ข่าว

ในหลวงทรงให้ครม.ซื่อสัตย์สุจริต

ในหลวงทรงให้ครม.ซื่อสัตย์สุจริต

10 ส.ค. 2554

"ในหลวง" มีพระราชดำรัสให้ ครม.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทรงชี้โลกนี้วุ่นวายพอแล้ว ขอให้ประเทศไทยมีความเรียบร้อย ประชุม ครม.นัดแรก 11 ส.ค.นี้

          เวลา 17.30 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2554 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรวม 36 คน เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่

           โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานความว่า "ขอแสดงความยินดีกับคณะรัฐมนตรีที่ได้ตั้งขึ้นมาใหม่และที่มากล่าวคำปฏิญาณว่า จะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อความเจริญมั่นคงของประเทศ ประเทศชาตินี้จะต้องมีผู้ที่ปกครอง ผู้ที่ทำหน้าที่สูงสุดเพื่อให้ทุกส่วนของการงานของประเทศดำเนินไปด้วยดี ขอให้ท่านได้ทำตามที่ได้กล่าว เพื่อที่จะให้งานของประเทศดำเนินไปด้วยดี และทั้งขอให้ท่านสามารถปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ได้กล่าว สำหรับงานของประเทศก็สำคัญ ที่ผู้ใหญ่จะแสดงตัวอย่างให้แก่ทุกคนในประเทศ เพื่อที่จะให้งานต่างๆ ดำเนินไปด้วยดี

           ขอให้ท่านทำงานตามที่ได้กล่าวปฏิญาณและสามารถปฏิบัติตามความตั้งใจ ถ้าทำได้แล้ว ท่านก็มีความพอใจที่ได้ปฏิบัติเพื่อประเทศชาติ และความสำเร็จของท่านในทุกวันที่ท่านทำ จะเป็นผลสำเร็จที่ดีสำหรับประเทศและทุกคนในประเทศ ที่ต่างคนต่างอยากที่จะให้มีความสำเร็จในทุกสาขา ขอให้ท่านได้สามารถปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ด้วยความมีผลสำเร็จ ท่านเองในส่วนตัวของท่านก็จะมีความพอใจ ถ้าทำได้ตามที่ท่านตั้งใจไว้ ขอให้ท่านมีความสำเร็จในงานการ และทำให้บ้านเมืองมีความสำเร็จตามที่ต้องการ ซึ่งประเทศไทยนั้นน่าจะมีได้ ในปัจจุบันนี้ ในโลกนี้ มีความวุ่นวายอย่างยิ่ง เมืองไทยยังมีความวุ่นวายน้อย การรักษาความสงบสุข รักษาความสำเร็จที่ได้ทำมาแต่ปางก่อน ก็เชื่อว่าท่านมีความสำเร็จได้แล้ว ก็มีความพอใจ

           ขอให้ทุกท่านทำงานด้วยความตั้งใจอย่างดีที่สุด เพื่อผลสำเร็จของบ้านเมือง และทุกสาขา และทุกด้าน ขอให้ท่านมีความพอใจในงานการ และมีความสำเร็จในงานการ ทำให้ประเทศชาติเป็นที่อยู่ที่สบายในโลก ซึ่งในโลกนี้มีความวุ่นวายพอแล้ว ขอให้ในประเทศไทยมีความเรียบร้อย ขอให้ท่านประสบความสำเร็จในงานการที่ได้ทำไว้ ท่านควรจะมีความพอใจที่ได้ทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อความสำเร็จของประเทศชาติ ขอให้ท่านประสบความสำเร็จในงานการ และมีความพอใจในงานที่ตนทำอยู่เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ขอให้ท่านมีความสำเร็จในงานการและความพอใจในกิจการทุกอย่าง"

 

 

ครม.ถ่ายรูปหมู่ก่อนเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์

          ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในการเข้ามาถ่ายรูปติดบัตรประจำตัว และถ่ายรูปหมู่ของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่า บรรดารัฐมนตรีพากันทยอยเดินทางมาที่ตึกสันติไมตรี(หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเข้าถ่ายรูปตั้งแต่ก่อนเวลานัดหมายคือ 15.00 น. ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีส่วนใหญ่ก็มาพร้อมกับเลขาส่วนตัว

           แต่ปรากฏว่าในส่วนของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กลับมีผู้ชายวัยรุ่นทรงผมสกินเฮดสวมแว่นตาดำตัวสูงกว่านายยงยุทธเดินตามหลังมาด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าใช่ลูกชายหรือไม่ นายยงยุทธจึงตอบว่า ใช่ และยังระบุด้วยว่าพาลูกชายมาหาเมีย เพราะไม่ยอมมีเมียสักที จึงทำให้ลูกชายต้องถอดแว่นตาออกแล้วก็หัวเราะชอบใจไปกับผู้สื่อข่าว นอกจากนี้นายยงยุทธได้บอกกับผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงมหาดไทยที่มาทำข่าวด้วยว่า เดี๋ยวตนจะเข้าไปนั่งคุยกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานที่กระทรวงแน่นอน

            และอีกคนที่สร้างสีสันให้กลุ่มนักข่าว คือ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ที่เดินตรงเข้ามาคุยกับกลุ่มของผู้สื่อข่าวที่มีนางยุวดี ธัญญศิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาลอย่างถูกคอ และสุดท้ายพล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้แซวนางยุวดีว่า จะลองเชิญ พล.อ.สิริชัย ธัญญศิริ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีสถานะเป็นสามีของนางยุวดีมานั่งในตำแหน่งประธานที่ปรึกษารมว.กลาโหมด้วย จึงทำให้นางยุวดีถึงกลับรีบปฏิเสธว่าไม่เอา ไม่เอาแล้ว แล้วก็หัวเราะ

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นรัฐมนตรีทั้งหมดก็เข้าไปถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวในตึกสันติไมตรี จนกระทั่งเวลา 15.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้นำครม.ทั้งหมดมาถ่ายรูปหมู่ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้าท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมากที่มารอทำข่าว จากนั้นเวลา 15.40 น. ครม.ทั้งหมดได้นั่งรถตู้ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) ออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ฯ อย่างไรก็ตามปรากฏว่ามีเพียงนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง ที่ไม่ได้เดินทางมาถ่ายรูปติดบัตรและถ่ายรูปหมู่ที่ทำเนียบรัฐบาล

           ทั้งนี้ในวันที่ 11 ส.ค. เวลา 09.00 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้นัดประชุมครม.เป็นนัดแรกที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) ทำเนียบรัฐบาล


"กิตติรัตน์"เปิดใจแนวทางทำงานรองนายกฯควบพณ.

           นายกิตติรัตน์  ณ  ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีการแก้ปัญหาราคาหมูแพงว่า เท่าที่ติดตามกระทรวงพาณิชย์ได้ดูแลเรื่องนี้ใกล้ชิดอยู่แล้ว เรื่องเนื้อหมูถือว่าเป็ปกติ เพราะก่อนช่วงสาร์ทจีนจะมีความต้องการเนื้อหมูมากขึ้น พอมีเรื่องโรคเข้ามาก็จะกระทบต่อราคา แต่เชื่อว่าเขากำลังดูแลอย่างใกล้ชิด ตนทราบว่ากลุ่มที่เป็นโมเดิร์นเทรดต่างๆ ได้ให้ความร่วมมือดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมการค้าภายในก็ไม่ละเลย ถึงแม้จะยังไม่ได้ทำหน้าที่ แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็มีความเป็นห่วงเป็นใย ได้ฝากให้ติดตาม โชคดีที่มีเอกชนให้ความร่วมมือ จะเห็นได้ชัดว่าพอหน่วยงานราชการขอความร่วมมือในเรื่องการกำหนดราคา ก็ประกาศกันชัดเจน ต้องช่วงกันดูแล

           ผู้สื่อข่าวถามว่า งานในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ทราบว่าจะได้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจหรือไม่ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า “ครับ” เมื่อถามต่อว่าจะพิสูจน์การทำงานอย่างไร เนื่องจากปฏิกิริยาจากสภาหอการค้าหรือสภาอุตสาหกรรม ยังไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไหร่ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ท่านประธานอุตสาหกรรม และประธานหอการค้า เคยคุ้นเคยกันมา และตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นส่วนหนึ่งของสภาธุรกิจตลาดทุน ทำงานใกล้ชิดกับองค์กรทั้ง 3 รวมทั้งสมาคมธนาคารด้วย เข้าใจว่านโยบายของรัฐบาลที่พูดไว้ในตอนหาเสียงมีความชัดเจน ในความต้องการให้ค่าแรงกับผู้ที่มีรายได้น้อยถูกปรับขึ้นมา ซึ่งหน่วยงานเหล่านั้นอาจจะแสดงความกังวล แต่ว่าไม่ใช่เรื่องเดียวที่จะทำ ยังมีเรื่องของการลดภาษี การช่วยลดภาระให้กับภาคธุรกิจ ทั้งผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง หลายส่วนจะประกอบกัน รวมทั้งนโยบายที่จะให้ราคาพลังงานลดต่ำลง ซึ่งทางรัฐมนตรีพลังงานมีความชัดเจนและเตรียมงานต่างๆ ไว้ ขอให้แถลงนโยบายกับทางสภาให้เรียบร้อย ซึ่งการทำงานต่างๆ ไม่ชักช้าเลย

           เมื่อถามว่า การทำงานกับนายธีระชัย  ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง จะมีความราบรื่นหรือไม่ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ตนเห็นว่ารมว.คลังเป็นคนที่มีความสามารถ เป็นผู้บริหารของธนาคารแห่งประเทศไทยจนถึงรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และมาเป็นเลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ยาวนานถึง 2 สมัย ความรู้ความเข้าใจของท่านยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และในโอกาสที่ได้ทำงานด้วยกัน ได้เห็นฝีไม้ลายมือของท่าน เพราะฉะนั้น ในกระทรวงเศรษฐกิจน่าจะทำงานราบรื่น

           เมื่อถามต่อว่า ในการรับตำแหน่งรมว.พาณิชย์จะดูแลสินค้าจุดใดก่อน นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า สินค้ามีส่วนต่อค่าครองชีพของประชาชนมากมาย การเริ่มนโยบายที่จะให้ภาคเอกชนพร้อมจ่ายค่าแรงให้กับผู้มีรายได้น้อย หรือแรงงานไร้ฝีมือ ต้องดูแลค่าครองชีพไปด้วย ค่าครองชีพสำคัญๆ จะต้องถูกดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งคงไม่ใช้วิธีการไปกำหนดราคา เราต้องเชื่อในกฎของอุปสงค์ อุปทาน ภาคเอกชนที่ทำงานด้านผู้ผลิตในเรื่องความต้องการสินค้า ต้องประสานให้เกิดความเช้าใจ ถ้าประชาชนเกิดความกังวลว่าเงินจะเฟ้อหรือของจะแพง แนวโน้มก็จะอยากซื้อมากขึ้น พอซื้อมากขึ้นอาจจะทำให้เขาขาดแคลน สิ่งสำคัญคือขอให้มีความเชื่อมั่น ผู้ผลิตหลายคนก็ควรจะเข้าใจค่าแรงที่จะสูงขึ้น จะนำมาซึ่งกำลังซื้อ และทำให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้าขึ้นและผู้ที่รายได้น้อยก็จะมีความสุขมากขึ้น ตนจะขอดูแลเรื่องของค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด 

           เมื่อถามว่า ในภาพรวมของการดูแลเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีจะเป็นหัวหน้าทีมดูแลเรื่องเศรษฐกิจ หรือมอบหมายให้ท่านดู นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ท่านนายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาลแน่นอน แต่ตนเชื่อว่าท่านต้องการให้ตนทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มกระทรวงเศรษฐกิจ และมีการกลั่นกรองให้ตกผลึกถึงระดับที่ท่านจะสามารถเข้ามาตัดสินใจขั้นสุดท้ายได้ เพราะงานของประเทศมีเรื่องอื่นด้วย ดังนั้น ในเรื่องของเศรษฐกิจจะต้องมีการกลั่นกรองในขั้นที่จะให้นายกฯ ตัดสินใจได้

 

"ขรก.กต."งง"สุรพงษ์"นั่งบัวแก้ว ทั้งที่ไม่เชี่ยวชาญ

            ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่าที่กระทรวงการต่างประเทศ ตลอดทั้งวัน ข้าราชการและเจ้าหน้ากระทรวงการต่างประเทศได้ให้ความสนใจ ประเด็นที่มีการแต่งตั้งให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ โดยได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง กรณีเกี่ยวกับคุณสมบัติและสามารถของนายสุรพงษ์ ซึ่งข้าราชการนักการทูตส่วนใหญ่รู้สึกประหลาดใจและมีข้อสงสัยว่า มีเหตุผลใดที่ นายสุรพงษ์ ซึ่งรู้กันดีว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญงานไอที มานั่งเก้าอี้เป็นเจ้ากระทรวงบัวแก้วคนใหม่ เนื่องจากตำแหน่งนี้ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในเวทีระหว่างประเทศ รวมทั้งต้องเป็นผู้กว้างขวาง มีความรู้ความสามารถและเป็นที่รู้จักในแวดวงต่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง

            แต่อย่างไรก็ตาม ข้าราชการกระทรวงก็ได้แสดงความพร้อมจะทำงานร่วมกับเจ้ากระทรวงคนใหม่ โดยหวังว่านายสุรพงษ์จะใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มี มุ่งเจรจาแก้ไขปัญหาที่ค้างคา และดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างโปร่งใส เพื่อการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศให้ก้าวหน้า และกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศอื่นๆ และองค์กรระหว่างประเทศ ก็เพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศชาติ

 

"กต."ลั่นขรก.บัวแก้วมีความเป็นมืออาชีพ

            นายธานี ทองภักดั อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของนายสุรพงษ์ว่า ในฐานะเป็นข้าราชการประจำมีความเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว มีความพร้อมจะทำงานสนับสนุนการปฏิบัติงานและสนองนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ อย่างเต็มที่

 

ชี้"สุรพงษ์"เยือนกัมพูชา เป็นเรื่องที่ดี

             แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่นายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เตรียมจะเชิญนายสุรพงษ์เยือนกัมพูชาในเร็วๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ดีของ 2 ประเทศ ว่า เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งตามธรรมเนียมในอดีตที่ผ่านมา การเดินทางเยือนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแนะนำตัวและทำความรู้จักต่อกัน จะเริ่มที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยลาวก่อน แต่ก็ไม่กฎเกณฑ์อะไรตายตัว ล้วนขึ้นอยู่กับการพิจารณาตามความเหมาะสม และซึ่งการเดินทางไปแนะนำตัวทำความรู้จักกับประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประเทศประธานอาเซียนก่อน เนื่องจากอาเซียนมีบทบาทอย่างมากต่อการช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา อีกทั้งจะทำให้ภาพออกมาสวยงามกว่าการมุ่งไปประเทศกัมพูชาเป็นประเทศแรก ทั้งช่วยลบคำครหาอื่นด้วย และเป็นการเน้นย้ำถึงความตั้งใจที่ดีของนายสุรพงษ์ ต่อการกระชับความสัมพันธ์และหาทางออกร่วมกัน

 

งานแรก“สุกุมล”เตรียมพร้อมสร้างพระเมรุ

             นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เป็นโอกาสที่ดีที่ได้เข้ามาทำมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ วธ. และทำงานด้านวัฒนธรรม ทั้งนี้แม้ว่า วธ. จะเป็นกระทรวงเล็ก แต่ขอบข่ายการทำงานค่อนข้างกว้างและมีงานที่ต้องขับเคลื่อนจำนวนมาก สำหรับงานเร่งด่วนที่ต้องผลักดัน คือการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ และการก่อสร้างพระเมรุฯ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ส่วนนโยบายหลักของตนที่จะใช้ขับเคลื่อนงานของ วธ. นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการร่างและจัดทำ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดว่าจะมีโครงการและนโยบายอย่างไรบ้างภายในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตามหลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร์แล้ว ตนจะแถลงนโยบายที่จะใช้ขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมทันที

            นางสุกุมล กล่าวว่า ในเบื้องต้นนโยบายหลักๆ จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการดึงให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ หันกลับมาสนใจวัฒนธรรม เนื่องจากปัจจุบันเด็กและเยาวชนห่างเหินจากวัฒนธรรม บางคนไม่รู้จักวัฒนธรรม  รวมทั้งส่งเสริมให้เยาวชน เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีว่าการ วธ.10 คนที่ผ่านมา ติดโผรัฐมนตรีโลกลืมและไม่มีผลงานนั้น อาจจะมีความจริงบางส่วน เพราะงานวัฒนธรรมเป็นงานนามธรรม ดังนั้นผลงานหรือว่าโครงการที่ วธ. ขับเคลื่อนไปจึงไม่สามารถวัดได้ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ อย่างไรก็ตามตนจะทำงานด้านวัฒนธรรมอย่างเต็มที่  ทั้งนี้คาดว่าวันจันทร์ . จะเข้าทำงานที่ วธ. เป็นวันแรก

            วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานของนางสุกุมล ได้เดินทางมายังชั้น 23 ของ วธ. เพื่อเตรียมห้องทำงานให้กับนางสุกุมล  สำหรับประวัตินางสุกุมล เกิดวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2518 ปัจจุบันอายุ 36 ปี สมรสกับนายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำพรรคพลังชล (พช.) มีบุตร 4 คน คือ ด.ช.สนธนัท คุณปลื้ม ด.ช.พัศวุติ คุณปลื้ม ด.ญ.สุฐิตา คุณปลื้มและด.ญ.ปริยา คุณปลื้ม ประวัติการศึกษา จบประถมศึกษาที่โรงเรียนดาราสมุทร มัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนเซนปอลคอนแวนต์ ศรีราชา มัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (บริหารธุรกิจ) ส่วนประวัติทางการเมืองเป็นที่ปรึกษายุทธศาสตร์เมืองพัทยา และเป็น สส. เขต 6 จ.ชลบุรี กิจกรรมทางสังคมประธานลูกเสือชาวบ้าน  รุ่น  ชบ.361 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิไตรคุณธรรม (ซำเต็กไท้) สมาชิกกาชาดจังหวัดชลบุรีและสมาชิกชมรมสตรีแสนสุข