
มาร์คชี้ครม.ปู1เอื้อระบอบทักษิณ
อภิสิทธิ์ จับผิดครม.ยิ่งลักษณ์ ชี้เลือกเจ้ากระทรวงมือสมัครเล่นควบเก้าอี้ ข้องใจเอาคนนอกนั่งทีมเศรษฐกิจ
(10 ส.ค.54) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคณะรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าสิ่งที่เป็นห่วงมีหลายเรื่อง แต่มีข้อสังเกตว่า 1.คนที่มีส่วนทำนโยบายหรือเอานโยบายไปชี้แจงกับประชาชนกลับไม่มีตำแหน่ง และไม่แน่ใจว่าผู้ที่เขามาในตำแหน่งแทนมีความคิดเห็นอย่างไร จึงต้องจับตาว่าสิ่งที่เป็นนโยบายของรัฐบาลจะยังตรงกับคำมั่นสัญญาหรือไม่ 2.ในส่วนของเศรษฐกิจที่มีคนนอกเข้ามา ส่วนใหญ่เป็นคนของวงการตลาดเงิน ตลาดทุน ซึ่งมีความท้าทายที่จะต้องบริหารเศรษฐกิจจริงในขณะนี้ ในมุมที่ว่าของการบริหารเศรษฐกิจนั้นไม่ใช่เรื่องการบริหารเงินในตลาดทุนอย่างเดียว
นอกจากนั้นผู้ที่เป็นคนนอกที่เข้ามามีความเกี่ยวกันกับการซื้อขายหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือเรื่องการเสียภาษี ดังนั้นจึงต้องจับตาดูเป็นพิเศษว่าการปฏิบัติหน้าที่จะมีปัญหาในลักษณะนี้หรือไม่ 3.บางกระทรวงมีการเลือกบุคลากรที่น่าแปลกใจ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ที่แม้แต่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ยังเคยระบุว่าไม่ได้อยากทำในส่วนนี้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทำงานไปก่อน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศนั้น ต้องยอมรับว่าผู้ที่ไม่มีประสบการณ์คุ้นเคย การที่จะเรียนรู้นั้นไม่ใช่เฉพาะสาระของงาน แต่ยังหมายถึงการวางท่าทีของงานอาจเป็นปัญหาและข้าราชการคงต้องช่วยอย่างเต็มที่ ส่วนจะเป็นการวางตัวเพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อกลับมาประเทศโดยไม่มีความผิดหรือไม่นั้น ตนยืนยันว่าถ้ายังมีความคิดเช่นนี้ คือให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เหนือกฎหมาย มีการคืนพาสปอร์ตให้ ไม่ว่าใครจะเป็นปัญหาทั้งนั้น และถ้าทำจริงต้องมีการอธิบายเหตุผลให้ได้ และต้องอธิบายให้ทุกคนอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน
“นายกฯใหม่ท่านย้ำว่าจะไม่ทำงานเพื่อคนกลุ่มหนึ่ง คงต้องจับตาดูว่าจะจริงหรือเปล่า และเราก็ต้องดูต่อไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการตั้งครม.นั้น นายกรัฐมนตรีต้องตอบคำถามให้ได้ เพราะในการอภิปรายนโยบายจะมีการพูดถึงความเป็นได้ที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จตามนโยบาย ในฐานะผู้รับผิดชอบ และให้กลไกในรัฐสภาทำงานไป ขณะที่ผู้บริหารก็ต้องรับฟัง
ขี้ อำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่ "นายกฯ"
เมื่อถามถึงทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ติดใจ เพียงแต่จะบอกว่าทีมเศรษฐกิจนั้นต้องมองกว้างกว่าตลาดเงิน ตลาดทุน ส่วนในที่สุดแล้วต้องพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์ เหมือนที่รัฐบาลชุดก่อนพิสูจน์ให้เห็นว่าตลอดเวลา 2 ปีที่ทำงาน เกิดผลอย่างไร
ทั้งนี้ แม้จะมีระบบของคณะกรรมการกลั่นกรองทางเศรษฐกิจ แต่จริงๆหัวหน้ารัฐบาลก็ต้องตัดสินใจ และงานของเศรษฐกิจหลายเรื่องมันคาบเกี่ยวหลายกระทรวง ดังนั้นต้องอาศัยการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยระบุว่าภายในระยะเวลา 6 เดือนจะเห็นผลงานของรัฐมนตรี คิดว่าในช่วงดังกล่าวจะเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าในนโยบาย จะมีนโยบายเร่งด่วนในบางเรื่องหรือไม่ ที่จะพอจะวัดผลงานได้ตามที่พูดไว้ อย่างไรก็ตามสัญญาประชาคมทั้งหลายที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงมามีระยะเวลาสั้นกว่า 6 เดือนด้วยซ้ำ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตามปกติ กรอบเวลาไม่ใช่สาระสำคัญแต่อย่างใด เพราะในบางเรื่องการทำงานอาจใช้เวลา 2 ปี จะไปคาดคั้นให้ทำเสร็จภายใน 6 เดือนคงไม่ได้ ก็ว่าไปตามความเป็นจริง ตนคิดว่าที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุดคือการแก้ปัญหาของแพง สามารถดูแลราคาได้จนเป็นที่น่าพอใจ ทำให้ประชาชนมีรายได้มากเพียงพอที่จะรับมือ นี่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยให้ความหวังกับประชาชนไว้ หากทำไม่ได้ก็เท่ากับทำให้ประชาชนผิดหวัง



