่มรักชาติ กรรมการกลางและประธานฝ่ายพัฒนาศูนย์ภูมิภาค, โสภิต ภาโนมัย กรรมการกลางและประธานวิชั่นไทยแลนด์



