
'ยุทธศักดิ์'เปิดเสรี-ผบ.เหล่าทัพจัดโผ
"ยุทธศักดิ์"เปิดเสรี-ผบ.เหล่าทัพจัดโผ : ทีมข่าวความมั่นคง รางาน
การจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 ของเหล่าทัพ ได้เสร็จสมบูรณ์แล้วตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม มอบหมายนโยบายให้เหล่าทัพเร่งจัดทำบัญชีโยกย้าย เนื่องจากปีนี้มีตำแหน่งหลักหลายตำแหน่งเกษียณอายุราชการ
ถึงแม้การจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 จะเสร็จสมบูรณ์แล้วก็ตาม แต่ขณะนี้บัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารยังคงอยู่ที่ ผบ.เหล่าทัพ ยังไม่ได้มีการจัดส่งมาตามขั้นตอนเหมือนกับการโยกย้ายครั้งที่ผ่านมา
เนื่องจากขณะนี้กองทัพรอบุคคลที่จะมารับตำแหน่ง รมว.กลาโหมคนใหม่ ที่ต้องให้เกียรติเข้ามาร่วมจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายในครั้งนี้ด้วย ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรง
ซึ่งรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีการพูดคุยกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพ โดยเฉพาะ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ว่าจะเปิดทางให้เหล่าทัพพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง โดยที่ฝ่ายการเมืองจะไม่เข้าไปแทรกแซง เนื่องจากขณะนี้สังคมจับตามอง?เป็นอย่างมากว่าจะสามารถทำตามคำพูดที่ได้ให้ไว้หรือไม่ ว่า จะเข้ามาแก้ไข ไม่แก้แค้น
สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม เกษียณอายุราชการ คาดว่า พล.อ.คณิต สาพิทักษ์? ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เต็งหนึ่งที่จะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม
โดยมีคู่ชิงคือ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพไทย ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ว่างลงอีก 3 ตำแหน่ง คาดการณ์กันว่า อาจจะมีการโยกย้าย พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ที่ผิดหวังจากการโยกย้ายที่ผ่านมา ในตำแหน่ง 5 เสือ ทบ. พล.อ.อ.พิธพร กลิ่นเฟื่อง ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ และ พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ มาดำรงตำแหน่งนี้
กองบัญชาการกองทัพไทยคาดว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร จะขยับขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด แทน พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ที่เกษียณอายุราชการ
ขณะเดียวกันก็ยังมีกระแสข่าวว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแล้ว อาจจะมีการผลักดันให้ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพไทย มาเบียดในตำแหน่งดังกล่าวด้วย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มีชื่อไปเบียดอยู่ที่ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม
ส่วนตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ที่คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่ง คือ พล.อ.ภุชงค์ รัตนวรรณ? ผบ.สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.ร.อ.รุ่งรัตน์ บุณยรัตพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพไทย และขยับให้ พล.อ.อ.ไมตรี โอสถหงษ์ รองเสนาธิการทหารอากาศ มาเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
กองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้พิจารณาตำแหน่ง 5 เสือ ทบ.ที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งของ พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบกของ พล.อ.วิชญ์? เทพหัสดิน ณ อยุธยา อีก 1 ตำแหน่ง คาดว่าตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารบกอาจจะมีการขยับให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ?เสนาธิการทหารบก มาดำรงตำแหน่ง
โดยให้ พล.ท.ศิริชัย ดิษฐกุล รองเสนาธิการทหารบก ขึ้นมาเป็นเสนาธิการทหารบกแทน และอาจขยับ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.อ.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อน ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในปี 2555 และให้ พล.อ.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก
กองทัพเรือถือเป็นอีกเหล่าทัพที่น่าจับตาไม่น้อย เนื่องจากในปีนี้ในตำแหน่งหลักเกษียณอายุราชการทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.ศุภกร บุรณดิลก ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ พล.ร.อ.นิพนธ์ จักษุดุลย์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.สุวิทย์ ธาระรูป ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์ วังแก้ว เสนาธิการทหารเรือ และพล.ร.อ.ณรงค์ เทศวิศาล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ โดยตำแหน่งหลักว่างลงถึง 6 ตำแหน่ง จึงทำให้ พล.ร.อ.กำธร ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
แม้ พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ มีข่าวว่าถูกโยกไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหมก็ตาม แต่ชื่อ พล.ร.อ.ยุทธนา ก็ยังสอดแทรกเข้ามาในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ กับคู่แคนดิเดตอย่าง พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ ที่มีข่าวว่า พล.ร.อ.กำธร วางตัวให้มาสานโครงการต่อเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือเยอรมันต่อ
สำหรับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรืออาจจะตกเป็นของ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ตท.13 เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องการที่จะให้ ตท.12 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ในทุกเหล่าทัพ
เพราะ พล.ร.อ.ยุทธนา ก็เป็นหนึ่งใน ตท.12 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เช่นเดียวกัน รวมถึงตำแหน่งของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงมีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายการเมืองต้องการที่จะถ่วงดุลอำนาจ จึงพยายามผลักดันให้ พล.ร.อ.ยุทธนา มาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมแทน ทั้งๆ ที่มีความอาวุโสเป็นอันดับ 2 ทั้งนี้ทั้งนั้น พล.ร.อ.ยุทธนา ก็ยังมีสิทธิ์ เนื่องจากมีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ พยายามผลักดันให้เพื่อนขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารเรือเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีการขยับให้ พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ เป็นรองผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.อมรเทพ ณ ?บางช้าง ขยับเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.ดำรงศักดิ์ ห้าวเจริญ? ขยับเป็นเสนาธิการทหารเรือ
สำหรับกองทัพอากาศ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่เกษียณอายุราชการในปี 2555 ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ เพราะมีกระแสข่าวอาจจะมีการเปลี่ยนตัว เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เกิดความไม่พอใจหลังจาก เอฟ16 ตามประกบในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศกัมพูชา และมีข่าวว่าอาจจะให้เพื่อน ตท.10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ พล.อ.อ.พิธพร กลิ่นเฟื่อง ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ มาเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศแทน
ขณะเดียวกัน กฎระเบียบของกระทรวงกลาโหมที่ว่าด้วยตาม พ.ร.บ.การจัดระเบียบของกระทรวงกลาโหม ปี 2551 ในการพิจารณาในตำแหน่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ จะต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งโยกย้ายจำนวน 7 เสียง โดยหนึ่งเสียงคือ ตำแหน่ง รมว.กลาโหม และอีก 5 เสียง คือ ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ส่วนอีกหนึ่งคือในตำแหน่ง รมช.กลาโหม จึงมีความเป็นไปได้ที่ พล.อ.อ.อิทธพร จะยังคงได้รับความไว้วางใจในการทำหน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมา ผบ.เหล่าทัพ จับมือกันเหนียวแน่นในการดูแลรักษาความสงบของบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า จะพูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อให้ ผบ.เหล่าทัพมั่นใจในการทำงาน และร่วมกันทำงานตามภารกิจของกระทรวงกลาโหม ในการดูแลสถาบันพระมหากษัตริย์ ดูแลด้านความมั่นคงและการพัฒนาหน่วย
“การปรับย้ายนายทหารขอให้สบายใจได้ ซึ่งผมจะคุยกับ ผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพว่า เขาคิดอย่างไร ปรับอย่างไร และเมื่อปรับแล้วผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับกองทัพอย่างไร เมื่อทุกอย่างลงตัว ทั้งนี้ผมจะไม่เข้าไปเลือกคนที่จะเป็น ผบ.เหล่าทัพ แน่นอน แต่จะเป็นลักษณะคุยกับ ผบ.เหล่าทัพว่า ที่เสนอคนนี้เพราะอะไร เลือกคนนี้เพราะอะไร แล้วทำไมไม่เลือกคนนี้ทั้งที่อาวุโสสูงกว่า คิดว่าไม่มีปัญหาวุ่นวาย เพราะเคยเป็นปลัดกลาโหมมาแล้ว รู้ปัญหาพวกนี้ดี" พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว
เก้าอี้..ผบ.ตร.ร้อนเส้นทาง..สายความมั่นคง!!
ดูเหมือน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คงทำใจได้ระดับหนึ่ง หลังจากมีข่าวว่า รัฐบาลต้องการปรับย้ายตำแหน่ง ผบ.ตร.เสียใหม่ โดยข่าวล่าสุดคนที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนคงไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 ซึ่งเป็นคู่แคนดิเดตกันมาเมื่อปีที่แล้ว
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เคยคิดจะลาออก แต่มีเสียงห้ามปรามไว้ เพราะยังเหลือเวลาอีก 1 ปีก่อนเกษียณอายุราชการในปี 2555 และหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งโอกาสย่อมกลับมา
"ผมไม่มีฐานะที่จะไปเจรจาต่อรองเพื่อขอตำแหน่ง เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาพิจารณา แต่พร้อมที่จะทำตามนโยบายของรัฐบาล ถ้าเห็นว่าเหมาะสม" นี่อาจเป็นเสียงสะท้อนล่าสุดที่แบ่งรับแบ่งสู้ยอมรับกลายๆ กับกระแสข่าวชิ้นนี้
ย้อนกลับไปเมื่อปีที่ผ่านมา หลังจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ทำหน้าที่รักษาราชการแทนผบ.ตร. ชื่อของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาในฐานะรองผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 ที่ยังมีข้อถกเถียงเรื่องอาวุโสกับ พล.ต.อ.วิเชียร แต่สุดท้ายคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ก็เลือก พล.ต.อ.วิเชียร ขึ้นมาเป็นผู้นำหน่วย
หลังจากนั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก็เก็บตัวเงียบ ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
กระทั่งมีการเลือกตั้งและพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาล และผู้ที่ทรงอำนาจต่อคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันหนึ่งในนั้นก็คือ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และอดีตภรรยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ยังมีเยื่อใยต่อกันไม่เสื่อมคลาย และเป็นพี่ชายของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน
กระแสข่าวการเปลี่ยนตัวผู้นำองค์กรตำรวจจึงเริ่มสะพัดและดูจะเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น เมื่อนายตำรวจใหญ่คนหนึ่งเริ่มได้รับสัญญาณบางอย่างพยายามต่อสายกับนักการเมืองใหญ่ทางภาคเหนือ เพื่อเคลียร์ใจกับอดีตผู้นำและภรรยา
สุดท้ายฝ่ายการเมืองยังยืนยันจะเปลี่ยนตัวผบ.ตร.
กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงมีข้อเสนอปรับย้ายเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียหน้า โดยแลกกับตำแหน่งในสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งถือเป็นหน่วยงานสำคัญด้านความมั่นคงและมีงบลับจำนวนมาก เรียกว่า สมน้ำสมเนื้อ มากกว่าตำแหน่งอื่น
ข่าวว่ามีการตกปากรับคำกันเรียบร้อยแล้วด้วย
ขณะเดียวกันมีรายงานอีกชิ้นที่ถูกทำขึ้นโดยแกนใหญ่ของพรรคเพื่อไทย รายงานถึงพฤติกรรมของตำรวจหลายคนในภาคอีสาน ที่ถูกขึ้นบัญชีปรับย้าย
โดยเฉพาะในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ที่มีตำรวจบางส่วนเข้าไปช่วยกดดันพลพรรคเสื้อแดงไม่ให้เคลื่อนไหว หวังว่าศูนย์อำนาจเก่าจะกลับมา โดยเฉพาะ "ยุทธการ 315" ที่ยังคาใจพรรคเพื่อไทยอยู่ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ต้องการเปลี่ยนตัวผู้นำตำรวจมาเป็นคนในสายอำนาจฝั่งรัฐบาล
ส่วน "ครม.ปู 1" และกระบี่ชั้นเทพอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่มีข่าวว่าจะเข้ามาคุมบังเหียนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องการจัดโผตำรวจหนักขนาดไหน ตำแหน่งผบ.ตร.จะอยู่หรือข้ามห้วยไปที่ใด อีกไม่นานเกินรอ รู้แน่นอน!!



