ข่าว

เล็งขอขึ้นค่าบรรจุถุงน้ำตาลทราย

เล็งขอขึ้นค่าบรรจุถุงน้ำตาลทราย

11 ส.ค. 2554

โรงงานน้ำตาลเตรียมเสนอ "กิตติรัตน์" ขอปรับค่าบรรจุถุงน้ำตาลทราย 1 กิโล จากถุงละ 75 สตางค์ เป็น 1 บาท มองเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำตาลถุงในห้างต่อสาขาลดลง เพราะไม่มีการผลิตเพิ่ม ระบุค่าบรรจุที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 1.50 บาท

          นายวิรัตน์ สังวิศิษฏ์ รองกรรมการผู้จัดการประจำกลุ่มธุรกิจน้ำตาล บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด เปิดเผยว่า โรงงานน้ำตาลเตรียมเสนอขออนุมัติปรับค่าบรรจุถุงน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม จากถุงละ 75 สตางค์ เป็นถุงละ 1 บาท ต่อนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากค่าบรรจุถุงในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต โดยในช่วงต้นปีโรงงานน้ำตาลขอปรับเพิ่มเป็นถุงละ 1.50 บาท แต่ไม่ได้รับอนุมัติ เพราะอาจจะกระทบต่อผู้บริโภค ในรอบใหม่นี้จึงขอปรับเป็น 1 บาท

          ส่วนสถานการณ์น้ำตาลทรายในประเทศถือว่าเพียงพอต่อการบริโภค โดยคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล (กอน.) กำหนดน้ำตาลโควตา ก. เพื่อบริโภคในประเทศ 25 ล้านกระสอบ และสำรองน้ำตาลไว้อีก 1 ล้านกระสอบ แต่การผลิตน้ำตาลถุง 1 กิโลกรัม คงที่มาหลายปีแล้ว ขณะที่ห้างค้าปลีกรายใหญ่ได้ขยายสาขาเพิ่มทุกปี ส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลถุงเฉลี่ยต่อสาขาลดลง

          นายชลัช ชินธรรมมิตร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ และสายงานผลิตและเทคนิค บริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปริมาณการผลิตน้ำตาลทรายถุง 1 กิโลกรัมของโรงงานต่างๆ ไม่เพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากค่าบรรจุถุงที่ได้รับอยู่ที่ 75 สตางค์ มีผลขาดทุน ซึ่งโรงงานน้ำตาลขอนแก่นไม่ได้ผลิต แต่หากอนุมัติปรับค่าบรรจุถุงเพิ่มขึ้นอาจพิจารณาผลิตน้ำตาลถุง อย่างไรก็ตาม มองว่าอัตราค่าบรรจุถุงที่เหมาะสมควรเป็นถุงละ 1.50 บาท เพราะปัจจุบันต้นทุนและค่าแรงงานมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น

          ขณะที่ นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ควรพิจารณาปรับโครงสร้างราคาน้ำตาลในประเทศ โดยปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาน้ำตาลไว้ แต่เมื่อราคาน้ำตาลในตลาดโลกสูงขึ้น ส่งผลให้มีการลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และส่วนต่างของราคาน้ำตาลที่สูงขึ้น ไม่ถึงมือชาวไร่อ้อย และไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งการค้าจะเสรีมากขึ้น ส่งผลให้การควบคุมราคาเป็นเรื่องไม่เหมาะสม

          ทั้งนี้ ชาวไร่ต้องการให้ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิต 2554/2555 อยู่ที่ตันละ 1,200 บาท โดยต้นทุนการผลิตปัจจุบันอยู่ที่ตันละ 1,100 บาท และเมื่อปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท จะส่งผลให้ชาวไร่ต้องจ่ายค่าตัดอ้อยเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่จ่ายเฉลี่ยวันละ 220 บาท ซึ่งในระยะต่อไปภาครัฐควรกำหนดนโยบายให้การปลูกอ้อยมีกำไรมากกว่าการปลูกให้มีรายได้เท่ากับต้นทุนการปลูก

          ด้าน นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า คาดว่าฤดูกาลผลิต 2554/2555 จะมีผลผลิตอ้อย 100 ล้านตัน สูงกว่าฤดูกาลผลิต 2553/2554 ซึ่งมีผลผลิต 95 ล้านตัน และคาดว่าราคาอ้อยขั้นสุดท้ายฤดูกาล 2553/2554 จะอยู่ที่ตันละ 1,200 บาท